Logo วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
รอดชีวิต เพราะมีสติมั่น แล้วแก้ปัญหา

รอดชีวิต เพราะมีสติมั่น แล้วแก้ปัญหา

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : เรือ เรือล่มกลางทะเล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ผมตั้งสติดูว่าน้ำจำนวนมากเข้ามาในห้องจากช่องไหน ผมคิดในขณะนั้นว่า หากน้ำเข้ามามากๆ แบบนี้ได้ แล้วถ้าผมสวนทางออกไปได้ ผมก็รอดชีวิตได้ ไลฟ์ วาไรตี โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนไปคุยกับ คุณณัฐทัตต์ วงศ์ทองเหลือ ผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มกลางทะเล โดยการตั้งสติแล้วแก้สถานการณ์

l เหตุการณ์เรือล่มครั้งนั้น เกิดขึ้นมากี่ปีแล้วครับ เกิดที่บริเวณไหนของอ่าวไทยครับ 


คุณณัฐทัตต์ : เหตุการณ์เกิดที่ชุมพรครับ ประมาณ 6 ปีมาแล้ว คือผมเรียนดำน้ำ เพราะต้องการจะผ่านหลักสูตรนี้ แล้วนำไปประกอบการดำน้ำถ่ายภาพใต้ทะเล คือผมเป็นช่างภาพอยู่ก่อนแล้วครับ ผมตั้งความหวังไว้ว่าจะเก็บภาพสวยๆ ของโลกใต้ท้องทะเลไทยในภูมิภาคต่างๆ แล้วไต่เต้าไปเป็นช่างภาพใต้น้ำชาวไทยที่สร้างผลงานระดับนานาชาติ ผมก็ฝึกดำน้ำในสระจนจบคอร์ส โดยเรียนที่โรงเรียนดำน้ำแห่งหนึ่งแถวๆ ศาลายาแล้วก็ต้องไปลงทะเลจริงๆ แล้วคิดว่าหลังจากนั้นจะไปสอบให้ได้บัตรดำน้ำ และบัตรช่างภาพใต้น้ำ วันที่ไปลงทะเลคือช่วงเดือนกรกฎาคม ไปถึงชุมพรวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 วันแรกที่ไปถึงก็ฝึก ซึ่งก็ผ่านพ้นไปด้วยดี แล้วในวันต่อๆ มาคือ 26 กรกฎาคม คือเมื่อเรือจอดจุดแรก เพื่อให้นักเรียนดำน้ำลงไปฝึกในสถานที่จริงโดยในตารางฝึกมีสองจุด แต่เมื่อเรือจอดที่จุดแรกพวกเราก็ลงไปดำน้ำ พอเสร็จแล้วก็ขึ้นเรือ เพื่อจะย้ายจุดต่อไป แต่ปรากฏว่าเรือมีปัญหา กัปตันแจ้งว่าเรือมีปัญหาแบตเตอรี่ ต้องใช้เวลาซ่อมพอประมาณ อาจจะไม่สามารถย้ายจุดดำน้ำต่อไปได้ ทุกคนก็เลยลงดำรอบสองในบริเวณเดิม ผมดำน้ำไปได้สักระยะก็รู้สึกมึนศีรษะ ก็จึงขึ้นมานอนพักในห้องบนเรือ แล้วมารู้สึกตัวเมื่อเรือปะทะกับคลื่นอย่างรุนแรง เพราะเรือถูกลากแล้วโต้กับลูกคลื่น เมื่อตื่นขึ้นมาได้ไม่นานก็มีเสียงตะโกนว่าเรือรั่ว ขอให้คนบนเรือช่วยกันขนถัง oxygen สำหรับดำน้ำไปไว้ในห้องโดยสาร เพื่อถ่วงน้ำหนักของเรือ แต่ไม่มีใครทำได้ทัน เพราะเรือจมลงค่อนข้างเร็ว แล้วสุดท้ายเรือลำที่ลากเรือที่กำลังจะจมก็ตัดสายลากจูงทิ้ง เพราะหากไม่ตัด เรือที่จมจะลากเรืออีกลำให้จมลงไปด้วย

l ขอถามแทรกครับ สภาพเรือที่นั่งเป็นอย่างไรครับ เก่าหรือใหม่ ลำใหญ่ขนาดไหนครับ บรรทุกคนได้มากประมาณกี่คนครับ

คุณณัฐทัตต์ : สภาพเรือเก่ามาก แล้วมารู้ภายหลังว่าเรือมีรอยรั่ว แต่ในส่วนรายละเอียดมากกว่านี้ขออนุญาตไม่เล่าครับ เพราะอาจจะมีปัญหากับรูปคดี เนื่องจากศาลตัดสินคดีนี้ไปแล้ว หากผมพูดไปอาจจะไม่เหมาะครับ แต่ยืนยันได้ว่าเรือเก่ามาก ไม่น่าจะอยู่ในสภาพพร้อมแล่นออกทะเลลึก ส่วนคนบนเรือลำที่จมนั้นมีทั้งหมด 13 คนครับ หลังเรือจมมีคนตายไป 5 คน รอด 8 คนครับ

l ช่วยเล่าให้ฟังถึงนาทีที่รู้ว่าเรือกำลังจะจม จำได้ไหมครับว่าเรือออกไปในท้องทะเลไกลจากฝั่งกี่กิโลเมตร แล้วเมื่อคุณอยู่ในห้องของเรือ แล้วคุณเอาชีวิตรอดออกมาได้ ใช้หลักการอย่างไรบ้างครับ 

คุณณัฐทัตต์ : จำไม่ได้ว่าไกลออกไปกี่กิโลเมตร แต่จำได้ว่านั่งเรือออกไปนานเป็นชั่วโมง และบริเวณที่ดำน้ำแบบ Scuba ก็ต้องมีระดับน้ำลึกประมาณ 18-40เมตร เป็นมาตรฐาน ส่วนที่ถามว่าเมื่อรู้ว่าเรือจมผมทำอย่างไรทั้งๆ ที่อยู่ในห้อง อันดับแรกคือผมดูก่อนว่าน้ำไหลหรือพุ่งเข้าในห้องทางช่องไหน เพราะจำได้ว่าน้ำเข้ามาแรงและเร็วมาก แสดงว่าช่องที่น้ำเข้าต้องใหญ่ ผมก็คิดว่าต้องพุ่งส่วนออกไปทางช่องนั้นให้ได้ หากออกได้ ก็รอดชีวิต เมื่อกี้เล่าว่ามีเสียงตะโกนให้นำถัง oxygen ไปไว้ในห้องพักแต่ไม่มีเวลาทำได้ทัน เพราะน้ำเข้ามาเร็วมาก จนสุดท้ายได้ยินคำว่าเรือจมแน่ๆ ในขณะนั้นผมอยู่ในห้องด้านขวาของเรือ ประตูของห้องอยู่ด้านซ้ายมือ ผมพยายามจะเปิดประตูออก แต่เปิดไม่ได้ เพราะน้ำดันอยู่ภายนอก แต่ก็มีน้ำไหลเข้าในห้องอย่างแรง จนทำให้ตัวผมกระเด็นเข้าไปที่ผนังห้อง ช่วงนั้นผมตั้งสติแล้วหาทางออกให้ได้ เพราะรู้ว่ามีน้ำเข้ามาอย่างแรง ก็แสดงว่าช่องที่น้ำเข้าต้องใหญ่มาก คิดอย่างเดียวคือต้องออกไปทางช่องที่น้ำเข้ามาให้ได้ ผมจึงพยายามนำตัวแทรกช่องที่น้ำเข้าออกไปข้างนอก

l นาทีวิกฤตตอนนี้น่าสนใจมาก ช่วยเล่ารายละเอียดด้วยครับ 

คุณณัฐทัตต์ : ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเป็นลูกชาวน้ำ อยู่กับน้ำมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย บ้านอยู่ชุมชนริมแม่น้ำ ผมว่ายน้ำเป็นตั้งแต่อายุน้อยมาก สมัยก่อนมีเรือโยงแล่นในเจ้าพระยามากมาย ผมเกาะเรือโยงไปกับเรือเมื่อเรือแล่นไปต้นน้ำ แล้วผมก็ว่ายตามน้ำกลับบ้าน เล่นแบบนี้ตลอด เพราะไม่มีการละเลยวิธีอื่นสำหรับลูกชาวน้ำ ผมเป็นคนว่ายน้ำแข็ง ว่ายในแม่น้ำได้เลยครับ แต่เมื่อเรือจมในทะเล ผมก็ใช้การตั้งสติ แล้วเก็บอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด เพราะสำคัญกับการรอดชีวิตมาก 

l อธิบายคำว่าเก็บอากาศให้ทราบด้วยครับ

คุณนัฐทัตต์ : สำหรับคนว่ายน้ำเป็นต้องรู้จักการเก็บอากาศให้มากที่สุด เพราะทำให้อึด ว่ายน้ำได้นานดำน้ำได้นานด้วย อย่าลืมว่าคนเรามีขนาดของปอดไม่เท่ากันการเก็บอากาศก็จะได้ไม่เท่ากัน การเก็บอากาศคือก่อนจะดำน้ำก็ต้องดึงอากาศเข้าลมหายใจให้มากที่สุด แต่หากดึงเข้าไปแล้วไม่ผ่อนออกมาบ้าง ก็จะอึดอัดมาก แล้วที่สุดต้องปล่อยลมหายใจออกมาครั้งเดียวเป็นจำนวนมากแบบนี้ก็หมดอากาศในปอดแล้ว สังเกตปลาไหมครับ ปลาจะค่อยๆ ปล่อยอากาศออกมาที่ละน้อย คนเราก็เช่นกันเมื่อดึงอากาศเข้าปอดแล้ว ต้องค่อยๆ ปล่อยออกมาเป็นจังหวะ แล้วดำน้ำต่อไป ช่วงที่ผมอยู่ในห้องพักของเรือ เมื่อเห็นว่าน้ำเข้ามาในห้อง ผมก็ดูว่ายังมีช่องว่างเหนือศีรษะของเราอีกมากแค่ไหน เพราะถ้าเราลอยตัวเหนือผิวน้ำได้ เราก็ยังหายใจได้ตามปกติ แล้วก็พยายามหาทางออกโดยสวนช่องทางน้ำเข้าในห้องให้ได้โดยเร็ว ผมรวบรวมกำลังทั้งหมดสวนทางน้ำเข้าห้องออกมาจนได้ แต่เรือก็จมลงไปหลายเมตรแล้ว คนที่ช่วยชีวิตผมในวันนั้นถามผมว่า เอาตัวรอดมาได้อย่างไร เพราะเรือจมไปนานกว่า 3 นาทีแล้ว ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้ แต่รู้เพียงว่าตั้งสติตลอดเวลา แล้วหาทางออกตัวรอดให้ได้ช่วงที่เรือจมเป็นเวลาประมาณ 5 โมงเย็น เวลาเรือจมลงในน้ำ แสงสว่างก็จะน้อยลงเรื่อยๆ ตรงนี้ยิ่งต้องตั้งสติให้ดีที่สุด เพราะการช้าไปเพียงเสี่ยวนาทีก็หมายถึงอาจเสียชีวิตได้ทันที เมื่อผมออกจากห้องของเรือได้ก็พยายามพาตัวขึ้นผิวน้ำ เพราะเข้าใจว่าน่าจะต้องมีคนคอยช่วยชีวิต เป็นความโชคดีของผมที่เมื่อผมขึ้นถึงผิวน้ำก็คว้าได้เชือกที่เขาโยนให้กับผู้จมน้ำ ผมจับเชือกไว้แน่นที่สุด ไม่ยอมให้หลุดมือ แล้วเชือกก็ถูกลากไปยังเรืออีกลำหนึ่ง ผมได้รับการช่วยชีวิตไว้ได้ พร้อมกับคำถามแรกที่จำได้คือ รอดชีวิตมาได้อย่างไร เพราะเรือจมไปนานกว่า 3 นาที ผมรอดชีวิตมาได้ แล้วมารู้ภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิต 5 คน ตอนแรกเมื่อผมขึ้นเรืออีกลำหนึ่งได้ เจ้าหน้าที่ถามว่าจะกลับขึ้นฝั่งทันทีหรือจะรอดูสถานการณ์ของเพื่อนๆ ในเรือลำที่จม ตอนแรกผมตอบว่ารอ แต่สักพักหนึ่งผมสำรอกออกมาเป็นเมือกขาวขุ่นๆ แล้วรู้สึกหายใจไม่ออก ผมจึงบอกว่าขอกลับเข้าฝั่งเพื่อไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นอีก 1-2 วัน คุณหมอที่รักษาผมมาบอกว่า คุณตัดสินใจถูกแล้วที่รีบกลับเข้าฝั่งแล้วไปโรงพยาบาลปากน้ำชุมพร หากช้ากว่านั้น คุณอาจเสียชีวิต เพราะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เพราะหายใจเอาน้ำทะเลสกปรกเข้าไปในปอด แล้วในช่องกระเพาะก็เต็มไปด้วยน้ำทะเลที่สกปรก

l การรอดชีวิตในครั้งนั้นเกิดจากการมีสติเป็นสำคัญ ใช่ไหมครับ มีส่วนอื่นๆ ประกอบอีกไหมครับ

คุณณัฐทัตต์ : สติสำคัญที่สุด ส่วนพละกำลังในการว่ายน้ำก็สำคัญครับ เรื่องการเก็บอากาศใต้น้ำก็สำคัญเช่นกัน ต้องฝึกทุกอย่างครับ แนะนำว่าทุกคนที่ต้องใช้เรือ ควรต้องว่ายน้ำเป็น และหัดเก็บอากาศให้ได้และต้องมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีสติครับเพราะสติช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุวิกฤตทั้งปวงได้ แต่ถึงแม้จะไม่รอดชีวิต แต่เราก็จะมีสติอยู่กับตัวตลอดจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต การมีสติช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนก และสามารถหาทางออกของปัญหาได้ ผมมีเรื่องเล่าให้ฟังครับ หลังจากผมรอดชีวิต มีกระแสdrama ว่าทำไมผมไม่สวมเสื้อชูชีพ ผมตอบว่า หากวันนั้นผมสวมชูชีพแล้วอยู่ในห้องของเรือ ผมตายไปแล้วครับ เพราะกว่าผมจะถอดชูชีพออกได้ ผมคงไม่มีเวลาเอาตัวออกมาจากห้องของเรือที่จมลงไปใต้น้ำ อันที่จริงการสวมชูชีพเมื่อนั่งเรือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องดูว่าคุณนั่งในบริเวณใดของเรือ หากนั่งในส่วนที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง แบบนั้นจำเป็นต้องสวมชูชีพตลอดเวลา แต่หากคุณอยู่ในห้องของเรือ ไม่จำเป็นต้องสวม แต่ต้องมีชูชีพไว้ใกล้ตัวและพร้อมจะหยิบใช้ได้ทันเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงย้ำว่าเวลานั่งเรือต้องอยู่กับชูชีพ แต่ไม่จำเป็นต้องสวมชูชีพตลอดเวลา ต้องดูด้วยว่าคุณอยู่ในส่วนใดของเรือคุณอาจเห็นว่าคนสวมชูชีพแล้วเสียชีวิตภายในเรือ เพราะออกจากเรือไม่ได้

l รักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากเกิดเหตุเรือล่มนานแค่ไหนครับ

คุณณัฐทัตต์ : อยู่โรงพยาบาลสามวันครับจากนั้นก็ขับรถยนต์กลับกรุงเทพฯเอง เพราะผมขับรถลงไปชุมพรเองครับ 

l มีอะไรจะเล่าเพิ่มเติมถึงการทำให้มีชีวิตรอดจากวิกฤตครั้งนั้นครับ

คุณณัฐทัตต์ : อันดับแรกต้องขอบคุณทุกแรงใจที่มอบให้ผมและคนอื่นๆ ที่ประสบเหตุในวันที่เกิดเหตุครับ แต่ที่มากที่สุดคือต้องมีสติ และต้องว่ายน้ำเป็น เพราะหากว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่ควรจะนั่งเรือไปในที่ที่มีน้ำลึกมากๆ เน้นว่าต้องว่ายน้ำเป็นหากจะลงเรือ ต้องฝึกตัวเองและลูกหลานให้ว่ายน้ำให้เป็นครับ การว่ายน้ำเป็นคือการเอาตัวรอดได้ดีที่สุดเวลาเราตกน้ำ หากเราว่ายน้ำเป็นและเก่ง เราจะสามารถใช้เครื่องมือช่วยชีวิตคนจมน้ำได้ด้วย แต่ย้ำว่าอย่าเอาตัวเองหรือตัวเปล่าๆ โดยไร้อุปกรณ์ช่วยชีวิตไปช่วยคนจมน้ำนะครับ เพราะจะตายทั้งคู่ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณไม่ได้รับการฝึกฝนให้ช่วยชีวิตคนจมน้ำ เราเห็นมามากแล้วครับ นักว่ายน้ำตายพร้อมกับคนที่ตนเองไปช่วยจากการจมน้ำ ส่วนเรื่องสตินั้นต้องเน้นๆๆ และย้ำๆๆ ครับ ต้องมีสติตลอดเวลา ต้องฝึกการมีสติ แล้วประการต่อมาคือต้องหาความรู้ใส่ตัวเมื่อเวลาเราไปเที่ยวที่ไหนๆ ก็ตาม ต้องดูทางหนีไฟ ต้องดูเครื่องดับเพลิง ต้องดูเวลาเกิดไฟฟ้าดับ แล้วเราจะมีอุปกรณ์ให้แสงสว่างอยู่ที่ไหน ทางหนีไฟไปทางไหน คือไม่ว่าจะไปไหนต่อไหนก็ต้องศึกษาทางหนีทีไล่ของสถานที่นั้นๆ ให้ดี อย่างไปคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเราหรอก แต่ต้องคิดเสมอว่า ต้องป้องกันไว้ ต้องเรียนรู้และศึกษาไว้ให้ดี เมื่อเกิดเหตุจะได้รับมือทัน ขอย้ำอีกทีว่าการลงเรือต้องอยู่ใกล้กับชูชีพ ต้องใช้ชูชีพได้ทันเมื่อเกิดเหตุไม่ปกติในเรือ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องสวมชูชีพตลอดเวลาเมื่ออยู่ภายในห้องของเรือ แต่ต้องดูว่าอยู่ในจุดใดของเรือแล้วจึงต้องสวมชูชีพ ย้ำว่าการฝึกว่ายน้ำ การฝึกดำน้ำ การฝึกเก็บอากาศเป็นเพียงการฝึกเท่านั้น เพราะเวลาเกิดเหตุจริงๆ ก็ต้องมีสติกำกับตลอดเวลา เพื่อให้เราสามารถทำตามขั้นตอนที่เราฝึกมาได้เป็นอย่างดี หากเราขาดสติ ตื่นตูม สิ่งที่เราฝึกฝนมาก็จะไม่ได้ช่วยอะไรเราดังที่เราเห็นบ่อยๆ ว่าครูสอนดำน้ำถูกคนจมน้ำกอดรัดจนจมน้ำตายด้วยกันทั้งคู่

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ และผู้จัดการออนไลน์

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อุทาหรณ์คนชอบก๊ง! หมอสมองเล่าเคสคนไข้ มีอาการจ้ำเลือดเข่าบวม สุดท้ายเจอภาวะตับแข็ง

สวิสฯร้อนปรอทแตก 36 องศา ทางการจัดโรงหนังติดแอร์ให้ คนแก่ หนีคลื่นความร้อน

ปลัด อบต.คลองเขม้า แจงปมนักวิชาการสาว ชี้ถ้าพบทุจริตพร้อมไล่ออก เผยเจ้าตัวมาทำงานปกติ

สมชาย ยกทฤษฎี ผลไม้พิษ จี้ กกต. เร่ง คดีฮั้วสว. ถามจะเด็ดขาดแบบ นายกฯ กี่โมง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved