วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินการเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ผ่านระบบ video conference นำโดย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย และ ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นเกียรติในงานประชุมครั้งนี้
โดยการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินการเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จการเสริมสร้างสมรรถนะของนักเรียนทั้งในด้านการศึกษาและด้านสุขภาพช่องปาก และขับเคลื่อนกิจกรรมในปีการศึกษา 2566 ผ่านโครงการโรงเรียนผู้พิทักษ์ฟันดีรุ่น 3 ในโรงเรียนประถมศึกษาให้ครอบคลุมในทุกเขตพื้นที่การศึกษา อีกทั้ง มีกิจกรรมพิเศษ การประกวด LIKE Talk Award (เรื่องเล่าเร้าพลัง) สำหรับโรงเรียนผู้พิทักษ์ฟันดี รุ่น 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียน ได้มีส่วนร่วมในการส่งต่อเรื่องราว ข้อมูล ความรู้ที่ได้จากโครงการ โดยมีการคัดเลือกตัวแทนโรงเรียนที่เข้ารอบ 5 โรงเรียน จากผู้สมัครเข้าแข่งขันทั่วประเทศ เพื่อมาประกวดรอบชิงชนะเลิศ ในวันนี้
ในส่วนของเนื้อหาการประชุมได้มีการรายงาน ผลการเฝ้าระวังทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงกลุ่มเด็กวัยเรียน ปี 2565 โดยสำนักทันตสาธารณสุข พบว่าเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากโรคฟันผุ ร้อยละ 64.7 มีสภาวะเหงือกอักเสบ ร้อยละ 20.5 ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการมีพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมบริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อฟันผุ
นโยบายการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากและความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข กำกับติดตามการขับเคลื่อนนโยบายในโรงเรียนประถมศึกษา ผ่านประกาศกระทรวงศึกษาธิการปี2563 เรื่อง มาตรการและแนวทางการสร้างเสริมความรอบรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากและการเลือกรับบริการทันตกรรมและประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งเสริมสุขภาพของสถานศึกษา พ.ศ.2564 เชื่อมโยงกับการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 เก่ง ดี มีทักษะ แข็งแรง ซึ่งจากการวิเคราะห์ปัญหาพบว่าการเรียนการสอนแบบเดิม มีข้อจำกัดในการฝึกทักษะในการคิดและไม่นำไปสู่การเกิดสมรรถนะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านสุขภาพช่องปากได้ กรมอนามัย โดยสำนักทันตสาธารณสุข ร่วมกับ กลุ่มวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จึงพัฒนาและขับเคลื่อนการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในการพัฒนาสมรรถนะการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ผ่านกิจกรรมเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดีและโรงเรียนผู้พิทักษ์ฟันดีเชื่อมโยงการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนให้เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีไปกับระบบการศึกษาในโรงเรียนที่มีคุณภาพโดยความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน รวมทั้งทันตบุคลากรในพื้นที่ อีกทั้งยังส่งเสริมให้นักเรียนเข้าสู่ระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากตามสิทธิประโยชน์และความจำเป็น
ในระยะแรกเป็นการพัฒนาและทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกด้านสุขภาพช่องปาก โดยครูจัดกระบวนการเรียนการสอน จำนวน 8 ชั่วโมง ร่วมกับใช้ดิจิตัลแพลตฟอร์มส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพช่องปากซึ่งมีผู้เข้าใช้งานจำนวน 185,700 ครั้ง โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนผู้พิทักษ์ฟันดี ทั้ง2 รุ่น รวม 1,522 โรงเรียน นักเรียนจำนวน 35,178คนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากร้อยละ 90.8 (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 27.5) และนักเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ แปรงฟัน 222 ร้อยละ 79.7 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.5)จากกิจกรรมดังกล่าวนักเรียนได้รับความรู้และฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กได้ลงมือทำและได้คิดในสิ่งที่ทำลงไปเป็นการสร้างประสบการณ์ตรงให้เกิดขึ้นแก่นักเรียน นำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่พึงประสงค์ต่อไป
ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการโรงเรียนผู้พิทักษ์ฟันดีรุ่น 3 และกิจกรรมอื่นๆของสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ได้ที่ Facebook สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี