วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
ที่ปรึกษาเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เผยลำปางเดินหน้าลดบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่ม ร้านกาแฟร่วมโครงการกว่า 100 ร้านผ่านการตั้งเมนูไม่หวานเป็นค่าเริ่มต้น ด้าน สสจ.ลำปาง เผยแคมเปญ “อเมริกาโนไม่หวานร้านนี้อร่อยนะ”ดัน ผู้บริโภคขานรับพุ่งสูง 84%
ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย อดีตรองอธิบดีกรมอนามัย ในฐานะที่ปรึกษาเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน นำคณะลงพื้นที่ติดตามและแลกเปลี่ยนการดำเนินงานเครือข่ายเด็กไทยไม่กิน พื้นที่จังหวัดลำปาง ระบุว่า ลำปางถือเป็นจังหวัดที่มีความเข้มแข็งในการทำงานเชิงรุก สามารถชวนร้านกาแฟเข้าร่วมได้ประมาณ 100 กว่าร้าน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง และสะท้อนว่า คนในพื้นที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาลและอินซูลิน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของคนไทยอย่างเดียว ต่างประเทศก็เจอปัญหานี้เช่นกัน
“จากการทำงานพบว่า ร้านกาแฟส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็เริ่มกดดันน้อยลง เพราะเขาเลือกเองว่า จะดื่มเครื่องดื่มระดับความหวานระดับไหน อีกสิ่งที่เห็นชัดคือ ความหวานของแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน กรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดมีความต่างกัน โดยในต่างจังหวัดความหวานจะค่อนข้างสูงกว่า เราจึงมีการทดสอบเครื่องดื่มในแต่ละแบรนด์ กำหนดแนวทางว่า ถ้าไม่ใส่น้ำแข็ง ความหวานควรไม่เกินประมาณ 5–6 เปอร์เซ็นต์ และถ้าใส่น้ำแข็งไม่ควรเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้มีการสุ่มตรวจ โดยใช้ชุดอุปกรณ์ของจังหวัดในการตรวจวัด เพื่อให้เกิดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน”

ทพ.สุธา กล่าวว่า ในส่วนของกิจกรรมรณรงค์ ต้องยอมรับว่า การออกแบบวิธีสื่อสารสำคัญมาก ทำอย่างไรให้คนที่เดินเข้ามาในร้านเห็นป้าย เห็นสัญลักษณ์ แล้วเกิดความสนใจ รู้สึกว่า เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ใช่เรื่องไกลตัว “จากที่ขับเคลื่อนรณรงค์ลดการบริโภคหวาน พบว่าคนลำปางเริ่มพูดเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น บางคนบอกเลยว่า เดี๋ยวนี้สั่งไม่หวานหรือแทบไม่หวานเลยก็มี ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้คนมีความรอบรู้เรื่องการลดหวานมากขึ้น และเริ่มเชื่อมโยงว่าความหวานเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกาย เรื่องน้ำตาลถือเป็นจุดตั้งต้นของปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)”
ด้าน ทพญ.ลลนา ถาคำฟู รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เล่าว่า จากการที่”เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ลำปาง” ดำเนินการขับเคลื่อนแคมเปญ “ร้านกาแฟหวานน้อย/ไม่หวาน” โดยมีเป้าหมายลดการบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มของประชาชนนั้น ในช่วงแรกๆเจ้าของร้านเข้าใจผิดกังวลเรื่องภาษี ซึ่งไม่เกี่ยวกัน แต่เป็นการทำงานเพื่อสุขภาพและการพัฒนาเมนูหวานน้อย ที่สำคัญ พบว่าความเข้าใจของคนไทยต่อเมนูสุขภาพยังคลาดเคลื่อน อย่างเช่น “อเมริกาโน่” เป็นเมนูเครื่องดื่มไม่หวาน แต่คนจำนวนมากติดภาพจำว่ากาแฟต้องหวาน จึงกลัวว่าไม่อร่อย ทำให้การรณรงค์เน้นการสื่อสารเชิงบวก ไม่ตั้งคำรุนแรงหรือไปตีตราคนกินหวาน แต่เปลี่ยนมาเป็นการชวนว่า”เมนูไม่หวาน คือ ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ” โดยทีมงานฯพยายามชวนร้านกาแฟให้ลองมีเมนูทางเลือก เช่น เสิร์ฟแบบไม่เติมน้ำตาลเป็นค่าเริ่มต้น แล้วให้ลูกค้าเติมเองได้หากต้องการ เพื่อให้เกิดการลองชิมและปรับลิ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมทั้งเก็บข้อมูลจากร้านอย่างเป็นระบบ ขอข้อมูลยอดขาย รายการเมนูจากร้าน ซึ่งจากการที่ทีมงานได้ลงพื้นที่ไปคุยกับร้านจริง ทดลองปรับเมนู และวิธีเสิร์ฟให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเริ่มจากโจทย์ง่ายๆ คือ หาทางทำให้คนเข้าถึงเครื่องดื่มหวานน้อยได้ โดยไม่รู้สึกถูกบังคับ
ทพญ.ลลนา เผยว่า ผลการสำรวจสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มของคนลำปาง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง (สสจ.ลำปาง) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เลือกดื่มเครื่องดื่มไม่หวานและหวานน้อย รวมกันมากกว่าร้อยละ 67 โดยเฉพาะเมนู“อเมริกาโน่”เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการดำเนินงานการขับเคลื่อนการลดการบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มของประชาชน 3 ด้าน ได้แก่ การขับเคลื่อนประเด็นในร้านเครื่องดื่มที่มีเมนูไม่หวานเป็นเมนูเริ่มต้น (default menu) , การชักชวนร้านเครื่องดื่มอ่อนหวานรายใหม่เข้าร่วมโครงการ (เป้าหมายอำเภอละ 1 ร้าน) ภายใต้แคมเปญ “อเมริกาโนไม่หวานร้านนี้อร่อยนะ” และการผลักดัน “องค์กรอ่อนหวาน” ในทุกหน่วยงานสาธารณสุข โดยมีการคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ (best practice) เพื่อขยายผลในระดับจังหวัด ผลปรากฏว่า พฤติกรรมการดื่มแบบไม่หวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 80.3 เป็นร้อยละ 84 ซึ่งสะท้อนว่าการตั้งค่าเมนูไม่หวานเป็นค่าเริ่มต้น และการสื่อสารกับผู้บริโภคช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง
ทั้งนี้ ทพญ.ลลนา ได้ให้แนวคิดสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานลดหวาน คือ การดึงคนที่เคยซื้อเครื่องดื่มหวานจากร้านสะดวกซื้อให้หันมาซื้อร้านท้องถิ่น ด้วยจุดขายราคาถูกกว่าและทำหวานน้อยได้ และรณรงค์ลดหวานกับร้านชง ร้านรถเข็น เป็นกลุ่มเป้าหมายต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าหลายเมนูยังมีค่าความหวานสูงเกินเกณฑ์ที่แนะนำ เครือข่ายฯ อยากเสนอเกณฑ์การส่งเสริมการลดหวานว่า เครื่องดื่มหวานน้อยไม่ควรเกิน 2 ช้อนชา (ประมาณ 8 กรัม) เพื่อใช้เป็นแนวทางสื่อสารและปรับสูตรในอนาคต
ขณะที่ ร้านกาแฟหวานน้อย “นายตะวัน ปัญญาโชติ” เจ้าของร้าน Hug Cup ร้านกาแฟแห่งแรกของอำเภอแม่ทะ ที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่าตัวร้านเองแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะสูตรการชงเครื่องดื่มของทางร้านหวานน้อยอยู่แล้ว “ผมมองเรื่องจรรยาบรรณของผู้ทำอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรู้ดีที่สุดว่า ใส่อะไรลงไป ลูกค้าไม่รู้ทั้งหมด ดังนั้น การทำเมนูหวานน้อย คือ การขายของดีอย่างรับผิดชอบต่อสุขภาพผู้บริโภค” และเมนูอย่างกาแฟดำทั่วโลกแทบไม่เติมหวาน และรสหวานบางส่วนเกิดจากธรรมชาติของเมล็ด และอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบเมล็ดกาแฟ และกระบวนการคั่ว
"ช่วงเริ่มต้น เรามีความตั้งใจใช้เมล็ดกาแฟจากเกษตรกรในจังหวัดลำปางเป็นอันดับแรก แต่ด้วยข้อจำกัดด้านมาตรฐานการผลิตในขณะนั้นที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา ทำให้ร้านเลือกเมล็ดกาแฟจากแหล่งอื่นเพื่อให้ได้คุณภาพตามที่กำหนด แต่ปัจจุบันผมเชื่อว่า ศักยภาพและคุณภาพเมล็ดกาแฟไทย ไม่ว่าจะจากแหล่งใด รวมถึงลำปาง ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกันหมดแล้ว หรืออย่างเทรนด์มัทฉะที่กำลังมาแรง ทางร้านมีการคัดสรรมัทฉะสายอุจิ/เกียวโต ถือเป็นมัทฉะ ceremony grade กว่าจะเป็นมัทฉะคุณภาพต้องผ่านกระบวนการปลูก ดูแล แปรรูปละเอียด ทำให้ “ไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำตาล” ก็ดื่มได้อย่างละมุมลิ้นแถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย"นายตะวัน กล่าว
ส่วน “เบียร์- หทัยรัตน์ เขจร เจ้าของ “ร้านกาแฟสดหม้อก๋า” ร้านกาแฟแนว Slow Bar Coffee ที่สกัดกาแฟด้วยหม้อต้ม Moka pot ให้รสชาติเข้มข้น เล่าว่า เปิดร้านมาเกือบ 4 ปี ที่อำเภอสมปราบ ไฟตกไปดับบ่อย เครื่องจะพังง่าย ยิ่งหากไฟดับ การใช้หม้อต้ม เราก็ยังสามารถชงขายต่อได้ “การสกัดกาแฟด้วย Moka pot จะได้ความหอม แต่อาจไม่ได้ความเข้มข้นเท่าเครื่องชงที่ได้มาตรฐานสูงๆ ”
ทั้งนี้ ทางร้านยังคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่าง โดยเฉพาะระดับคั่วกลาง (Medium Roast) ซึ่งเป็นระดับที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมนำเสนอเมนูแนะนำอย่าง 'อเมริกาโนไม่หวาน' และอเมริกาโน่มะพร้าว ที่ชูรสชาติธรรมชาติของกาแฟได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การดื่มที่ยอดเยี่ยมโดยไม่จำเป็นต้องเติมความหวาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพอย่างแท้จริง
-(016)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี