วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
เกาต์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุด คือประมาณร้อยละ 1-2 ของประชากร และพบโรคนี้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 10 เท่า
ข้ออักเสบในโรคเกาต์เกิดจากกรดยูริกในเลือดที่สูงกว่าปกติ (สูงกว่า 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในเพศชายและสูงกว่า 6 มิลลิกรัม/เดซิลิตรในเพศหญิง) จนในที่สุดตกผลึกเป็นเกลือยูเรตสะสมในน้ำรอบข้อ จนเกิดการระคายเคืองและอักเสบ อาการของโรคเกาต์มักเกิดแบบฉับพลันทันใด และเป็นๆ หายๆ
ในช่วงที่เกิดข้ออักเสบจะรักษาด้วยยาต้านอักเสบเมื่อพ้นระยะการอักเสบจึงจะเริ่มใช้ยาที่มีผลลดกรดยูริกในเลือด
คนเป็นโรคเกาต์ต้องระมัดระวังการรับประทานอาหารที่มีพิวรีน (purine) สูง พิวรีนเป็นสารที่มีตามธรรมชาติทั้งในพืชหรือสัตว์ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริค แต่ในสัตว์และพืชแต่ละชนิดก็มีพิวรีนไม่เท่ากัน ถ้าเมื่อไรอาหารชนิดนั้นมีพิวรีนสูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่ออาหารปริมาณ 100 กรัม จะเข้าข่ายอาหารพิวรีนสูงทันที
ซึ่งในกรณีของเครื่องในสัตว์ ไม่ว่าจะตับ ปอด หัวใจ เซ่งจี๊ ม้าม สมอง กึ๋น ฯลฯ เหล่านี้จัดเป็นอาหารที่มีพิวรีน (purine) สูง นอกจากเครื่องในสัตว์ก็มี ปลาดุก ปลาอินทรีย์ ปลาซาร์ดีนกระป๋อง กระถิน ชะอม ถั่วต่างๆ แต่ที่น่าสนใจคือ น้ำต้มกระดูก น้ำซุปก็มีพิวรีน (purine) สูงเช่นกัน
โรคเกาต์เป็นโรคเรื้อรัง ถ้ารักษาไม่ดีจะทำให้ผลึกเกลือจากกรดยูริกสะสมตามข้อจนผิดรูปและพิการตามมา ดังนั้น นอกจากผู้ป่วยต้องกินยาตามสั่งสม่ำเสมอแล้ว จะต้องควบคุมปริมาณอาหารที่มีพิวรีนสูงร่วมด้วย
นอกจากอาหารที่กล่าวถึงแล้วสิ่งหนึ่งที่ต้องควบคุมการบริโภคก็คือ เหล้า เบียร์ ไวน์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ล้วนแล้วแต่พิวรีนสูง จึงพบบ่อยๆ ว่าคนไข้เกาต์กำเริบหลังมีดื่มแอลกอฮอล์ในงานสังสรรค์ต่างๆ
ส่วนวิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดโอกาสการกำเริบของโรคเกาต์ นอกจากเรื่องลดและเลี่ยงอาหารพิวรีนสูงก็ต้องหลีกเลี่ยงผลไม้ลดหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุคโตส เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่โรคจะกำเริบ พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ปล่อยให้ตัวเองอ้วนเกินไปเพราะน้ำหนักที่เกินจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้ข้ออักเสบ
ส่วนคนที่อ้วนอยู่เดิมก็ต้องลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้าออกกำลังกายหักโหมเกินก็จะกระตุ้นให้เกาต์กำเริบได้ นอกจากนั้นก็ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อให้การขับออกของของเสียมีประสิทธิภาพดีขึ้น ที่สำคัญควรกินยาสม่ำเสมอและไปพบแพทย์ตามนัด
ยาตัวที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดของคนไข้โรคเกาต์ คือ อัลโลพูรินอล (allopurinol)แต่พบว่าในผู้ป่วยบางราย มีอุบัติการณ์การแพ้ยารุนแรง ผู้ป่วยที่แพ้จะเกิดอาการผื่นผิวหนังรุนแรง และพบได้ค่อนข้างบ่อย จึงมีคำแนะนำให้ตรวจว่าผู้ที่จะใช้ยามีความเสี่ยงการแพ้หรือไม่ โดยการตรวจหายีน HLA-B*58:01 เพราะผู้ที่มียีนนี้จะเสี่ยงแพ้ยารุนแรงสูงกว่าผู้ที่ไม่มีประมาณ 300 กว่าเท่า ซึ่งแพทย์จะประเมินว่าผู้ป่วยคนใดจำเป็นต้องตรวจหรือไม่ และถ้าจำเป็นต้องตรวจ ก็สามารถเบิกได้ทุกสิทธิการรักษา
โดยสรุป คนเป็นโรคเกาต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีอาการข้ออักเสบหรือที่เรียกว่าเกาต์กำเริบหรือคนที่โรคสงบแล้วก็จริงแต่กรดยูริคในเลือดยังสูงอยู่ควรหลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง และควรใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยาเองแม้จะหายจากข้ออักเสบแล้ว และถึงแม้การใช้ยาจะมีความเสี่ยงการแพ้รุนแรง แต่ก็สามารถตรวจคัดกรองหายีนที่ระบุความเสี่ยงเพื่อการเลือกใช้ยาได้อย่างปลอดภัย
รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี