Logo วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
โบสถ์มหาอุตม์ วัดอ่างศิลา พุทธสถานยุคอยุธยาตอนปลาย

โบสถ์มหาอุตม์ วัดอ่างศิลา พุทธสถานยุคอยุธยาตอนปลาย

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : โบสถ์มหาอุตม์ พุทธสถานยุคอยุธยาตอนปลาย วัดอ่างศิลา
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เดิมนั้นวัดอ่างศิลามีสองวัด คือวัดนอกกับวัดใน แต่รวมเป็นวัดเดียวกันใน พ.ศ. 2459 ดังนั้นโบสถ์วัดอ่างศิลาในจึงถูกเปลี่ยนเป็นวิหาร อุโบสถเดิมเป็นแบบมหาอุตม์ มีขนาดเล็ก มีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม มีพระพุทธรูปประทับยืนทรงเครื่องปางห้ามสมุทร 2 องค์อยู่เบื้องขวาและซ้ายพระประธาน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร 2 องค์นี้มีความละม้ายกับพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาก

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปกราบพระที่วัดอ่างศิลา ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และชมความงามของวิหาร ซึ่งคืออุโบสถหลังเดิมที่สร้างมาตั้งแต่ยุคอยุธยาตอนปลาย โดยสนทนาธรรมกับ พระสมุห์ธีรภัทโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดอ่างศิลา


l กราบนมัสการพระคุณเจ้า ขอความเมตตาช่วยเล่าประวัติวัดอ่างศิลาโดยสังเขปให้ทราบด้วยครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ตามประวัติระบุว่าวัดอ่างศิลาในก่อสร้างเมื่อครั้งยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แล้วต่อมายุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสร้างวัดอ่างศิลานอก ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2459 จึงมีประกาศให้รวมวัดทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วใช้ชื่อวัดอ่างศิลา สิ่งสำคัญของวัดอ่างศิลาคือวิหารซึ่งเคยเป็นอุโบสถเก่าของวัดอ่างศิลาใน อุโบสถเป็นแบบมหาอุตม์ คือมีเฉพาะประตูเข้าทางด้านหน้าเท่านั้น ไม่มีประตูออกด้านหลังพระประธาน โบสถ์มหาอุตม์ถูกเชื่อว่ามีความขลังมาก จึงนิยมใช้ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลังและเป็นที่ทำสมาธิ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ภายในอุโบสถเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก แบ่งเป็นสี่ชั้น ชั้นบนสุดวาดรูปพระพุทธเจ้าขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ชั้นล่างลงมาวาดรูปพระขนาดย่อมปางสมาธิ ส่วนชั้นที่ต่อลงมาเป็นภาพเทวดาและพญาวานรพนมมือไหว้

โดยชั้นล่างสุดวาดภาพยักษ์พนมมือไหว้มีประวัติเล่าว่าในช่วงกอบกู้อิสรภาพให้กรุงศรีอยุธยานั้น พระยาตาก (ก่อนจะเสด็จขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ยกกองทัพมาทางเรือ แล้วได้มาทำพิธีปลุกเสกภายในอุโบสถแห่งนี้ ซึ่งในครั้งนั้นเล่ากันว่าเป็นวัดร้าง แต่เมื่อได้รับการฟื้นฟูและได้บูรณะอุโบสถ พบว่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนัง จึงซ่อมแซมมาเป็นระยะๆ จนปรากฏถึงทุกวันนี้ ส่วนพระประธานดั่งเดิมนั้นมีขนาดองค์เล็กกะทัดรัด แต่ต่อมาได้สร้างพระประธานองค์ใหม่ มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จึงต้องอัญเชิญพระประธานองค์เดิมมาไว้เบื้องหน้าพระประธานองค์ใหม่ แต่ยังคงเก็บรักษาฐานชุกชีเดิมไว้ดังปรากฏถึงทุกวันนี้ แล้วที่สำคัญคือมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรสององค์อยู่เบื้องซ้ายและขวาพระประธาน พระพุทธรูปยืนสององค์นี้มีพุทธลักษณะละม้ายกับพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาก เพียงแต่มีขนาดพระองค์เล็กกว่าเท่านั้น ครั้นเมื่อรวมวัดกันแล้ว ก็แปรสภาพอุโบสถวัดอ่างศิลาในเป็นวิหาร แล้วให้อุโบสถวัดอ่างศิลานอกเป็นอุโบสถของวัด

โดยอุโบสถเป็นแบบพระราชนิยมในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 คือมีเสาพาไลสี่เหลี่ยมล้อมรอบ มีหน้าบันประดับด้วยเครื่องถ้วยลายคราม และเครื่องลำยองเป็นปูนปั้น ซุ้มประตูและหน้าต่างประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษาพระประธานปางมารวิชัย มีจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติ และยังมีบันทึกเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองอ่างหิน ณ ค่ายหลวงอ่างหิน เมื่อวันอังคาร แรม 10 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด อัฐศก ศักราช 1238 หรือตรงกับ พ.ศ. 2419 ด้วย โดยมีหลักฐานประกอบคือตึกขาว ตึกแดงที่ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ ณ บริเวณที่ประทับริมชายทะเลอ่างศิลา ปัจจุบันอยู่ในเขตการดูแลโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

l กราบนมัสการเรียนถามเจดีย์สามองค์ที่อยู่หน้าโบสถ์เก่า หรือวิหารในปัจจุบันว่ามีความเป็นมาอย่างไรครับ เพราะแต่ละองค์ก็มีลักษณะต่างกัน

พระสมุห์ธีรภัทโธ : เจดีย์องค์ที่สร้างก่อนคือองค์กลาง สันนิษฐานตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ปรากฏว่าสร้างสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ส่วนองค์ซ้ายและขวา สันนิษฐานว่าสร้างสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เจดีย์องค์กลางมีจุดเด่นคือองค์เจดีย์ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม โดยมุมของฐานทั้งสี่มียักษ์อยู่ ส่วนกึ่งกลางของแต่ละด้านมีวานรแบกฐาน ถัดขึ้นมาเป็นการย่อมุม 12 แล้วเหนือขึ้นไปมีรูปครุฑยุดนาคอยู่ที่มุมทั้งสี่ เหนือขึ้นไปเป็นฐานบัวหงายสี่ชั้นองค์เจดีย์ทรงชะลูด มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดับทั้งสี่ด้าน ส่วนเจดีย์องค์ขวามือเป็นรูปแปดเหลี่ยม องค์เจดีย์ตั้งบนฐานบัวหงายสามชั้น องค์เจดีย์เป็นแปดเหลี่ยม ปล่อยไฉนเป็นรูปบัวหงาย ห้าชั้น และเจดีย์องค์ซ้ายเป็นทรงเหลี่ยม ที่ฐานมีสิงห์อยู่ที่มุมทั้งสี่ เจดีย์องค์นี้มีความแตกต่างจากเจดีย์อีกสององค์คือประดับด้วยถ้วยชามสังคโลก เจดีย์ทั้งสามองค์เรียงเป็นแนวทิศเหนือใต้ ลักษณะของเจดีย์บ่งบอกชัดเจนว่าแต่ละองค์สร้างในสมัยใด โดยเฉพาะเจดีย์ที่มีเครื่องเบญจรงค์ประดับถือได้ว่าก่อสร้างในสมัยตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่าวัดอ่างศิลาก่อสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายคือ ใบเสมาจารึกอักษรขอมระบุว่าสร้างในปี พ.ศ. 2253

l ในวัดยังมีมณฑปด้วยครับ กราบนมัสการพระคุณเจ้ากรุณาเล่าประวัติมณฑปให้ฟังด้วยครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : มณฑปทำเป็นอาคารมีหลังคาเรือนยอด ตั้งอยู่ทิศเหนืออุโบสถ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง มีจิตรกรรมฝาผนังรูปอดีตพุทธเจ้า 

l อุโบสถของวัดมีสถาปัตยกรรมคล้ายแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 เพราะเหตุใดจึงเป็นแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์ครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ตามหลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าอุโบสถแห่งนี้สร้างสำเร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ดังจะเห็นได้จากหน้าบันอุโบสถที่มีความคล้ายกับพระอุโบสถวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เด่นชัดที่สุด มีหลักฐานระบุว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เขียนโดยนายเอี่ยมและนายแดง เมื่อ พ.ศ. 2368 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 3 โดยช่างทั้งสองคนมาจากวัดสามปลื้ม หรือวัดจักรวรรดิฯ ในกรุงเทพฯ และสันนิษฐานด้วยว่าตัวโบสถ์อาจจะสร้างมาตั้งแต่ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แล้วมาเสร็จสมบูรณ์ในยุครัชกาลที่ 3

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2459สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จตรวจราชการคณะสงฆ์ที่อ่างหิน แล้วเสด็จไปประทับ ณ ตำหนักมหาราช (ตึกขาว) ในครั้งนั้นทรงไปแสดงพระธรรมเทศนาที่วัดอ่างหิน แล้วทรงเห็นว่าวัดอ่างหินนอกมีความทรุดโทรมมากกว่าวัดอ่างหินใน จึงทรงมีพระดำริให้รวมเป็นวัดเดียวกัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการให้วัดทั้งสองแห่งมีความเจริญทัดเทียมกัน และเพื่อความสามัคคีของคนในหมู่บ้านด้วย 

l ในอดีตเมืองอ่างหิน หรืออ่างศิลาเป็นเมืองท่าสำคัญของเขตภาคตะวันออก ใช่ไหมครับ เมืองนี้นับว่ามีความร่ำรวยเนื่องจากผู้คนมีฐานะดี จึงก่อสร้างวัดได้สวยงาม

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ตามประวัติกล่าวไว้เช่นนั้นครับ การก่อสร้างวัดให้สวยงามและใหญ่โตได้นั้นจำเป็นต้องมีแรงศรัทธาจากชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านในย่านนี้มีความร่ำรวย เนื่องจากมีการค้าการขายดี เพราะเป็นเมืองท่าสำคัญ ก็จึงทำให้มีเงินก่อสร้างวัดสร้างโบสถ์ได้งดงาม คนไทยสมัยก่อนเขานิยมสร้างวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เพราะถือว่าได้สร้างบุญใหญ่ และยังเป็นการแสดงถึงการมีฐานะของผู้สร้างด้วย แต่เป็นการสร้างด้วยจิตศรัทธา เพื่อน้อมถวายแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

l หากมีผู้คนต้องการเข้ามาขอกราบนมัสการพระพุทธรูปในวิหารและอุโบสถ ต้องติดต่อใคร และอย่างไรครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ติดต่อได้ที่พระสงฆ์ทุกรูปในวัดได้ครับ แล้วจะมีผู้มาเปิดวิหาร อุโบสถ และมณฑปให้ชม ทุกวันนี้ก็มีผู้มาขอชมเป็นประจำ มีนักศึกษาที่สนใจภาพจิตรกรรมฝาผนังมาขอศึกษากันเป็นประจำ ทางวัดยินดีให้บริการ ขอให้แจ้งมาเถอะครับ เรายินดีเปิดให้ชม ขอแค่เพียงชมแล้วช่วยกันรักษา ช่วยกันดูแลของล้ำค่าเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมด้วย ทางวัดต้องการให้ชุมชนช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถานต่างๆ ในวัดไว้ เพราะอาศัยเพียงกำลังของพระสงฆ์ในวัดก็อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากมีจำนวนพระสงฆ์น้อย เพราะฉะนั้นชาวบ้านในชุมชนต้องช่วยกันดูแลรักษาด้วย สำหรับคุณผู้ชมรายการทีวีนี้ และคุณผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า หากมีโอกาสแวะเวียนมาที่อ่างศิลาก็ขอเรียนเชิญเข้ามาไหว้พระ ทำบุญ และชมความงามของวัดอ่างศิลา ขอเจริญพรมา ณ ที่นี้ด้วย 

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved