วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังป่วยโรคไข้เลือดออกในช่วงฝนตกน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเผยขณะนี้มีแนวโน้มพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้ที่มีโรคประจำตัว หากกลุ่มดังกล่าวป่วยอาจมีอาการหนักกว่าคนทั่วไป พร้อมแนะหากมีอาการป่วยไม่ควรซื้อยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) มารับประทานเองยาเหล่านี้จะเป็นยาที่มีฤทธิ์กัดกระเพาะอาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้มากขึ้นเสี่ยงต่อการสูญเสีย หากมีไข้สูงแบบเฉียบพลันและไม่ลดลงง่ายให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ซึ่งน้ำที่ท่วมไหลผ่านอาจไม่ใช่แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แต่เป็นน้ำที่ท่วมขังตามภาชนะต่างๆ หรือตกค้างอยู่ตามเศษขยะ กาบใบไม้ขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกได้ขณะนี้เริ่มมีพื้นที่บางแห่งที่บ้านถูกน้ำท่วมไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่ในที่ที่มีการจัดหาให้ซึ่งอยู่สูงกว่าและมักจะอยู่อาศัยรวมกันหลายๆ ครอบครัวหรือบางครอบครัวอาจต้องไปอาศัยตามถนนเส้นหลักที่น้ำยังท่วมไม่ถึงเพื่อให้อยู่ไม่ไกลจากบ้านซึ่งเหตุเหล่านี้ประชาชนอาจเสี่ยงต่อการถูกยุงลายกัด จึงขอแนะนำให้ใช้ยาทากันยุงทั้งกลางวันและกลางคืนเพราะยุงลายชอบกัดเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน รวมทั้งเน้นย้ำว่าต้องปิดฝาภาชนะใส่น้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ป้องกันวงจรการเกิดเป็นยุงตัวเต็มวัยมากัดรบกวน ซึ่งอาจมีทั้งเชื้อโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ม.ค.-28 ก.ย. 2565 พบผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 26,286 รายเสียชีวิต 19 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อายุ 5-14 ปี รองลงมา อายุ 15-24 ปี และเด็กแรกเกิด-4 ปี จังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ กรุงเทพฯ แม่ฮ่องสอน ชลบุรี เชียงใหม่ และตากโรคไข้เลือดออกพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตนั้น ส่วนมากพบในกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวานโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไตภาวะติดสุราเรื้อรัง หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน โดยปัจจัยเสี่ยงที่คล้ายกันในผู้เสียชีวิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่คือ เดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลช้า หรือผู้ป่วยบางรายปฏิเสธการรักษาตัวในโรงพยาบาลคิดว่าโรคไข้เลือดออกมีอาการไม่รุนแรง จึงทำให้ได้รับการรักษาที่ล่าช้า ส่งผลให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้
นายแพทย์ธเรศ กล่าวเพิ่มเติมว่าอาการของโรคไข้เลือดออก จะมีไข้สูงเฉียบพลัน และไข้สูงลอยประมาณ 2-7 วันร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวหน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ขึ้นตามลำตัวแขน ขา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหารในรายที่รุนแรง อาจมีการอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด มักเป็นสีดำต่อมาไข้จะลดลงอย่างรวดเร็ว ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้เนื่องจากปัจจุบันไข้เลือดออกยังไม่มียารักษา จึงขอแนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการป่วยของตนเองหรือคนในครอบครัว หากมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน และเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลดลงขอให้คิดว่าอาจป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกไม่ควรซื้อยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ไอบูโพรเฟน ยาชุด ไดโครฟีแนกแอสไพริน ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ และให้รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์หรือสถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัย ประเมินอาการ และการดูแลรักษาที่ถูกต้องรวดเร็ว
สำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออกนั้นขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันลดจำนวนยุงลาย โดยปฏิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ เก็บบ้านให้สะอาดปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้านและรอบบ้านให้มีความเป็นระเบียบแสงแดดส่องเข้าถึงไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุงเก็บขยะบริเวณรอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และ เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด จัดการภาชนะไม่ให้มีน้ำขังเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันยุงลายมาวางไข่ ส่วนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ขอให้ป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัดโดยการทายากันยุง นอนในมุ้ง มีมุ้งลวด ใช้ยาจุดกันยุง และใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี