วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 25 องค์กร จัดกิจกรรม Action Day PM2.5 BKK “กทม. ชวนภาคีขยับเรื่อง ฝุ่นเมือง ด้วยกัน” เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สวนเบญจกิติเขตคลองเตย กรุงเทพฯ โดย นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงฤดูหนาวช่วงต้นเดือนพ.ย.-ปลายเดือน เม.ย.ของทุกปี
ซึ่งอันตรายของฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่า ฝุ่น PM2.5 เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรังและโรคมะเร็ง ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลต่อสุขภาพตนเองและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุผู้ที่มีความเสี่ยงต่างๆ ในปี 2559องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า ประเทศไทยจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดซึ่งมีสาเหตุมาจากมลพิษอากาศถึง 6,330 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2563 พบรายงานผู้ป่วยมะเร็งปอด 122,104 รายคิดเป็น 186.26 ต่อแสนประชากร
“ตั้งแต่ปี 2556 WHO ได้กำหนดให้ฝุ่น PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ จะพบการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ทุกระดับค่า PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเสียชีวิตจากมะเร็งปอดร้อยละ 21 โรคหัวใจร้อยละ 14 ตามลำดับ สสส. จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งและเร่งสานพลังภาคีเครือข่ายแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน” นพ.ไพโรจน์ กล่าว
นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า สสส. ร่วมขับเคลื่อนทั้งพื้นที่ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอื่นๆ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เน้นหนุนเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา ภาควิชาการ และการสื่อสารสาธารณะ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา
มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5ตามยุทธศาสตร์ไตรพลัง คือ พลังสังคม พลังความรู้ และพลังนโยบาย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กิจกรรม Action Day PM2.5 BKK วันนี้ ภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันแสดงพลังแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักถึงปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 สร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพ พิษภัยของการปล่อยมลพิษทางอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อทั้งผู้ปล่อยมลพิษและคนรอบข้าง ถือเป็นความร่วมมือในการเตรียมพร้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว
“หน่วยงานภาคีเครือข่าย Earth Hour จำนวน 44 หน่วยงาน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังความร่วมมือร่วมลดฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงที่กรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น ในรูปแบบต่างๆ อาทิ Work from Home การเหลื่อมเวลาทำงาน การใช้รถขนส่งสาธารณะ เพื่อลดปริมาณการเดินทาง การปล่อยควันเสียจากรถยนต์ การหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า การประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้พนักงานในหน่วยงานลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง หรือทำกิจกรรมลดฝุ่นที่สามารถทำได้โดยไม่กระทบกับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่นๆ ได้ร่วมกันลดปัญหาฝุ่นเมืองหลวงต่อไป” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี