วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ  ‘โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ’ สร้างอาชีพมั่นคง-ชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ ‘โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ’ สร้างอาชีพมั่นคง-ชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag : มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์
  •  

เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ “โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา” ด้วยการนำ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาสู่ “สงขลาโมเดล” เพื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ส่งเสริมการออม ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน

จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาอาชีพฯ เกิดจากดำริของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจน เนื่องจากตำบลปากรอ มีสภาพพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา เกษตรกรประกอบอาชีพประมง มีพื้นที่ทำนาบางส่วน และอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ยากจนที่สุดในจังหวัด จึงให้ภาคราชการเป็นตัวหลักในโครงการพัฒนาด้านต่างๆ และระดมความร่วมมือจากภาคประชาชนและองค์กรเอกชน ดำเนินการตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง”


“มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนที่มีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นตัวอย่างในภาคใต้ตอนล่าง เน้น 3 แนวทางการพัฒนา อาชีพ การศึกษาและสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลายให้สอดคล้องกับภูมิสังคม เกิดเป็นอาชีพทดแทนการทำประมงในทะเลสาบสงขลา ควบคู่กับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นลดรายจ่ายสร้างรายได้ส่งเสริมการออม และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า” จอมกิตติกล่าว

การดำเนินงานเริ่มจากการตั้งคณะทำงานระดับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตำบล โดยเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัด พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา มีองค์กรท้องถิ่นและชาวชุมชนร่วมกันขับเคลื่อน สร้างกระบวนการเรียนรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการพัฒนากลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยชุมชนเพื่อชุมชน ปัจจุบันโครงการปากรอฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งตลาดชุมชนออนไลน์ วิสาหกิจชุมชน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยวชุมชน เยาวชนมัคคุเทศก์น้อย ผู้สูงอายุปันสุขบ้านน่าอยู่ปลูกไม้เศรษฐกิจ ปลูกป่าชายเลน ปุ๋ยชีวภาพชุมชน และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ สู่การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ พึ่งพาตนเอง มีความเข้มแข็ง และสุขพอเพียง

“โครงการปากรอฯ มุ่งเน้นการนำ “ศาสตร์พระราชา สู่สงขลาโมเดล” มาดำเนินการด้วยเป้าหมาย“สร้าง 4 ดี” คือ 1.คนดี ทั้งเยาวชนเกษตรกรและผู้สูงอายุ 2.พลเมืองดี ด้วยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การทำจิตอาสาพระราชทาน และขับเคลื่อนคุณค่าทางสังคม3.อาชีพดีด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ขับเคลื่อนตลาดชุมชนและออนไลน์ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และ 4.สิ่งแวดล้อมดี ด้วยการสร้างฟาร์มทะเลชุมชน การปลูกไผ่และผลิตปุ๋ยไส้เดือนชุมชน โดยการสร้างต้นแบบกลุ่มอาชีพในแต่ละด้าน ด้านละ 50 คน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ สะท้อนการตอบแทนคุณแผ่นดิน” จอมกิตติ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับการสร้างกลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มตาลโตนด จำนวนเกษตรกร 50 ราย เกษตรกรได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพชีวิตโดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้, กลุ่มทำนาข้าวอินทรีย์ เกษตรกร 50 ราย สามารถลดต้นทุนการผลิตและยกระดับสู่การทำนาอินทรีย์, กลุ่มเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกร 50 ราย ผลิตเพื่อบริโภคเองในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน, กลุ่มเกษตรผสมผสาน เกษตรกร 40 ราย ปลูกพืชที่หลากหลายทั้งไม้ผล พืชผัก และเลี้ยงสัตว์, กลุ่มแปรรูปผลผลิตการเกษตร เกษตรกร 50 ราย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์การเกษตร โดยมี 4 แนวทางการ
ขับเคลื่อนโครงการอาชีพ ได้แก่ 1.รับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2.สร้างกระบวนการเรียนรู้และเกษตรกรร่วมวางแผนการพัฒนาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 3.ดำเนินการพัฒนาตามแผนงานที่กำหนดไว้ ได้แก่ การจัดการด้านการผลิต ด้านการพัฒนาลดรายจ่าย/ลดต้นทุนการผลิต การจัดการด้านการตลาด การแปรรูปการบันทึกข้อมูลบัญชีครัวเรือน และ 4.การสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการแปรรูป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ความจริงอีกด้าน! เคนโด้ซัดแหลกพรรคประชาชน ไร้มารยาท-ดีแต่แขวะ ทำเอาคนทั้งสตูฯเดินหนี

นายกฯ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในอภิลักขิตสมัย คล้ายวันสถาปนาวัดราชบพิธฯ

'ฉก.ราชมนู'รวบ 12 เมียนมา ลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ

ทรัมป์ เปิดเกมใหม่! ประกาศไม่ใช้กำลังยึดกรีนแลนด์ เรียกร้องเจรจาขอซื้อ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved