อว.จับมือเครือซีพีวิจัย 4 เรื่องหลัก  ที่เป็นอนาคตของโลก

อว.จับมือเครือซีพีวิจัย 4 เรื่องหลัก ที่เป็นอนาคตของโลก

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.54 น.
Tag :

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โครงการการเคลื่อนย้ายบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการวิจัยในภาคอุตสาหกรรม (Talent Mobility
with C.P.Group) และโครงการพัฒนาหลักสูตรสหกิจศึกษาร่วมกับภาคเอกชน (Cooperative education by action based learning) โดยมีศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)และ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือ CP เป็นประธานในพิธี ขณะที่ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับและสร้างงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย โดยการส่งเสริมให้บุคลากรของรัฐ ได้แก่ นักวิชาการ นักวิจัยได้ปฏิบัติงานจริงกับภาคเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่สร้างประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศของเรา รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรสหกิจศึกษา เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านอาชีพสำหรับโลกธุรกิจยุค 4.0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2565

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เผยว่า การลงนามความร่วมมือระหว่าง อว. และเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือ CP ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจระดับนำของเอเชียและของโลกในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่จะสานพลังกันระหว่างนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของ อว. กับภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับการวิจัยไปสู่มาตรฐานระดับสากล เป็นการเปิดขุมทรัพย์ทางปัญญาและเปิดประตูสู่อนาคต แม้ อว. จะเป็นกระทรวงใหม่ ที่เพิ่งก่อตั้งมาได้ 3 ปี โดยสานพลังจากวิทยาศาสตร์และอุดมศึกษา แต่ตลอด3 ปีที่ผ่านมา ก็ได้สร้างคุณอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ โดยใช้องค์ความรู้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงคนเก่งคนดีที่มีอยู่มากมายมาทำให้มีพลังที่สุด มีการสร้างความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกกระทรวง โดยเฉพาะกับภาคเอกชน ทั้งบริษัทเล็ก กลาง ใหญ่ ในขณะที่เครือซีพีก็มีบุคลากรชั้นนำแต่ก็ยังมาใช้ทรัพยากรมนุษย์และงานวิจัยของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจเพราะจะส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศเรากำลังเข้าสู่ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหน้ามือเป็นหลังมือ อว.จึงต้องเร่งทำงานวิจัยและพัฒนาที่ตอบโจทย์อันท้าทายนี้ และเราพร้อมเปิดให้ทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกบริษัทเข้ามาสร้างความร่วมมือใช้ทรัพยากรที่ อว.มีเพื่อสร้างงานวิจัยที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชนและสังคมอย่างแท้จริง หมดเวลาแล้วสำหรับงานวิจัยที่อยู่บนหอคอยงาช้าง อว.จะไม่เป็นฝ่ายรับ แต่จะเป็นฝ่ายรุก เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ”


ด้าน ธนินท์ เจียรวนนท์ กล่าวว่า เครือ CP กำลังก้าวข้ามไปสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อเชื่อมโยงโลกไปสู่อนาคต ความร่วมมือในวันนี้ จึงเป็นก้าวย่างสำคัญของภาครัฐและเอกชนในการยกระดับและสร้างงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมให้บุคลากรของรัฐ ได้แก่ นักวิชาการนักวิจัย ได้ปฏิบัติงานจริงกับภาคเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศของเราสอดคล้องกับค่านิยม 3 ประโยชน์ของเครือซีพีที่มุ่งมั่นสร้างประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ นักวิจัยของไทยเก่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับบุคลากรของประเทศไทยในการวิจัยเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ จะต้องเข้าใจธุรกิจ ซึ่งจะทำให้งานวิจัยสามารถนำมาใช้ได้จริง”

สำหรับขอบเขตความร่วมมือระหว่าง อว. และเครือ CP ประการแรกคือการร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ การย้ายบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการวิจัยในภาคอุตสาหกรรม หรือ Talent Mobility ซึ่งโครงการนี้จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการดำเนินงานวิจัยเชิงลึกเพื่อตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย และที่สำคัญคือการสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน งานวิจัยเชิงลึกดังที่กล่าวข้างต้น ประกอบไปด้วย4 เรื่องสำคัญ คือ เนื้อสัตว์ทางเลือก(Alternative Meat ) เพื่อตอบโจทย์การบริโภคเนื้อสัตว์ให้กับผู้บริโภคแห่งอนาคต, แบตเตอรี่ ชิป และยานยนต์ไฟฟ้า (Battery, Chip and EV), อาหารเป็นยา หรือศาสตร์แห่งอายุวัฒนะ(Longevity) และการเกษตรแห่งอนาคต(Future Farming)

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหลักสูตรสหกิจศึกษา สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่เน้นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติงานจริงกับ 3 กลุ่มธุรกิจหลักของเครือฯ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร กลุ่มธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อให้พร้อมรับตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต ปีละไม่น้อยกว่า 200 คน สุดท้ายคือการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ และการตลาดผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง

ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานในพิธี และ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.
ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานในพิธี และ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.
ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. พร้อมด้วย ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส
เครือเจริญโภคภัณฑ์, ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์ และคณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพ
ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. พร้อมด้วย ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์ และคณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพ
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์
ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เครือเจริญโภคภัณฑ์
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล
ปลัด อว.
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว.
ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์
ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์
ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
รมว.อว.
ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top