วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ร่วมกับ B2S จัดงานเสวนาในหัวข้อ “สร้างภูมิคุ้มกันใจในวัยรุ่น” ที่ B2S สาขา Central World นำเสนอสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่นในปัจจุบัน สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา วิธีป้องกัน รับมือ พร้อมแนะแนวทางในการดูแลจิตใจตนเองและคนใกล้ชิด โดยได้รับ
เกียรติจาก ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ราชนครินทร์ ญา-ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา ผู้ก่อตั้ง Mental Me และผู้เขียนหนังสือ Changemaker เสียงเล็กๆ ของเด็กเปลี่ยนโลก มาร่วมพูดคุย โดยมีมิ่งขวัญ เหล่าบุศณ์อนันต์ เจ้าของเพจเลี้ยงลูกวัยรุ่นให้ถูกทาง by แม่มิ่ง เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
แพทย์หญิงวิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า เมื่อก่อนปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่มาปรึกษาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องพฤติกรรมของเด็ก เช่น ความซน หรือปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก แต่ปัจจุบันพบว่าเรื่องที่ผู้ปกครองมาปรึกษามากเป็นอันดับ 2 คือ เรื่องโรคซึมเศร้า สถิติจากเด็กและวัยรุ่นที่เข้ามาทำแบบประเมินสุขภาพจิตที่ www.วัดใจ.com ประมาณ 200,000 คน พบว่ามีเด็กและวัยรุ่น เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงถึง 10% และในจำนวนนี้มีผู้เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองมากกว่า 16%
ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันสื่อโซเชียลค่อนข้างมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและอารมณ์ของวัยรุ่นอย่างมาก เนื่องจากมักถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์หรือแสดงความคิดเห็น ทำให้เด็กได้ซึมซับอารมณ์เหล่านั้นมา อีกทั้งความเข้าถึงง่ายและเชื่อมต่อกันแบบไร้พรมแดนของสื่อโซเชียล ทำให้ทุกคนสามารถเชื่อมถึงกันได้หมดไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม ทำให้เด็กๆ เห็นชีวิตของผู้อื่นและเกิดการเปรียบเทียบจนเกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมา
ญา-ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา ผู้ก่อตั้ง Mental Me และผู้เขียนหนังสือ Changemaker เสียงเล็กๆ ของเด็กเปลี่ยนโลก ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กวัยรุ่นที่ประสบปัญหาต้องการคนรับฟัง แต่บางครั้งไม่มีใครรับฟัง เขาจึงหาวิธีระบายโดยโพสต์ลงสื่อโซเชียล แต่สื่อโซเชียลไม่ใช่เซฟโซนที่ใครจะโพสต์อะไรก็ได้วิธีแก้ปัญหา คือ ครอบครัวควรเป็นผู้รับฟังอย่างเข้าใจ และต้องไม่ตัดสิน เพื่อให้เด็กไว้วางใจ ผ่อนคลาย และมีที่พึ่ง ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตและป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้ง 3 วิทยากร ยังได้แนะนำหนังสือที่กล่าวถึงปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ไว้หลายเล่ม โดย แพทย์หญิงวิมลรัตน์ ได้ยกตัวอย่างหนังสือ “รับมือให้ไหวเมื่อใจลูกพัง” ว่า ถ้าอ่านเล่มนี้จะเข้าใจความเปราะบางทางอารมณ์ของเด็กว่ามีอะไรบ้าง เกิดจากสาเหตุอะไร และจะสังเกตได้อย่างไรว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์โดยทั่วไปหรือเข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง ทำให้เข้าใจกระบวนการเกิดโรค การดำเนินไปของโรค และต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปพบจิตแพทย์ พร้อมแนะนำให้รู้จักปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ที่มักพบในเด็ก นอกจากนี้ คุณหมอยังได้แนะนำหนังสือ “จัดการวิตกกังวลวัยรุ่น”ซึ่งกล่าวถึงปัญหาความวิตกกังวลในเด็กวัยรุ่นที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของวัยรุ่นในปัจจุบัน บางคนอาจยังไม่ถึงขั้นป่วยจนกระทบต่อชีวิตประจำวันก็ตาม โดยเล่มนี้จะมีเทคนิควิธีการจัดการกับความวิตกกังวลที่คัดสรรมาเพื่อดูแลจิตใจวัยรุ่นโดยเฉพาะ อธิบายเป็นขั้นตอนเข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริง พร้อมยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
ด้าน ดร.นพ.วรตม์ ได้ยกตัวอย่างหนังสือ “คู่มือเอาชนะสภาวะสติแตก”ที่กล่าวถึงโรควิตกกังวลหรือที่รู้จักกันในนามแพนิก ว่าเป็นโรคที่ยังถูกพูดถึงน้อยในสังคม ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบมากเป็นอันดับ 1 โดยในหนังสือเล่มนี้จะสอนเทคนิคการฝึกจิตที่สามารถเอาชนะความวิตกกังวลอย่างได้ผลชะงัดทั้งแบบชั่วคราวและถาวรโดยไม่ต้องพึ่งยา อีกเล่มที่ ดร.นพ.วรตม์แนะนำคือ หนังสือ “ซึมเศร้าใครว่าไม่อันตราย” รีบรักษาอย่าเพิกเฉย ชื่อเรื่องอาจดูน่ากลัว แต่เนื้อหากลับพูดถึงโรคซึมเศร้าแบบอบอุ่น ให้กำลังใจ ทำให้รู้จักและเข้าใจโรคซึมเศร้าในทุกแง่มุมพร้อมแนะนำวิธีป้องกัน รักษา ดูแลตนเองและคนใกล้ตัวเพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลโรค โดยหนังสือเล่มนี้สามารถอ่านได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยแล้ว สงสัยว่ากำลังป่วย หรือมีคนใกล้ตัวป่วย
ด้าน ญา-ปราชญา ผู้เขียนหนังสือ “Changemaker เสียงเล็กๆ ของเด็กเปลี่ยนโลก” ซึ่งเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจ ทำให้ผู้อ่านรู้ว่ายังมีเด็กๆ อีกหลายคนที่ประสบปัญหาเดียวกัน ทำให้ได้พบเจอกับคนที่เข้าใจเรามากขึ้น และทำไมเด็กและวัยรุ่นจึงควรไปพบจิตแพทย์ได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครอง อีกเล่มที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือ “คุณคางคกไปพบนักจิตบำบัด” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวมิตรภาพในหมู่เพื่อนที่พยายามช่วยคุณคางคกที่กำลังเป็นโรคซึมเศร้า และสะท้อนปัญหาครอบครัวว่าแท้จริงแล้วปัญหาหลักที่ส่งผลให้เด็กและวัยรุ่นมีสุขภาพจิตไม่ดีนั้นอาจไม่ได้มาจากสังคมภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมาจากปัญหาภายในครอบครัวเอง หนังสือเล่มนี้ได้ตอกย้ำให้เห็นว่าครอบครัวมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจของเด็กและวัยรุ่นมากเพียงใด หากสังเกตเห็นว่าเด็กๆ เริ่มมีภาวะผิดปกติทางอารมณ์ ควรรีบพาไปปรึกษาจิตแพทย์ทันที
ทั้งนี้ หากใครกำลังมีความวิตกกังวล สงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิต สามารถสำรวจตนเองได้ง่ายๆ โดยการหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่นหนังสือของนานมีบุ๊คส์ที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น รวมทั้งสามารถหาซื้อได้ที่ ร้านแว่นแก้ว B2S และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่Nanmeebooks Call Center 02-6623000 กด 1 www.nanmeebooks.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี