Logo วันอังคาร ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
LIFE & HEALTH : เรียนรู้โรคเอสแอลอี…โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

LIFE & HEALTH : เรียนรู้โรคเอสแอลอี…โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.10 น.
Tag : โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง โรคเอสแอลอี
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคพุ่มพวง ซึ่งเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ที่อดีตศิลปินนักร้องชื่อดังของไทยได้ป่วยและเสียชีวิตลงด้วยโรคนี้ จึงเป็นที่รู้จักและถูกเรียกต่อๆ กันมา

 


 

ข้อมูลจาก พญ.สาธิมา วรรณเชษฐ์ อายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติสซั่ม รพ.เวชธานี เปิดเผยว่า โรคเอสแอลอี (systemic lupus erythematosus) เป็นหนึ่งในโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (autoimmune disease) ซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง พบได้บ่อยในเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ คือ อายุประมาณ 15-45 ปี และเชื้อชาติที่พบได้บ่อย ได้แก่ อเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ฮิสแปนิก และเอเชีย

สาเหตุของการเกิดโรค

เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายถูกกระตุ้นซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานส่งผลให้เกิดการผลิตสาร
ภูมิต้านทาน (antibody) ส่งผลให้เกิดการอักเสบและทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อเกิดขึ้น โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรคนี้ ได้แก่

1.สิ่งแวดล้อม ได้แก่ บุหรี่ การติดเชื้อไวรัสบางชนิดรังสีอัลตราไวโอเลต การสัมผัสสารซิลิกา เป็นต้น

2.พันธุกรรม ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันหลายๆ ยีน โดยพบว่าหากมีญาติสายตรงมีประวัติเป็นโรคเอสแอลอี จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค 4-8% เมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไป

3.เพศ โดยในเพศหญิงจะพบโรคเอสแอลอีได้บ่อยกว่าผู้ชายถึง10-15 เท่า

 

 

อาการและการวินิจฉัย

โรคเอสแอลอี มีอาการแสดงออกได้ในหลายๆ ระบบของร่างกายและมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนั้น ใน
ผู้ป่วยแต่ละรายอาจจะมีอาการ และอาการแสดงที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงมีความรุนแรงของโรคที่ไม่เท่ากัน โดยกลุ่มอาการที่เจอได้บ่อยได้แก่

l อาการเบื่ออาหารน้ำหนักลด

l ผื่นและภาวะไวต่อแสง

l แผลในปาก

l ปวดข้อ

l การอักเสบของผนังด้านนอกของเยื่อบุ ซึ่งได้แก่ เยื่อบุช่องปอดและเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นต้น 

l สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับไตเป็นอาการที่ก่อให้เกิดความรุนแรงที่เจอได้บ่อยที่สุด

แต่ระบบอื่นๆ ในร่างกายนอกจากที่กล่าวมาก็สามารถเป็นหนึ่งในอาการและอาการแสดงสำหรับโรคเอสแอลอีได้เช่นกัน แต่พบได้น้อยกว่า

สำหรับการวินิจฉัยในปัจจุบันยังไม่มีการตรวจทางห้องปฎิบัติการที่สามารถวินิจฉัยโรคเอสแอลอีได้ทันทีอย่างแม่นยำ ดังนั้น การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการสังเกตอาการและอาการแสดงที่ทำให้สงสัยโรคเอสแอลอีร่วมกับการตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีที่เข้าได้ประกอบกัน หรือหากได้รับการตรวจชิ้นเนื้อที่ไตในผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการที่สงสัย และผลชิ้นเนื้อเข้าได้กับโรคเอสแอลอีก็สามารถที่จะวินิจฉัยโรคได้เช่นเดียวกัน

 

 

การรักษา

ในปัจจุบันไม่มีวิธีการรักษาโรคเอสแอลอีให้หายขาด ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาคือ การทำให้โรคเอสแอลอี สงบลง
หรือหากโรคไม่สงบอย่างน้อยอาการที่เป็นจะต้องไม่รุนแรง รวมถึงไม่มีภาวะโรคกำเริบในระหว่างทำการรักษา

การใช้ยากดภูมิคุ้มกันเป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยเอสแอลอีทุกราย โดยยากดภูมิคุ้มกันมีทั้งที่กดภูมิคุ้มกันน้อยไปจนถึงมาก มีทั้งที่เป็นแบบยากินและยาฉีดเข้าเส้นเลือด ซึ่งการเลือกชนิดของยากดภูมิขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคเอสแอลอีในผู้ป่วยแต่ละราย โดยหากอาการที่แสดงออกของผู้ป่วยรุนแรงมาก เช่น มีภาวะไตวาย ก็จำเป็นที่ต้องได้ยาที่กดภูมิคุ้มกันมากรวมถึงอาจจะจำเป็นที่จะต้องได้เป็นรูปแบบของยาฉีด หรืออาจจะต้องมีการใช้ยากดภูมิคุ้มกันหลายชนิดร่วมกัน แต่หากผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อยเช่น ผื่น ปวดข้อ ยาที่ได้รับอาจเป็นเพียงยากดภูมิคุ้มกันที่ไม่มาก และอาจจะใช้เพียงแค่ชนิดเดียวก็เพียงพอ ในผู้ป่วยทุกรายในช่วงแรกที่โรคเอสแอลอีกำเริบอาจจะมียาที่ได้รับหลายขนาน แต่หากโรคสงบเป็นระยะเวลาหนึ่งก็สามารถที่จะลดปริมาณของยาลงได้ แต่จะสามารถลดยาได้มากน้อยขนาดไหน หรือหยุดยาได้หรือไม่ก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

การดูแลตัวเองหากเป็นโรคเอสแอลอี

1.หลีกเลี่ยงแสงแดด โดยควรจะทาครีมกันแดดที่ปกป้องทั้ง UV-A และ UV-B รวมถึงครีมกันแดดควรจะมีค่า SPF อย่างน้อย 30 นอกจากนั้นอาจจะหลีกเลี่ยงออกข้างนอกในช่วงที่อากาศร้อนของวัน ได้แก่ช่วง 10.00-16.00 น. ถ้าเกิดสามารถทำได้ รวมถึงใส่เสื้อที่สามารถปกป้องแสงแดดได้

2.ลดโอกาสการติดเชื้อ โดยการดูแลสุขภาพฟันให้ถูกสุขอนามัย กินอาหารที่ปรุงสุกสะอาดควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบอาหารประเภทส้มตำ หรือยำ หลีกเลี่ยงบุคคลที่มีอาการเจ็บป่วย

3.ในผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิด ควรหลีกเลี่ยงการคุมกำเนิดด้วยการใช้ยาคุมชนิดกินที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนในขนาดสูง และผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์หากอยู่ในระยะโรคกำเริบไม่ควรจะตั้งครรภ์ รวมถึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการคุมอาการของโรคเอสแอลอี คือ การรับประทานยาและเข้ารับการตรวจติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นอาการและอาการแสดงรวมถึงความรุนแรงของตัวโรคมีความหลากหลายในแต่ละบุคคล และในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่หายขาด การเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการปรับยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยในขณะนั้นจึงสำคัญที่สุด

 

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved