วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
วันแม่แห่งชาติปีนี้ก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี ลูกๆ ต่างเสาะแสวงหาของขวัญที่ดีที่สุดให้คุณแม่ บ้างก็พาไปรับประทานอาหารแสนอร่อย บ้างพาไปเที่ยว พาไปไหว้พระทำบุญ บางคนก็พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ลูกๆ ทำเพื่อแม่ได้ตลอดปี โดยไม่ยากเย็นคือ การดูแลและใส่ใจสุขภาพของคุณแม่ เมื่อคุณแม่มีอายุมากขึ้น กลายเป็นผู้สูงวัย ลูกๆ ก็ยิ่งต้องดูแลสุขภาพของแม่มากเป็นพิเศษ
เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่คุณแม่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือมะเร็งปากมดลูก ดังนั้น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก แม้ว่าในปัจจุบัน อัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกจะลดลง เพราะส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกจะเป็นศูนย์
และสำหรับคุณแม่วัย 40 ปีขึ้นไป ควรไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพิ่มเติมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีประวัติญาติสายตรง เช่น คุณแม่ หรือพี่สาว น้องสาวเป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ่งต้องรีบไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการเอกซเรย์ โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งทั้ง 2 ชนิดควรทำปีละ 1 ครั้งประโยชน์ของการตรวจคัดกรองคือเมื่อทราบว่ามีโรคมะเร็งในระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถรักษาหายขาดได้ไม่ยาก
ส่วนคุณแม่ที่มีวัยสูงขึ้น ก็จะพบปัญหาสุขภาพที่สำคัญเรื่องการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน การขาดแคลเซียม กระดูกบางลง โดยเฉพาะในวัยใกล้หมดประจำเดือน การตรวจสุขภาพประจำปีควรมีการวัดมวลกระดูกเพื่อดูว่ามีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสตรีที่มีรูปร่างเล็ก จะมีความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุนมากขึ้น นอกจากมวลกระดูกแล้ว อาจพิจารณาวัดระดับวิตามินดีในเลือดด้วย เพื่อดูว่ามีภาวะขาดวิตามินดีหรือไม่ เพื่อจะได้ให้การรักษาเสริมได้อย่างเหมาะสม ส่วนในรายที่กระดูกบางอาจแค่ให้เพียงแคลเซียมและวิตามินดีเสริม แต่รายที่กระดูกอยู่ในเกณฑ์พรุนแล้ว ต้องได้รับยายับยั้งการสลายของกระดูกกลุ่มบิสฟอสโฟเนตด้วย มิฉะนั้น อาจมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก นำมาซึ่งการป่วยติดเตียง และเพิ่มข้อจำกัดในการเดินเหินเคลื่อนไหว และอาจส่งผลเสียจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
อันที่จริงแล้ว เรื่องที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าเราใส่ใจดูแลแต่เนิ่นๆ หลายคนอาจจะมีคำถามว่า เราไม่จำเป็นต้องตรวจมวลกระดูกได้ไหม โดยเฉพาะคนที่ถ้าเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือน เพราะอนุมานว่าร่างกายขาดแคลเซียม ก็ให้กินแคลเซียมเสริม เพื่อป้องกันการสลายของกระดูกล่วงหน้าไปเลยได้หรือไม่ คำตอบคือ การรับประทานแคลเซียมนั้นสามารถทำได้ เพราะไม่มีอันตรายใดๆ แต่ด้วยอัตราการดูดซึมของแคลเซียมที่ค่อนข้างต่ำ การเสริมเฉพาะแคลเซียมโดยไม่มีวิตามินดีหรือวิตามินอื่นที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมก็อาจไม่ได้ประโยชน์กับร่างกายมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่กระดูกบางหรือพรุนไปแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อลดความเสี่ยงได้อีกสองถึงสามประเด็น เช่น ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เพื่อลดการสูญเสียแคลเซียม หรือในกรณีผู้สูบบุหรี่และดื่มสุรา จะทำให้แคลเซียมดูดซึมได้น้อยลง หากสามารถลดได้ก็จะเป็นประโยชน์กับร่างกายมากขึ้น ส่วนประเด็นสุดท้ายคือการออกกำลังกาย การขยับร่างกายหรือออกกำลังกายจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียแคลเซียมได้ดี ลูกหลานควรชักชวนผู้สูงอายุออกกำลังกายตามความเหมาะสม
สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้ผู้สูงวัย การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพร หรือวิตามิน ต้องเลือกซื้อ
จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะหากซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณแม่ได้ วิธีการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ง่ายที่สุดคือ เช็คเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์บนฉลาก หรือหากไม่มั่นใจ ก็สามารถปรึกษาเภสัชกรได้
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีให้เลือกมากมาย แต่มิได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะเหมาะกับทุกๆ คน เพราะแต่ละคนมีภาวะสุขภาพร่างกายแตกต่างกัน รวมถึงยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำก็ต่างกัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจทำให้เกิดภาวะยาตีกันได้ โดยอาจจะตีกับยาหรือตีกับโรคที่เป็นอยู่ก็ได้ ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริม
ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพของคุณแม่เป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ยิ่งคุณแม่มีอายุมากขึ้น ก็ต้องยิ่งให้ท่านได้
รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ พาท่านไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง หรือตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ลดพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค สิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยง และลดการเกิดโรคภัยไข้เจ็บของคุณแม่ได้ หรือหากตรวจพบความเจ็บไข้ต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็สามารถพาคุณแม่ไปรับการรักษาได้ทันเวลา ขอยืนยันว่าไม่มีของขวัญใดสำหรับคุณแม่ ดีไปกว่าการที่คุณแม่มีสุขภาพกาย และสุขภาพใจดี
รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม
และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี