วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569
หากจะพูดถึงการทำศัลยกรรมดึงหน้าในปัจจุบัน กลายเป็นศัลยกรรมลำดับต้นๆ ที่กำลังได้รับความสนใจจากคนทุกเพศที่ผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย เพราะหากอยากให้ผิวหน้าถอยกลับไปเต่งตึงสมวัย หรืออ่อนกว่าวัยอีกครั้ง ทางที่เห็นผลทันตาที่สุดคือ การทำศัลยกรรมดึงหน้า
ปัจจุบันที่เทคนิคการดึงหน้า ได้มีการพัฒนาไปมาก อีกทั้ง ยังมีทั้งคลินิกและสถานพยาบาลให้เลือกมากมาย รวมไปถึงโปรโมชั่นและโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ จนไปถึงเทคนิคในแต่ละแห่งก็แตกต่างกันและผู้ใช้บริการจะมีทางเลือกในการตัดสินใจอย่างไร เรามีเช็คลิสต์ 10 ข้อที่ควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า ข้อมูลจากศัลยแพทย์ชื่อดัง นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ศัลยแพทย์ผู้ฝากผลงานการทำศัลยกรรมดึงหน้า และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เช็คลิสต์ 10 ข้อที่ควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า
1.เทคนิคในการดึงหน้าคือเทคนิคอะไร
เราต้องทราบว่าแพทย์ใช้เทคนิคอะไรในการศัลยกรรมดึงหน้า เพราะเทคนิคการดึงหน้ามีหลากหลายมาก แต่ในปัจจุบันเทคนิคการดึงหน้าที่ดีที่สุดคือการผ่าตัดลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อระดับ SMAS จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเทคนิคอื่น ข้อดีคือผิวหน้าจะตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ในระยะยาวเห็นผลชัดเจน บางที่จะผ่าตัดเพียงแค่ผิวหนังด้านบนเท่านั้น แม้ว่าข้อดีคือผ่าตัดง่ายสะดวกรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะดูไม่เป็นธรรมชาติ และอยู่ไม่ยาวนาน เหมือนกับการผ่าตัดที่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อระดับ SMAS
2.เทคนิคโดยรวมมีคอนเซ็ปต์อย่างไร
แต่ละสถานพยาบาลจะมีคอนเซ็ปต์การทำศัลยกรรมดึงหน้าไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องดูว่าเราพึงพอใจกับคอนเซ็ปต์ของแต่ละที่ไหม บางที่ดึงหน้าจนตึงมากจนใบหน้าเปลี่ยนและดูไม่ธรรมชาติ แต่บางที่เน้นความเป็นธรรมชาติ อย่างที่ศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด จะมีเทคนิคการดึงหน้าแบบ Modern Facelift คือเน้นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว เน้นความเป็นธรรมชาติ โดยใบหน้าจะดูอ่อนเยาว์เหมือนย้อนอายุกลับไปมากกว่า คอนเซ็ปต์ของเราคือศัลยกรรมดึงหน้าเพื่อให้คุณย้อนวัยกลับไปเป็นตัวคุณเอง ถ้าไม่สังเกตอาจจะไม่เห็นว่าเราดึงหน้ามา แต่จะดูว่าอายุน้อยลง เวลาเรายิ้มหรือแสดงสีหน้าก็จะแสดงได้เหมือนเดิม บางคนดึงหน้าจนตึงมากเกินไป หลับตาไม่สนิท เวลายิ้มมองแทบไม่เห็นร่องแก้ม มันจะดูไม่ธรรมชาติ
3. เลือกดึงหน้าเฉพาะส่วนได้อย่างตรงจุด
ในอดีตหลายคนมักคิดว่าการดึงหน้าต้องดึงทั้งหน้า แต่ในความเป็นจริงด้วยเทคนิคปัจจุบัน เราสามารถทำแยกส่วนได้ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งใบหน้า จึงทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า พักฟื้นเร็วกว่า เช่น บางคนอายุมากแต่ใบหน้าส่วนบนยังตึงแต่มีร่องน้ำหมากเราก็เลือกดึงแค่ใบหน้าส่วนล่าง หรือบางคนหน้ายังตึงแต่คอหย่อนเราก็เลือกดึงแค่คอ ถ้าเราดึงได้ตรงปัญหาก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดี
4.การตรวจวิเคราะห์กับแพทย์โดยละเอียด
การตรวจวิเคราะห์กับแพทย์โดยละเอียดควรเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึง เพราะก่อนจะต้องทำศัลยกรรมดึงหน้าเราจะมีการตรวจวัดระดับความหย่อนคล้อยของใบหน้าอย่างละเอียด เช่นหากหย่อนคล้อยในระดับเกรด 1-2 อาจจะยังไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าหย่อนคล้อยในระดับเกรด 3-4 แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดได้ ดังนั้น อย่าเพียงส่งภาพใบหน้าของเราให้แพทย์วิเคราะห์ควรเข้ามาปรึกษาที่สถานพยาบาลจะดีกว่า และแพทย์สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างตรงจุด
5.นอกจากดึงหน้ามีการเสริมส่วนอื่นอีกไหม
นอกจากการผ่าตัดดึงหน้า แพทย์มีการเสริมส่วนอื่นไหม เช่น การฉีดไขมันของตัวเอง (Fat Grafting) ผสานสารสกัดพลาสม่า (PRP) ทั่วใบหน้า ร่วมกับการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งสามารถทำร่วมกันในการผ่าตัดครั้งเดียวได้ จึงช่วยเติมเต็มร่อง และริ้วรอยต่างๆ ให้ตื้นลง และทำให้คุณภาพของผิวดีขึ้นได้อีกด้วย
6. หมอที่ผ่าตัดเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงไหม
ต้องดูว่าแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้เรา เป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงไหมเพราะการผ่าตัดกับหมอเฉพาะทางจะทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมาสวยและปลอดภัยมากกว่า โดยสามารถเช็คได้โดยการนำชื่อศัลยแพทย์ ไปเช็คจากฐานข้อมูลบนเว็บไซต์แพทยสภา (https://checkmd.tmc.or.th) ที่ดูได้ว่ามีประสบการณ์กี่ปี เรียนจบเฉพาะทางด้านใด สำหรับสถานพยาบาลสามารถเช็คจากเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. (http://privatehospital.hss.moph.go.th) เพื่อความมั่นใจ ก่อนการตัดสินใจเพื่อทำศัลยกรรม
7. การดึงหน้าเป็นผ่าตัดใหญ่ต้องมีทีมที่พร้อม
การผ่าตัดศัลยกรรมใหญ่เราควรต้องมีทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมีวิสัญญีแพทย์ และทีมพยาบาลครบครันเพราะการมีทีมที่พร้อมจะช่วยทำให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น
8.การพักฟื้นและการดูแลหลังผ่าตัด
การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการทำศัลยกรรมใหญ่ จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล และมีทีมพยาบาลวิชาชีพดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
9.เลือกสถานพยาบาล
ดูมาตรฐานด้านความปลอดภัยเป็นหลัก นอกจากจะเลือกแพทย์แล้วส่วนสำคัญคือสถานพยาบาล ให้ดูว่ามีวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ที่ได้มาตรฐานสำหรับการผ่าตัด รวมถึงการเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจะทำให้เข้าถึงการช่วยชีวิตที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
10.ให้ดูผลงานของแพทย์ ไม่เน้นดูรีวิว
ให้ทุกคนเน้นการดูผลงานของแพทย์และโรงพยาบาลนั้นๆ ส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้ดูจากรีวิวจากผู้ใช้ บริการจริง ( customer review) ร่วมกับวิชาการทางการแพทย์ ไม่อยากให้ดูแค่รีวิวศัลยกรรมที่จ้างดาราหรือ Influencerเพราะอาจจะทำให้เกิดความคาดหวังที่เกินจริงได้
ทั้งนี้ จรรยาบรรณและความรับผิดชอบ ศัลยแพทย์ควรมี มากกว่าการมุ่งแต่ผลตอบแทนทางธุรกิจ ด้วยการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง อธิบายข้อดี-ข้อเสียและโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนทั้งหมดอย่างละเอียด ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เกิดความปลอดภัย และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาเรื่องศัลยกรรมความงามโทร.02-8670606 ต่อ 1200-1204
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี