Logo วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week)

สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week)

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : ภูมิคุ้มกันโรค WorldImmunizationWeek
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เนื่องด้วยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้กำหนดให้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนในทุกๆ ปีเป็นสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (WorldImmunization Week) ซึ่งตรงกับวันที่ 24-30 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้วัคซีนในการปกป้องทุกคนจากโรคภัยไข้เจ็บ การสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนสามารถช่วยชีวิตผู้คนเป็นล้านๆ คนในทุกปี และวัคซีนยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมาตรการด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จและคุ้มค่าที่สุดในโลกสำหรับการป้องกันโรค โดยตลอดระยะเวลากว่า 250 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มมีการใช้วัคซีนชนิดแรกในโลก คือ วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษทำให้โลกผ่านวิกฤตโรคระบาดต่างๆมาได้ ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย และความร่วมมือร่วมใจของคนในโลกในการรับวัคซีนเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรคและช่วยลดการแพร่กระจายไปยังคนรอบตัวและชุมชน แต่หลายคนยังไม่ได้รับวัคซีนที่ควรจะต้องได้รับให้เหมาะสมกับอายุและโรคประจำตัวที่มีด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น กลัวผลข้างเคียง กลัวเข็ม ไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของวัคซีน และไม่ทราบว่าตนเองควรได้รับวัคซีนอะไรบ้าง

หลาย ๆ คนอาจจะมีความกลัวหรือกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดใด ก็ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ไม่มากก็น้อย โดยอาการข้างเคียงที่อาจพบได้บ่อยถึงมากกว่าร้อยละ 20 หลังได้รับวัคซีน ได้แก่ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยตามตัว และมีไข้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักไม่รุนแรงและหายได้เองใน 1-2 วัน ส่วนผลข้างเคียงระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นได้ บางวัคซีนก็มีข้อมูลการใช้มายาวนานหลายสิบปีและแสดงให้เห็นว่ามีความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีใช้มาหลายสิบปี และมีการใช้ทั่วโลกหลายร้อยล้านโดสต่อปีทั้งการใช้ในเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ในส่วนของประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น ต้องยอมรับว่าไม่มีวัคซีนใดที่มีใช้อยู่ในขณะนี้ที่สามารถป้องกันโรคได้ 100% เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันโรคขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของวัคซีน โรคประจำตัวที่มี และความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ถึงแม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100% แต่ป้องกันการติดเชื้อได้บางส่วนลดความรุนแรง ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้


ความจำเป็นในการรับวัคซีนแต่ละชนิดสำหรับแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพราะเด็กและผู้ใหญ่มีคำแนะนำการรับวัคซีนแตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยส่วนบุคคล เช่น โรคประจำตัว ประวัติการรับวัคซีนมาก่อน และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั้นๆ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดตามมาหลังจากติดเชื้อ เป็นต้น สำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ วัคซีนที่ควรได้รับได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนิวโมค็อกคัส วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน/บาดทะยัก-คอตีบ และวัคซีนงูสวัด สำหรับผู้ที่จะเดินทาง มีวัคซีน 2 ชนิดที่เป็นวัคซีนเฉพาะสำหรับการเดินทาง คือ ถ้าจะเดินทางไปประเทศแถบแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ควรได้รับวัคซีนไข้เหลืองหรือผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ ควรได้รับวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น และแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาจะมีแนวโน้มลดลงยังแนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ถึงแม้ประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพดี ก็ควรรับวัคซีน เนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ เช่น ภูมิคุ้มกันที่เคยมีจากการรับวัคซีนในวัยเด็กจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงการติดเชื้อบางชนิดหลังจากติดเชื้อจะไม่ได้เกิดภูมิคุ้มกันในระยะยาว มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีก ดังนั้นการได้รับวัคซีน นอกจากจะช่วยป้องกันตัวเอง โดยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ การเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตแล้ว ยังช่วยป้องกันคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานผู้สูงอายุที่บ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่นๆ ได้ โดยการลดการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ที่มีสุขภาพดีอยู่แล้วอาจเลือกรับวัคซีนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ อาชีพ และประวัติการรับวัคซีนของตนเอง เช่น วัคซีนโควิด-19 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบไอกรน โดยแนะนำให้รับวัคซีนตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยและปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อรับวัคซีนได้อย่างถูกต้อง

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

สงกรานต์ 69 วันแรกยอดพุ่ง ปชช. แห่ฝากบ้านกับตำรวจแล้วกว่า 1,800 หลัง

กรมอุทยานฯ เปิดเที่ยวผืนป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ 14 เม.ย. รับ วันครอบครัว

นายกฯ ลงนามคำสั่ง มอบหมายรองนายกฯ–รมต. ดูแล 18 เขตตรวจราชการ คุมพื้นที่ทั่วประเทศ

นิด้าโพล เผย ผู้สูงอายุไทย สุขภาพจิตแกร่ง ไร้ภาวะซึมเศร้า

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved