วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
24 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญทางการทูตตะวันออกกลาง ด้วยการประกาศจุดยืนเด็ดขาดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social และทำเนียบขาว โดยระบุว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์พลเรือนระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อซาอุดีอาระเบียยอมตกลงสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตปกติกับอิสราเอล หรือเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เท่านั้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียง 24 ชั่วโมง หลังจากที่กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย เพิ่งจะร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงกรอบความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์พลเรือนระยะยาว ซึ่งเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และได้ส่งเรื่องให้สภาคองเกรสพิจารณาไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่ผ่านมาทางการซาอุดีอาระเบียยังคงสงวนท่าทีและยืนกรานมาโดยตลอดว่า การเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลจะต้องแลกมาด้วยความคืบหน้าและเส้นทางที่ชัดเจนในการจัดตั้ง "รัฐปาเลสไตน์" ทำให้เงื่อนไขใหม่ของทรัมป์สร้างแรงกดดันทางการทูตก้อนใหญ่กลับสู่กรุงริยาดทันที
สำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีและชื่นชมท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมองว่าหากซาอุดีอาระเบียยอมรับเงื่อนไขนี้ จะถือเป็นก้าวกระโดดทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อสันติภาพในภูมิภาค หลังจากที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายอิสราเอลเคยแสดงความกังวลอย่างหนักต่อดีลนิวเคลียร์ดังกล่าว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการยื่นเงื่อนไขผูกมัดเรื่องความสัมพันธ์กับอิสราเอลเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ จะกลายเป็นเกมการเมืองชิ้นสำคัญที่ท้าทายการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำซาอุดีอาระเบียในระยะอันใกล้นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี