วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
สสว.จัดงาน SME Day 2023 “รวมพลังโต” จับมือ 46 พันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, กรมบังคับคดี, กรมวิทยาศาสตร์บริการ, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, ธนาคารออมสิน, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สถาบันอาหาร, สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นต้น เพื่อประกาศเจตนารมณ์บูรณาการการส่งเสริม SME ในการพัฒนาข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์ www.smeone.info
วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 27 มิถุนายนของทุกปีเป็นวัน SME DAY เพื่อสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ MSME ต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือ SustainableDevelopment Goal เนื่องจาก MSME คิดเป็นกว่า 90% ของธุรกิจทั้งหมดทั่วโลกและสร้างงานมากกว่า 60-70% ของตำแหน่งงานทั่วโลก สร้างรายได้ให้กับระบบเศรษฐกิจโลกถึง 50% รวมถึงมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจท้องถิ่นและระดับชาติ
.jpg)
ด้าน เรขา ศรีสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์สถานการณ์และเตือนภัยทางเศรษฐกิจให้ข้อมูลอัปเดตทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ SME ครึ่งปีหลัง 2566 ว่า “หลังการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการ MSME เริ่มฟื้นตัววัดจากมีการจ้างงานสูงขึ้นและธุรกิจท่องเที่ยวกำลังจะฟื้นตัว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประมาณการไว้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีจำนวนถึง 25 ล้านคน ธุรกิจท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่พัก ร้านอาหาร ขนส่ง ของที่ระลึก นวด สปา ฯลฯ จะเริ่มกลับมาคึกคัก รวมถึงการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร ผัก ผลไม้ ทั้งสดและแปรรูปยังไปได้ดีแต่ไม่ควรพึ่งพิงคู่ค้าหรือลูกค้ารายใดหรือกลุ่มใดกลุ่มเดียว”
สสว.ยังแนะธุรกิจที่น่าจับตามอง ได้แก่ สินค้าและบริการที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุ, สินค้าและบริการที่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน SME ก็กำลังเผชิญกับการมาถึงอย่างรวดเร็วของโลกดิจิทัล ทำให้ปรับตัวไม่ทัน หรือพบเจอกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เช่น ภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงาน และอื่นๆ อีกมากมาย จึงแนะให้ SME ปรับตัวโดยจะต้องสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในเรื่องคุณภาพของสินค้าและการให้บริการ รวมถึงเปลี่ยนแปลงธุรกิจทั้งกระบวนการให้เข้าสู่การใช้ดิจิทัล
.jpg)
วีระพงศ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “สสว. ดูแลธุรกิจ 3 ขนาด คือ รายย่อย (Micro) ขนาดย่อม(Small) และขนาดกลาง (Medium) เคยมีกรณีแม่ค้าขายเห็ดทอดในตลาดนัด ซึ่งจัดเป็นรายย่อยหรือ Micro เข้าร่วมอบรมพัฒนาสินค้าจนกลายเป็นเห็ดทอดที่ไม่อมน้ำมันส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศแถบตะวันออกกลาง ต้องมีทั้งมาตรฐานฮาลาล และโรงงานการผลิต เขาใช้เวลา 3-4 ปีเท่านั้นก็เปลี่ยนจากธุรกิจรายย่อยขายเห็ดทอดที่ตลาดนัดเป็นธุรกิจขนาดกลางที่ส่งสินค้าไปขายต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมแรงของภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมงานในวันนี้ หากผู้ประกอบการ MSME เดินทางเพียงลำพัง เขานึกไม่ออกแน่ๆ ว่าจะติดต่อกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างไร จะไปกระทรวงพาณิชย์อย่างไร เรายังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น BDS “SME ปัง ตังได้คืน” “จ่ายหนึ่งหมื่น คืนเก้าพัน” หรือระบบ SME ACCESS ดิจิทัลแพลตฟอร์มรูปแบบe-Service ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูล โดย สสว.พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ เพื่อความสะดวก รวดเร็วและง่ายขึ้นสำหรับผู้ประกอบการแบบที่เรียกว่า ทุกอย่างครบ จบที่เดียว ดังเช่นคำขวัญขององค์กร สสว.เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี