Logo วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด! 'ซินดี้-อาจารย์ช้าง'ชวนเลิกซื้อ เลิกใส่เครื่องประดับจากงาช้าง

งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด! 'ซินดี้-อาจารย์ช้าง'ชวนเลิกซื้อ เลิกใส่เครื่องประดับจากงาช้าง

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.19 น.
Tag : เครื่องประดับจากงาช้าง งาช้าง ซินดี้ สิรินยา อาจารย์ช้าง
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ซินดี้ สิรินยา-อาจารย์ช้าง ชวนเลิกซื้อ เลิกใส่เครื่องประดับจากงาช้าง ย้ำ ‘งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด’

องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาหรือยูเอสเอด (USAID) องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.)ร่วมกันเปิดตัวโครงการรณรงค์ล่าสุด‘งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด – Only elephants wear ivory best’เพื่อลดความต้องการซื้อและสวมใส่เครื่องประดับจากงาช้างในหมู่ผู้ใช้ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงพร้อมเผยแพร่โฆษณารณรงค์ 2 เรื่องที่มีซินดี้สิรินยาบิชอพนักแสดงนางแบบและอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลานักโหราศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยชื่อดังเป็นทูตโครงการเพื่อร่วมตอกย้ำว่าไม่มีใครใส่งาช้างได้คู่ควรและสวยงามเท่ากับตัวของช้างเอง


 

 

โครงการ ‘งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด – Only elephants wear ivory best’ ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากโครงการรณรงค์ ‘สวยที่ใจไม่ใช่ที่งา – Beautiful without ivory’ ซึ่งถือเป็นโครงการแรกของ USAID ที่มีเป้าหมายสื่อสารถึงผู้นิยมสวมใส่และผู้มีความต้องการซื้อเครื่องประดับจากงาช้าง เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้ใช้ที่เชื่อว่างาช้างเป็นของสวยงาม

“ซินดี้ปฏิเสธการถ่ายแบบ และการทำงานที่ต้องสวมใส่เครื่องประดับที่ทำจากงาช้างและชิ้นส่วนจากสัตว์ป่า หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์มาโดยตลอดเพราะซินดี้เชื่อว่าสิ่งที่มาจากสัตว์ป่าเช่นงาช้างจะสวยที่สุดและมีคุณค่าที่สุดเมื่ออยู่กับช้างเท่านั้นสำหรับโครงการนี้ ซินดี้หวังว่าจะมีส่วนช่วยสื่อสารเรื่องนี้ไปยังผู้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้สังคมในวงกว้างไม่ยอมรับการซื้อและการสวมใส่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้และหยุดความต้องการใหม่ๆในอนาคต” คุณซินดี้กล่าว

นอกจากนี้ โครงการรณรงค์ยังมีเป้าหมายเพื่อลดแรงจูงใจในการซื้อและสวมใส่เครื่องประดับจากงาช้างที่มาจากความเชื่อว่างาช้างจะช่วยเสริมดวง และนำมาความโชคดีมาสู่ผู้สวมใส่ โดยอาจารย์ช้างจะช่วยสื่อสารไปถึงผู้ติดตามและตั้งคำถามต่อความเชื่อดังกล่าว

 

 

“สิ่งที่จะช่วยเสริมดวงให้ดีขึ้นต้องมาจากจุดเริ่มต้นที่ดี โดยเฉพาะการใช้เครื่องรางจากงาช้างที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเบียดเบียนช้างนั้นจะส่งผลให้ชีวิตของเราดีได้อย่างไร การที่เรามีจิตที่เป็นกุศลมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายถือเป็นความดีที่จะช่วยเสริมให้ชีวิตของเรามีแต่สิ่งดีๆเกิดอย่างแน่นอน ที่สำคัญที่สุดคืองาช้างจะสวยและมีคุณค่าที่สุดเมื่ออยู่กับช้างเท่านั้น” อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา กล่าว

ผลการวิจัยผู้บริโภคและใช้งาช้างและผลิตภัณฑ์จากเสือโคร่งในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561 โดย USAID พบ คนไทยร้อยละ 2 มีหรือใช้ชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์จากงาช้าง และคนไทย ร้อยละ 3 มีความตั้งใจที่จะซื้องาช้างหรือผลิตภัณฑ์จากเสือโคร่งในอนาคตแม้ว่าสัดส่วนนี้จะต่ำแต่ผู้นิยมผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนผลักดันตลาดภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญการรณรงค์สื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมและพฤติกรรมจึงมีความสำคัญต่อการลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้างและจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 

 

“ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่โครงการรณรงค์ ‘สวยที่ใจไม่ใช่ที่งา’สามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้นิยมใช้เครื่องประดับจากงาช้างได้อย่างเห็นผลแม้เพียงระยะเวลาอันสั้นเราหวังว่าโครงการ ‘งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด’จะช่วยลดความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องรัฐบาลสหรัฐฯมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมืออันดีกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ผ่านโครงการรณรงค์เพื่อลดความต้องการผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าผิดกฎหมายต่อไป”ดร. ศุภสุขประดับศุขผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการสำนักงานสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคUSAID สำนักงานภาคพื้นเอเชียกล่าว

ผลการสำรวจหลังการดำเนินโครงการรณรงค์สื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมและพฤติกรรม ของ USAID ปี พ.ศ. 2563 พบว่า ผู้ที่เห็นสื่อโครงการ “สวยที่ใจไม่ใช่ที่งา” ที่ตอบว่ามีความตั้งใจจะซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างมีจำนวนลดน้อยลงถึงร้อยละ 50 และคนที่เห็นด้วยว่า การซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างไม่อาจเป็นที่ยอมรับในสังคมมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับผลการวิจัยผู้บริโภคของ USAID เมื่อปีพ.ศ. 2561

“กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ได้ทำงานร่วมกับ USAID และองค์กรไวล์ดเอด (WildAid) อย่างใกล้ชิดในการดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดความต้องการผลิตภัณฑ์จากงาช้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งการลดความต้องการของผู้บริโภค ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการยับยั้งการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) เราเชื่อว่าการเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการรณรงค์เพื่อลดความต้องการผลิตภัณฑ์สัตว์ป่า อย่างเช่น โครงการ “งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด” จะช่วยสร้างทัศนคติใหม่ในสังคม ที่จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าและนำไปสู่การป้องกันการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายได้” นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าว

“เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าคุณซินดี้ และอาจารย์ช้าง จะช่วยเราขับเคลื่อนโครงการและสื่อสารถึงผู้ที่นิยมใช้งาช้างได้องค์กรไวล์ดเอดดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดความต้องการผลิตภัณฑ์งาช้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 โดยได้รับความร่วมมือจากผู้มี่ชื่อเสียงจากหลากหลายภาคส่วนรวมถึงภาครัฐและพันธมิตรสื่อมวลชนเราหวังว่าสื่อรณรงค์ชุดใหม่จะยิ่งทำให้ทุกคนอยากร่วมปกป้องช้างมากขึ้นและวิธีง่ายๆก็คือการเลิกซื้อเลิกสวมใส่ผลิตภัณฑ์จากงาช้าง” มร.จอห์น เบเกอร์ ผู้อำนวยการโครงการรณรงค์ องค์กรไวล์ดเอด กล่าว

นอกจากนี้ USAID องค์กรไวล์ดเอด และกรม อส. ร่วมกันผลิตรายการพิเศษเพื่อเปิดตัวโครงการณรงค์ออกอากาศสดผ่านทางเฟซบุ้คของWildAid Thailand โดยมีคุณซินดี้อาจารย์ช้างตัวแทนจาก USAID และกรมอส. ร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์ล่าสุดของการค้างาช้างผิดกฎหมายและแบ่งปันมุมมองการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากงาช้างชมย้อนหลังได้ทางเฟซบุ้คWildAid Thailand และติดตามสื่อรณรงค์โครงการ “งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด” ผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย และสื่อโฆษณานอกบ้านเร็วๆ นี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

วัส ติงสมิตร ชี้ช่อง อ.โต้ง สู้คดีเลิกจ้าง 17 ปี ย้ำต้องฟ้องศาลแรงงาน

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026

แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู

หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved