546.jpg
Sea (ประเทศไทย) สนับสนุน 10 ผู้ประกอบการหญิงไทย เปิดใจเอาชนะความกลัว ก้าวข้ามอุปสรรค สร้างแบรนด์ของตัวเอง

Sea (ประเทศไทย) สนับสนุน 10 ผู้ประกอบการหญิงไทย เปิดใจเอาชนะความกลัว ก้าวข้ามอุปสรรค สร้างแบรนด์ของตัวเอง

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ

Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตแพลตฟอร์มชั้นนำ การีนา(Garena) ช้อปปี้ (Shopee) และซีมันนี่ (SeaMoney) เล็งเห็นปัญหาของผู้ประกอบการหญิงกว่า 70% ในประเทศไทยขาดความมั่นใจและกลัวความล้มเหลว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตทางธุรกิจและการสร้างนวัตกรรมในธุรกิจของตน จับมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ จัดทำโครงการ Women Made เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการหญิงเปิดใจเอาชนะความกลัว ก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีทางสังคมผ่านธุรกิจของตน


มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ได้เล่าว่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ Women Made ว่า “โครงการ Women Made เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2022 เปรียบเสมือนพื้นที่การเรียนรู้และสนามทดลองให้ผู้ประกอบการผู้หญิงได้ลงมือทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจ ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดธุรกิจและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ โดยมีเป้าหมายที่จะนำธุรกิจไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ในแบบที่ไม่ต้องกลัวความผิดพลาด”

โครงการ Women Made ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการหญิงในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยมีผู้สมัครร่วมโครงการกว่า 100 แบรนด์ ต้องผ่านคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการอย่างเข้มข้นด้วย 3 ข้อหลัก คือ 1.Business Performance: มีประสบการณ์การขายสินค้าหรือทำธุรกิจและสินค้ามีความโดดเด่น 2.Online Scale Potential: ธุรกิจมีศักยภาพในการเติบโตบนโลกออนไลน์ 3.Social Impact: ธุรกิจมีความตั้งใจและเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม จนได้ผู้ร่วมโครงการทั้ง 10 แบรนด์

และเมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วทั้ง 10 แบรนด์ได้เข้าร่วมอบรมมาสเตอร์คลาสพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำทั้งด้านการทำธุรกิจออนไลน์ การตลาดและแบรนดิ้ง การออกแบบและต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม โดยได้รับเงินสนับสนุนในการพัฒนาสินค้าแบรนด์ละ 25,000 บาท ซึ่งในระยะเวลา 2 เดือนเต็ม แต่ละแบรนด์ต้องนำความรู้ทางเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายนักสร้างสรรค์คอยให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำตลอดทั้งการดำเนินโครงการจนได้ผลลัพธ์เป็นผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อวางขายจริงบนแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซอย่างช้อปปี้เมื่อช่วงปีใหม่ ที่ผ่านมา

และนี่เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการหญิงในโครงการ Women Made ที่ผ่านการอบรมจนได้ผลงานสุดสร้างสรรค์ มาวางจำหน่ายในช้อปปี้และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เริ่มที่ ภญ.ชัญญานุช พันธุ์ประเสริฐ เจ้าของแบรนด์ Mediherbtea จำหน่ายชาจากดอกไม้ เล่าว่า “การได้เข้าร่วมโครงการนี้จึงมีประโยชน์อย่างมาก เพราะเราได้ผู้เชี่ยวชาญและนักสร้างสรรค์มาช่วยให้คำแนะนำในการออกแบบผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจ โลโก้ กอปรกับการได้เรียนรู้เรื่องการขายออนไลน์มากขึ้น ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ความพิเศษของสินค้าเราได้แตกต่างไปจากเดิม ได้รังสรรค์รสชาติใหม่เพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ โดยผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความรู้ด้านแพทย์ทางเลือก ประกอบไปด้วยชาเบลนด์ 3 สี 3 รสชาติ ที่สามารถดื่มได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็นทำจากธรรมชาติ 100% ปราศจากกาเฟอีนน้ำตาลและสีสังเคราะห์ เหมาะสำหรับการบำบัดร่างกายและจิตใจของผู้ดื่มในทุกวัน ซึ่งการได้ขายในช้อปปี้ทำให้มียอดการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น และมีการกลับมาซื้อซ้ำ ทั้งยังนำไปเป็นของฝากตามโอกาสต่างๆ ด้วย ซึ่งโครงการนี้เป็นการทำให้เห็นว่ายังมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง ฉะนั้นถ้าเราขวนขวายหาโอกาสเรื่อยๆ ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง สักวันโอกาสจะเป็นของเราค่ะ”

ภญ.ชัญญานุช พันธุ์ประเสริฐ

ชลธิชา ทองบริสุทธิ์แท้ เจ้าของแบรนด์ Ales Thailand จำหน่ายสกินแคร์ดูแลผิว เล่าว่า “การเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้ได้เรียนรู้ด้านการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น เพราะปกติวางขายออฟไลน์เป็นหลัก โครงการนี้เป็นการสร้างความมั่นใจในเรื่องการทำธุรกิจมากขึ้น เปิดโอกาสและช่วยผลักดันผู้ประกอบการเล็กๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาก โดยได้วิทยากรที่มีประสบการณ์ตรงมาคอยช่วยแนะนำ ให้ความรู้เรา ทำให้เราทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจ มีมุมมองในการทำธุรกิจได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น สอนให้เราสามารถคิดและวางแผนต่อยอดในการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต ทำให้ตอนนี้มียอดการติดตามเพิ่มขึ้น ยอดการสั่งซื้อออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นมากค่ะ”

ชลธิชา ทองบริสุทธิ์แท้

อัมภานุช บุพไชย เจ้าของแบรนด์ทันจิตต์ จำหน่ายขนม ตะแกรงเผือกกรอบ เล่าว่า “การได้เรียนรู้เรื่องการทำตลาดออนไลน์จากโครงการนี้ ทำให้เรารู้จักการวัดผลของการขาย การทำคอนเทนต์ รวมถึงการออกแบบหน้าร้านให้น่าสนใจ เนื่องจากเราได้ร่วมงานกับนักสร้างสรรค์ และมีวิทยากรให้ความรู้ ทำให้ แบรนด์ดิ้งของสินค้าชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าผลิตภัณฑ์ขนมทันจิตต์จะมีมากว่า 40 ปี แต่เราเพิ่งจะเริ่มวางจำหน่ายทางออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่มั่นใจในสินค้าของเราว่าจะถูกใจผู้บริโภคหรือเปล่า แต่เมื่อได้ร่วมโครงการทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ของเราแตกต่างจากเผือกฉาบทั่วไป มีความพิเศษ สวย แปลกใหม่ และมีหลายรูปแบบ ได้แก่ เผือกกรอบรูปตะแกรง เผือกกรอบแบบเส้น เผือกแท่งอบกรอบสูตร Vegan /มังสวิรัติ ดังนั้นการขายบนออนไลน์จึงทำให้คนรู้จักสินค้าเรามากขึ้น ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมาเกือบ 100% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา”

มภานุช บุพไชย
มภานุช บุพไชย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top