โซไซตี้ : ส่องโมเดลความสำเร็จโครงการ Picture Book  ปลุกความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ปูทางสู่รากฐานพลังคน

โซไซตี้ : ส่องโมเดลความสำเร็จโครงการ Picture Book ปลุกความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ปูทางสู่รากฐานพลังคน

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด” คือข้อความที่มักถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ ในสังคมออนไลน์ แต่ความจริงแล้ว หากย้อนดูสถิติจะพบว่าสวนทางจากประโยคดังกล่าวโดยสิ้นเชิงสำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งสำรวจการอ่านหนังสือของประชากรต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2548-2561 พบว่าคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปใช้เวลาอ่านเฉลี่ยมากถึงวันละ 80 นาที จากสถิติดังกล่าวได้นำไปสู่คำถามที่ว่า การใช้เวลาอ่านมาก แปลว่าดีเสมอไปจริงหรือไม่? และอ่านอย่างไรถึงเรียกได้ว่า “อ่านดี”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เวลา” เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในตัวชี้วัดวัฒนธรรมการอ่านในไทยเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้รวมไปถึง “คุณภาพ” จากผลการสอบโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซึ่งวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ พบว่าการประเมินรอบแรกในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ผลการประเมินด้านการอ่านของนักเรียนไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading literacy) ตามนิยามของ PISA นั้นหมายถึงความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้อ่าน รวมถึงนำไปใช้วิเคราะห์ และสะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนในด้านสะเต็มศึกษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จากโจทย์ตั้งต้นดังกล่าวจึงได้พัฒนาสู่จุดเริ่มต้นของโครงการวิจัยและพัฒนานำร่อง “การใช้หนังสือภาพเพื่อเสริมสร้างความคิดอย่างมีวิจารณญาณและการอ่านอย่างมีความหมาย” หรือ โครงการ Picture Book ดำเนินการภายใต้ โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต มุ่งเน้นเสริมทักษะสะเต็มศึกษาแก่เยาวชนไทย ภายใต้การสนับสนุนโดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEAMEO STEM-ED)โดยใช้หนังสือภาพเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการอ่านอย่างมีความหมาย พร้อมพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของสะเต็มศึกษาให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น เพื่อปูรากฐานในการเรียนระดับที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต


ดร.กฤษฎ์ชัย สมสมาน ผอ.ศูนย์ SEAMEO STEM-ED

ดร.กฤษฎ์ชัย สมสมาน ผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO STEM-ED กล่าวถึงแนวคิดพัฒนาการอ่านอย่างมีความหมายผ่านหนังสือภาพว่า “เราเห็นแนวทางจากญี่ปุ่นหรือชิลี
ที่ใช้หนังสือภาพเป็นสื่อกลางการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ จึงนำแนวคิดนี้มาต่อยอดร่วมกับเชฟรอนในโครงการ Picture Book พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านและการเขียนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกาและคณะนักวิจัยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเครือข่ายทางวิชาการจำนวน 7 แห่ง ของประเทศไทยเพื่อปูพื้นฐานให้เด็กๆ ระดับประถมศึกษาตอนต้นสามารถอ่านโดยใช้กระบวนการคิด การฟัง จินตนาการ และตั้งคำถามพร้อมทั้งจัดอบรมครูให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือภาพ ซึ่งคัดเลือกจากเกณฑ์ที่เหมาะสมกับโครงการฯและนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น โดยจะต้องสามารถอ่านจบในเวลา30 นาที รวมทั้งมีเนื้อเรื่องน่าติดตามและดำเนินเรื่องอย่างมีความหมายลึกซึ้ง ทำให้นักเรียนต้องค้นหาหรือได้คิด ซึ่งเราหวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นโมเดลสำคัญเพื่อขยายผลในระดับประเทศและเป็นต้นแบบให้อาเซียนต่อไป”

พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราเล็งเห็นว่าความสำคัญของการอ่าน ไม่ใช่เพียงแต่ต้องอ่านออกเท่านั้น การใช้หนังสือภาพสามารถช่วยส่งเสริมกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการอ่านอย่างมีความหมายได้อย่างแท้จริง ดังนั้นเพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างมีวิจารญาณให้กับเด็กตั้งแต่อายุน้อย เราจึงได้ตั้งเป้าหมายไปที่กลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-4 ใน 16 โรงเรียนจาก 7 จังหวัดทั่วประเทศ นักเรียนกับครูที่ผ่านการอบรมในโครงการ Chevon Enjoy Science จำนวน 32 คน ซึ่งปลายทางของโครงการดังกล่าว เราได้เห็นว่าเด็กๆ รักการอ่านมากขึ้น สามารถแสดงความคิดวิเคราะห์ออกมาได้อย่างเป็นระบบสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการฯ ที่เน้นเตรียมความพร้อมด้านทักษะสะเต็มให้แก่เยาวชน เพื่อเติบโตมาเป็นพลังคนที่สำคัญแก่ประเทศชาติในอนาคต ตามความมุ่งมั่นของเชฟรอนที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากการศึกษา ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญ”

พรสุรีย์ กอนันทา รองประธาน กก.บริหาร บจ.เชฟรอนฯ

ดร.รังรอง สมมิตร หัวหน้าโครงการวิจัยจากคณะศึกษาศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “จากหนังสือเล่มแรกสู่เล่มที่สิบ เราได้เห็นชัดเจนว่าเด็กผูกพันกับหนังสือและมีคลังคำศัพท์ในการพูดมากขึ้น กิจกรรมที่เราทำไม่ใช่การสอนอ่าน แต่เป็นการใช้ภาพเป็นสื่อกลางเพื่อลดทอนความกังวลด้านความผิดถูกโดยภาพกับคำจะทำงานกับความคิดให้เด็กมองภาพและเกิดความคิดอ่านอย่างเป็นระบบ อีกทั้งเปิดพื้นที่ให้เด็กจินตนาการผ่านการคิดวิเคราะห์สังเกตมากขึ้น สำหรับปลายทางของโครงการฯ เราเชื่อว่าการอ่านที่มีความสุขจะนำไปสู่การอ่านเพื่อค้นหา และเมื่อเราเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กๆ กล้าแสดงความคิดเห็นเมื่อนั้นเองที่เราจะได้เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมา”

ด้าน อรวรรณ โสสะ คุณครูจากโรงเรียนวัดโลกา จ.สงขลา นำเทคนิคการสอนโดยใช้หนังสือภาพจากโครงการฯ มาสอนเล่าถึงกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ ว่า “หนังสือภาพถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมในห้องเรียน เมื่อเราได้ลองจัดการเรียนการสอนกับเด็กหลายๆ กลุ่ม ทั้งเด็กที่มีทักษะการอ่านดี ไปจนถึงกลุ่มเด็กๆ ที่ยังต้องพัฒนาด้านการอ่านจะเห็นได้ว่าหนังสือภาพสามารถทลายกำแพงระหว่างเด็กสองกลุ่มนี้ เพราะภาพเป็นสื่อกลางที่ทำให้ไม่ว่าเด็กกลุ่มไหนก็สามารถมองภาพแล้วเข้าใจได้เหมือนเพื่อนๆ แทนที่จะใช้ตัวหนังสืออย่างเดียว อีกทั้งกระบวนการของเราได้เปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การ Read Aloud หรืออ่านให้เด็กฟังแล้วให้เขียนเส้นเรื่องเหตุการณ์สำคัญในเนื้อเรื่อง ต่อด้วยการให้เด็กๆ แต่ละกลุ่มมาโต้แย้งถึงความคิดของตัวละครในการตัดสินใจกระทำบางอย่างในเรื่องและสิ้นสุดลงที่ให้เด็กๆ วิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของเนื้อเรื่อง ดังนั้นกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กๆ กล้าคิดกล้าแสดงออกเท่านั้น แต่เป็นการให้เด็กสามารถอ่านคิดวิเคราะห์ได้เป็นระบบ ซึ่งในฐานะคุณครูมองว่ากระบวนการนี้จะเป็นทักษะติดตัวให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ในวิชาอื่นหรือในชีวิตประจำวันได้”

การอ่านอย่างมีความหมายไม่ได้เป็นเพียงการอ่านออกหรืออ่านได้ แต่คือพื้นฐานสำคัญที่เราทุกคนต้องเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นรากฐานต่อยอดไปสู่การพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Readingliteracy) และช่วยให้เกิดการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ โครงการวิจัยและพัฒนานำร่อง “การใช้หนังสือภาพเพื่อเสริมสร้างความคิดอย่างมีวิจารณญาณและการอ่านอย่างมีความหมาย” ถือเป็นก้าวเดินที่สำคัญในการมุ่งมั่นพัฒนาทักษะการอ่าน อันจะต่อยอดไปสู่พลังคนที่เข้มแข็งของประเทศไทย และนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่รู้จบต่อไปในอนาคต

ดร.รังรอง สมมิตร หน.โครงการวิจัย ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
ดร.รังรอง สมมิตร หน.โครงการวิจัย ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
อรวรรณ โสสะ โรงเรียนวัดโลกา จ.สงขลา
อรวรรณ โสสะ โรงเรียนวัดโลกา จ.สงขลา
โครงการ Picture Book ปลุกความฉลาดรู้ด้านการอ่าน
โครงการ Picture Book ปลุกความฉลาดรู้ด้านการอ่าน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top