ผลสำรวจ ‘ฮาคูโฮโด’ ชี้คนไทยพร้อมมูฟออนจากโควิด สิ้นปีนี้เตรียมฉลองปีใหม่เต็มที่

ผลสำรวจ ‘ฮาคูโฮโด’ ชี้คนไทยพร้อมมูฟออนจากโควิด สิ้นปีนี้เตรียมฉลองปีใหม่เต็มที่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.11 น.
Tag :

เรื่องงานพักก่อน! ผลสำรวจ ฮาคูโฮโดชี้คนไทยพร้อมมูฟออนจากโควิด สิ้นปีนี้เตรียมฉลองปีใหม่เต็มที่

  • การได้ใช้ชีวิตมีค่ายิ่งกว่าเงินทองแรงจับจ่ายคนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปีสะท้อนความพร้อมเพื่อซื้อความสุขให้ตนเองและครอบครัว
  • เลิกเครียดโควิดฯไม่คิดลบปรับแนวคิดมุ่งใช้เหตุผลตัดสินเหตุการณ์มากขึ้นเน้นใช้ชีวิตแบบ balance เติมพลังบวกเตรียมเดินหน้าสู่ปีใหม่

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียน (ประเทศไทย) หรือHakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (THAILAND)ร่วมกับบริษัทฮาคูโฮโดอินเตอร์เนชั่นแนล(จำกัด) Hakuhodo International (Thailand) Co.,Ltd เผยผลสำรวจเรื่องการคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือนธันวาคม พ.ศ.2565 ว่าคนไทยมีแนวโน้มในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งด้านความต้องการอยากใช้จ่ายที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีและความสุขที่ยังบวกขึ้นอีกเมื่อเทียบกับหลายเดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนไทยในตอนนี้มูฟออนจากโควิด-19 อย่างแท้จริง


 

ปลายปีหลายคนมุ่งเน้นเรื่องการเฉลิมฉลองเตรียมจับจ่ายซื้อของเพื่อตอบสนองตนเองและครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าโทรศัพท์มือถือของฟุ่มเฟือยเพื่อเป็นของขวัญหรืออาหารเพื่องานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ยังรวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อกลับไปหาครอบครัว สะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคเชิงบวกอย่างมากซึ่งในประเด็นนี้เองคุณธีรเมศร์นิติจรรยาวงศ์ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์บริษัทฮาคูโฮโดอินเตอร์เนชั่นแนล (จำกัด)ได้ให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางให้แบรนด์ต่างๆ เตรียมพร้อมให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการใช้จ่ายสูงสุดในรอบสองปีนี้ว่า

  1. คำว่า เปิดเป็นกิมมิคที่ใช้ช่วงนี้แล้วปัง!

การจับจ่ายในช่วงท้ายปีคนไทยกำลังอินกับการเปิดรับสิ่งใหม่ ไม่ใช่แค่ให้รางวัลกับตัวเองแต่ซื้อเพื่อเติมเต็มความรู้สึกของผู้อื่นด้วย เช่นการแสดงความขอบคุณความรักหรือ reconnect กับครอบครัวเพื่อก้าวสู่ปีใหม่ที่ดีกว่าเดิมดังนั้นแบรนด์ควรกระตุ้นให้คนออกมาเปิดหูเปิดตาด้วยกิจกรรมใหม่ๆโดยใช้ keyword ‘การเปิด’ เพื่อสร้างอารมณ์การมีส่วนร่วมกับแบรนด์ทั้งในด้านการสื่อสาร (communication) และการสร้างประสบการณ์ร่วม (engagement) เช่นเปิดตู้เสื้อผ้าอัพลุคใหม่เปิดประตูออกเดินทางไปเที่ยวเปิดลิฟต์เสพบรรยากาศสวยๆบน rooftop

 

  1. ผสมผสานการคือกลยุทธ์การตลาดที่ต้องทำ

โควิดฯทำให้วิถีชิวิตคนไทยเปลี่ยนอย่างถาวรช่องทางจับจ่ายเปลี่ยนไปจากสิ่งที่ไม่เคยทำจนเป็นเรื่องคุ้นเคยแบรนด์ต้องประเมินช่องทางสร้างประสบการณ์กับลูกค้า (touchpoint) ทุกมิติทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์และจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนรวม (Interaction) ช่องการจำหน่าย (Distribution) และการสื่อสาร (Communication) เป็นลูกผสมกันไปเพื่อปิดรอยรั่วในช่วงลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่ไหลเข้ามา เช่นหากปัจจุบันเน้นที่ลูกค้า online เป็นหลักอาจต้องพิจารณาเพิ่มกิจกรรมการหน้าร้าน (physical) เพื่อตอบสนองลูกค้าที่หันกลับมาเดินกันมากขึ้น

การชี้แนะแนวทางให้กับแบรนด์เป็นผลมาจากการสำรวจของฮาคูโฮโดซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยมูฟออนจากโควิด-19 ได้แล้วอย่างชิ้นเชิงเนื่องจากอาการป่วยสามารถรักษาให้หายได้แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

คุณสิตาพัชญ์ รุจิธันยพัชร์  เจ้าหน้าที่วางแผนกลยุทธ์อาวุโสบริษัทฮาคูโฮโดอินเตอร์เนชั่นแนล (จำกัด)ชี้ประเด็นอ้างอิงจากผลสำรวจแนวโน้มความต้องการในการใช้จ่ายของคนไทยในเชิง insight พบความสนใจอยู่ 4 ประเด็น

            1.แนวโน้มการใช้จ่ายสูงทำลายทุกสถิติในรอบ 2 ปีที่ 69% โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบสนองด้านอารมณ์

แรงกระตุ้นเชิงบวกจากภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักเทศกาล festive และโปรโมชั่นจากแบรนด์ล้วนส่งผลให้คนไทยอยาก ‘ปลดล็อก’ จากพันธนาการความกังวลทั้งปวงเช่นการหาของขวัญให้ครอบครัวจับฉลากปีใหม่พบปะสังสรรค์โดยสินค้าที่นิยมอาทิโทรศัพท์ใหม่เสื้อผ้า collection ใหม่รถป้ายแดงคันใหม่ร้านอาหารเปิดใหม่ที่ต้องไปลอง

2. ความสุขความเอนจอยนี้เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะสาวๆ

ด้วยนักท่องเที่ยวที่กลับเข้ามาโบนัสที่กำลังรอรับและสภาพจิตใจที่ดีขึ้นคนไทยมองว่า ‘ไม่มีความสุขน้อยลงไปกว่านี้อีกแล้ว’ นี่คือเสียงสนองของคนไทยผ่านตัวเลขแต่จะมีแต่ความสุขที่มากขึ้น(+1%) โดยเฉพาะจากสาวๆ (+2%) สะท้อนให้เห็นถึง ‘ความเชื่อ’ที่มีทิศทางบวกในปี 2566 ที่จะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามา

            3.คนกรุงเทพฯตื่นเต้นวัยรุ่นเน้นช็อปเพื่อ self-branding สูงวัยเน้นช็อปเพื่อ reconnect

คนกรุงเทพฯกลับมามีคะแนนบวกสูงสุดที่ +7% เนื่องด้วยการเตรียมตัวซื้อของฝากส่งเงินให้ที่บ้านและเดินทางท่องเที่ยวที่มากกว่าภาคอื่น

คนเหนือกลับติดลบเนื่องด้วยปัญหาสภาพอากาศเช่นฝุ่นละออง PM2.5 ค่าตั๋วเครื่องบินที่ปรับราคาสูงขึ้นซึ่งอาจเกิดการชะลอตัวในการเดินทาง

วัยรุ่นและวัยทำงานช่วงอายุ 20-39 เน้นการจับจ่ายที่แสดงความเป็นตัวตนรวมถึงไปร่วมกิจกรรมเพื่อทำคอนเทนท์โซเชียลในอีเวนท์เทศกาลต่างๆ

วัยกลางคนช่วงอายุ 40-59 จับจ่ายเพื่อสานสัมพันธ์ซื้อของฝากของขวัญแก่ลูกหลานญาติสนิทมิตรสหาย

4.พักงานไว้ก่อนขอพักกายพักใจเพราะชีวิตมีค่ามากกว่าเงินทอง

คนไทยเข้าสู่โหมดอยากพักผ่อนช่วงปีใหม่แต่ก็กังวลใจเรื่องความปลอดภัยซึ่งเป็นครั้งแรกที่ความสำคัญด้าน
‘ความปลอดภัย’ เข้ามีติดอันดับ Top 5 สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยใช้ชีวิตแบบ ‘balance life’ คือถึงแม้จะอยากเต็มที่กับความสุขแต่ยังใช้ชีวิตแบบระมัดระวังกับเหตุการณ์รอบตัวด้วยเช่นการเดินทางการเลือกสถานที่เที่ยวหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เปลี่ยนมุกรายวัน

 

คุณพร้อมพร สุภัทรวณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านวิจัยการตลาดและกลยุทธ์สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียนประเทศไทยอธิบายความสนใจบ้านเมืองของคนไทยในภาพรวมว่า ในปัจจุบันความสนใจของผู้คนมีความผันผวนตลอดเวลาจากสถานการณ์บ้านเมืองที่มีให้ตกใจรายวัน เช่นข่าวการกราดยิงข่าวน้ำท่วมข่าวการเมืองที่ยังคงร้อนแรงหรืออื่นอีกหลายข่าวที่ปรากฎใน Top10 จนทำให้คนไทยไม่มีความสนใจเรื่องข่าวสารหรือความกังวลของโควิด-19 อีกแล้ว นสิ่งที่ควรจะตั้งข้อสังเกตุคือ ‘คนไทยในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะเสพข่าวแบบมีสติและเหตุผลมากขึ้นไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเนื้อหาของข่าวนั้นเพียงอย่างเดียวจนกว่าจะได้รู้เนื้อหาของข่าวทั้งหมดและช่วยกัน comment เพื่อดึงสติไม่ให้ไหลไปตามกระแสอารมณ์ของโซเชียลซึ่งทีมมองว่า เป็นนัยยะที่ดีและคาดหวังว่าคนไทยจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างมีสติ และรู้เท่าทันเพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตในปีหน้า’

ทำงานกันมาอย่างต่อเนื่องจนผ่านมาได้ถึงช่วงท้ายปีนี้ถึงเวลาพักเรื่องการทำงานเข้าสู่โหมดการพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่เพราะการได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทอง เลิกเครียดโควิด-19 คิดบวกมองว่าเป็นสิ่งที่สามารถรักษาหายได้พร้อมมูฟออนเพื่ออนาคตที่สดใสอย่างเต็มที่

เกี่ยวกับสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียน (ประเทศไทย)

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียน (ประเทศไทย) หรือHakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (THAILAND) ทำการศึกษาเกี่ยวกับ "การคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย" ทุก ๆ สองเดือนโดยผลสำรวจการคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 เป็นผลสำรวจจากการรวบรวมข้อมูลจากวันที่ 19  ถึงวันที่ 28 ตุลาคมพ.ศ. 2565 โดยมุ่งเน้นเกี่ยวกับแนวโน้มและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในอนาคตผ่านการทำแบบสอบถามเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากประชากรเพศชายและหญิงจำนวน 1,200 คนอายุระหว่าง 20-59 ปีจาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ

Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN คือศูนย์วิจัยแห่งใหม่ของกลุ่มฮาคูโฮโดในภูมิภาคอาเซียนก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2014 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบริษัทต่างๆภายในประเทศสมาชิกภูมิภาคอาเซียนในเรื่องของข้อมูลการตลาดรวมทั้งสังเกตไลฟ์สไตล์ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นโดยการวิจัยของฮาคูโฮโดจะเป็นการวิจัยที่มุ่งเน้นการศึกษาSei-katsu-sha หรือผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคม (Life Living Person) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาของฮาคูโฮโดที่ไม่เพียงแค่อธิบายผู้คนในฐานะผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่อธิบายถึงความเป็นบุคคลของผู้บริโภคที่มีชีวิตจิตใจไลฟ์สไตล์แรงบันดาลใจและความฝันที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ติดตามผลสำรวจเพิ่มเติมได้ที่ Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (THAILAND)

https://www.facebook.com/hakuhodohillasean 

 

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top