543.jpg
ปราชญ์ สามสี ส่งสารตรงถึง 'วันนอร์' ผู้ผลักดันโต๊ะเจรจา BRN เพื่อสันติภาพ หรือเปิดทางแบ่งแยก?

ปราชญ์ สามสี ส่งสารตรงถึง 'วันนอร์' ผู้ผลักดันโต๊ะเจรจา BRN เพื่อสันติภาพ หรือเปิดทางแบ่งแยก?

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.07 น.

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ปราชญ์ สามสี” โพสต์ข้อความระบุว่า  ถึงวันนอร์และผู้ผลักดันโต๊ะเจรจา BRN อย่าลืมบทเรียนจาก The Godfather — ใครก็ตามที่พยายามชักนำเราไปพบฝ่ายตรงข้าม คนนั้นอาจเป็นคนทรยศ

ปราชญ์ สามสี


ภาพยนตร์เรื่อง The Godfather เล่าเรื่องตระกูลคอร์เลโอเน ซึ่งต้องเผชิญทั้งสงครามอำนาจ การหักหลัง และการแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มมาเฟีย เมื่อ ดอน วีโต คอร์เลโอเน เริ่มวางมือ ไมเคิล คอร์เลโอเน ผู้เป็นบุตรชาย จึงต้องขึ้นมาปกป้องครอบครัวแทน

ก่อนเสียชีวิต ดอน วีโตเตือนไมเคิลด้วยประโยคสำคัญว่า

> “ใครก็ตามที่มาหาคุณเพื่อจัดการนัดพบกับบาร์ซินี คนนั้นคือคนทรยศ อย่าลืม”

ดอน เอมิลิโอ บาร์ซินี คือคู่แข่งสำคัญของครอบครัวคอร์เลโอเน ต่อมา ซัลวาโตเร เทสซิโอ คนใกล้ชิดที่ครอบครัวไว้วางใจมานาน กลับเป็นผู้เสนอให้นัดพบกับบาร์ซินีจริง ๆ ไมเคิลจึงรู้ทันทีว่า เทสซิโอเปลี่ยนข้างและกำลังพาเขาเข้าสู่กับดัก

บทเรียนของฉากนี้ไม่ได้อยู่ที่การสอนว่าควรเจรจาอย่างไร แต่อยู่ที่การเตือนให้รู้ว่า ฝ่ายตรงข้ามอาจใช้คำว่า “พบปะ” หรือ “พูดคุย” เป็นฉากหน้า ขณะที่เกมจริงถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

คนที่เดินมาชวนเราไปนั่งโต๊ะ อาจไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลาง แต่อาจกำลังทำหน้าที่เปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามากำหนดอนาคตของเรา

โต๊ะเจรจาที่เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงปืน

ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและผู้มีบทบาทต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ฝ่ายไทยและฝ่ายที่เห็นต่างกำลังหารือในระดับคณะย่อย ก่อนเตรียมประชุมคณะใหญ่ที่ประเทศมาเลเซียในเดือนกันยายน และหากตกลงกันได้ก็อาจมีการลงนามหรือออกมติร่วมกัน

ในช่วงเวลาใกล้กัน กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพของ BRN ออกแถลงการณ์กล่าวถึงปฏิบัติการของฝ่ายไทย พร้อมอ้างว่าความตึงเครียดเกิดจากกระบวนการสันติภาพที่ไม่คืบหน้า และยืนยันว่าการเจรจาคือทางออกของความขัดแย้ง

แต่สิ่งที่ประชาชนเห็นในพื้นที่กลับไม่ใช่บรรยากาศแห่งสันติภาพ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนบาดเจ็บอีก 6 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 3 ขวบและ 10 ขวบ ผู้ก่อเหตุยังชิงอาวุธ เสื้อเกราะ และโทรศัพท์มือถือ ก่อนเผารถที่ใช้ก่อเหตุเพื่อทำลายหลักฐาน

นี่จึงเป็นภาพที่คนไทยต้องมองให้ออกว่า ขณะที่ฝ่ายหนึ่งใช้ความรุนแรงสร้างแรงกดดัน อีกฝ่ายหนึ่งกลับพยายามผลักประเทศไทยเข้าสู่โต๊ะเจรจา

ยิ่งเกิดเหตุร้ายมากเท่าไร ก็ยิ่งมีเสียงเรียกร้องให้รีบเจรจามากขึ้นเท่านั้น

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า โต๊ะเจรจากำลังถูกใช้เพื่อยุติความรุนแรงจริง ๆ หรือความรุนแรงกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือบังคับให้ประเทศไทยยอมเปิดโต๊ะ

ใครกำลังพาใครไปพบบาร์ซินี

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การสอนเจ้าหน้าที่ไทยว่าต้องทำอะไร แต่อยู่ที่การเตือนสติคนไทยให้มองพฤติการณ์ของผู้ผลักดันกระบวนการนี้อย่างตรงไปตรงมา

ตลอดเวลาที่มีการพูดถึงการเจรจา คนไทยแทบไม่ได้ยินถ้อยคำที่มีน้ำหนักชัดเจนในการปกป้องประเทศไทยจากฝ่ายที่ใช้ความรุนแรง

เมื่อเจ้าหน้าที่และประชาชนถูกโจมตี เสียงประณามต่อผู้ก่อเหตุมักเบากว่าเสียงเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่โต๊ะพูดคุย

เมื่อ BRN ถูกตั้งคำถามเรื่องความเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรง หลายฝ่ายกลับใช้ถ้อยคำกว้าง ๆ ว่าเป็น “ฝ่ายที่เห็นต่าง” หรือเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรงอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งที่ฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของประเทศไทย ส่วนอีกฝ่ายเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีข้อเรียกร้องทางการเมืองต่อดินแดนของประเทศไทย

นายรอมฎอน ปันจอร์เคยตั้งคำถามว่า BRN สามารถควบคุมกำลังของตนได้จริงหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีพลเรือนหรือไม่ คำถามดังกล่าวยิ่งสะท้อนว่า แม้แต่ผู้สนับสนุนการพูดคุยเองก็ยังไม่อาจยืนยันได้ว่า ผู้ที่กำลังถูกยกให้เป็นคู่เจรจานั้นมีอำนาจสั่งการผู้ก่อเหตุเพียงใด

แต่หากยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครควบคุมคนถือปืน เหตุใดจึงต้องเร่งสร้างสถานะทางการเมืองให้กับผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของพวกเขา

นี่จึงไม่ใช่โต๊ะที่แฟร์สำหรับประเทศไทย

ฝ่ายหนึ่งยังสามารถใช้ความรุนแรง ก่อเหตุ และสร้างความหวาดกลัวได้ ขณะที่อีกฝ่ายถูกกดดันให้ต้องนั่งโต๊ะ ต้องรับฟังข้อเรียกร้อง และอาจต้องยอมรับสถานะทางการเมืองของกลุ่มที่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสีย

เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การพูดคุย

คนไทยต้องเข้าใจว่า ข้อเรียกร้องของขบวนการแบ่งแยกดินแดนไม่ได้จบอยู่ที่การลดเหตุรุนแรง แต่เกี่ยวข้องกับอำนาจการปกครอง สถานะของพื้นที่ และความพยายามแยกพื้นที่บางส่วนออกจากอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย

ดังนั้น คำว่า “สันติภาพ” อาจฟังดูดี แต่ต้องมองให้ถึงปลายทางว่า สันติภาพที่กำลังถูกเสนอคือการอยู่ร่วมกันภายใต้ประเทศไทย หรือเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการทำให้ข้อเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนได้รับการยอมรับมากขึ้น

เมื่อผู้ผลักดันการเจรจาให้ความสำคัญกับการเปิดโต๊ะมากกว่าการถามหาความรับผิดชอบจากผู้ถืออาวุธ คนไทยย่อมมีสิทธิสงสัยว่า คนเหล่านี้กำลังรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย หรือกำลังช่วยให้อีกฝ่ายเดินเกมได้สะดวกขึ้น

ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่พูดถึงการเจรจาคือคนทรยศ แต่หมายความว่า ทุกคนที่พยายามพาประเทศไทยไปนั่งกับฝ่ายตรงข้าม ต้องถูกตรวจสอบจากคำพูด ท่าที และพฤติการณ์อย่างเข้มงวด
เพราะใน The Godfather เทสซิโอไม่ได้เดินเข้ามาพร้อมปืน เขาเดินเข้ามาพร้อมข้อเสนอให้ “นัดพบ”

และนั่นเองคือเหตุผลที่คำเตือนของดอน วีโต คอร์เลโอเนยังมีความหมาย

> อย่ามองเพียงว่าใครมาชวนเราเจรจา

จงมองว่าใครเป็นผู้ส่งเขามา

ใครกำหนดเกมไว้ล่วงหน้า

และปลายทางของโต๊ะนั้นกำลังพาประเทศไทยไปที่ใด

คนไทยจึงต้องตื่นและมองให้ออกว่า การเจรจาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบนพื้นที่ที่เท่าเทียม ฝ่ายหนึ่งใช้เสียงปืนสร้างอำนาจต่อรอง ขณะที่อีกฝ่ายกำลังถูกชักนำให้ยอมรับเกมที่อาจมีปลายทางคือการทำให้ประเทศไทยถูกแบ่งแยกออกเป็นส่วน ๆ

ก่อนจะเชื่อคำว่า “สันติภาพ” เราต้องถามให้ชัดเสียก่อนว่า สันติภาพนั้นเป็นของประชาชนไทย หรือเป็นเพียงประตูที่เปิดให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามากำหนดอนาคตของแผ่นดินไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top