วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กว่า 7 ทศวรรษที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานและตั้งพระราชหฤทัยในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมของชาติ อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่แสดงให้เห็นถึงแก่นแท้ของความเป็น “ไทย” โดยเฉพาะงานอนุรักษ์ “ผ้าไทย” อันหมายถึงผ้าทุกชนิดที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นโดยฝีมือคนไทย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าลายขิด ผ้ายก ผ้าจกน้ำไหล มัดหมี่ ผ้าพื้นเมือง ที่ทรงให้ความสำคัญและทรงเป็นแบบอย่างการใช้ผ้าไทยด้วยพระองค์เองเสมอมา
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องราวของมรดกอันล้ำค่าของประเทศไทยที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพลิกฟื้น
ผ้าไทย จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายและไร้ค่าให้กลับมาเป็นอาภรณ์อันงดงามและทรงคุณค่าจนคนทั่วโลกให้การยอมรับ กระทรวงการต่างประเทศ จึงจัดนิทรรศการ “Weaving the Way, A Journey of Thai Silk” ระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อ
เผยแพร่เส้นทางการทรงงานด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งพระปณิธานและพระกรณียกิจของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดเผยแพร่ความงดงามอันแสนวิจิตรของภูมิปัญญาไทยบนเส้นทางที่ก้าวไกลของ “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” รวมทั้งการจัดแสดงชุดผ้าไหมไทยโดยฝีมือการออกแบบของสุดยอดนักออกแบบชั้นนำ และผลงานอันวิจิตรงดงามจากของที่รังสรรค์จากผ้าไทย อันเป็นการสนับสนุนผลงานและความสามารถของนักออกแบบไทย ผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยและผ้าไทยสู่สากล
.jpg)
การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเปิดนิทรรศการดังกล่าว ภายในงานนิทรรศการแบ่งเรื่องราวการเดินทางของผ้าไหมไทยออกเป็น 3 ส่วนจัดแสดง โดยนิทรรศการส่วนที่ 1 ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการทรงงานด้านการอนุรักษ์ผ้าไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เมื่อปี พ.ศ.2513โดยทรงสังเกตเห็นหญิงชาวบ้านที่มาเฝ้าฯรอรับเสด็จต่างนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่ และทรงมีรับสั่งถามจนได้ความว่าชาวบ้านทอผ้าไหมมัดหมี่ไว้ใช้เองแทบทุกครัวเรือน จึงมีพระราชดำริว่าควรส่งเสริมให้ราษฎรทอผ้าไหมมัดหมี่ไว้เป็นอาชีพ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2519 เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยให้มีรายได้เสริมจากงานหัตถกรรมทอผ้า รวมถึงงานหัตถกรรมประเภทอื่นๆ และอนุรักษ์งานฝีมือไทยให้คงอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบัน
.jpg)
สำหรับนิทรรศการส่วนที่ 2 เป็นการรวบรวมเรื่องราวในการสืบสาน รักษา ต่อยอด งานอนุรักษ์ผ้าไทย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมีความตั้งพระราชหฤทัยและทรงทุ่มเทพระวรกายเช่นเดียวกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดแสดงเรื่องราวการสืบสานอนุรักษ์ผ้าไทย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” รวมถึงการจัดแสดงชุดที่ตัดเย็บจาก “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” โดยการออกแบบ ของนักออกแบบชั้นนำระดับประเทศไทยจากแบรนด์ต่างๆ เช่น SIRIVANNAVARI BANGKOK, ISSUE, ASAVA, VATIT ITTHI, WISHAWISH และ THEATRE
อีกหนึ่งไฮไลท์การจัดแสดง คือนิทรรศการส่วนที่ 3 เป็นการรวบรวมผลงานชิ้นพิเศษที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชั้นนำระดับโลก เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับที่รังสรรค์โดยใช้ผ้าไทยมาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความวิจิตรอันงดงาม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี