Logo วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ ชี้ 3 เทรนด์สุขภาพสำคัญแห่งอนาคต จัดงาน ‘เมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023’ หนุนไทยเป็นฮับการแพทย์อาเซียน

เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ ชี้ 3 เทรนด์สุขภาพสำคัญแห่งอนาคต จัดงาน ‘เมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023’ หนุนไทยเป็นฮับการแพทย์อาเซียน

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : เมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เกอร์นอท ริงลิ่ง

บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ ด้วยการจัดงาน “เมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023” มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ดึงพันธมิตร 800 รายด้านการแพทย์และสุขภาพ จาก 40 ประเทศทั่วโลก ตอบรับเทรนด์การแพทย์และการดูแลสุขภาพ 3 เทรนด์สำคัญ “สังคมสูงวัย-สุขภาพจิต-โรคอุบัติใหม่” ชี้คนไทยเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิต ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ต่อเนื่องโดยเฉพาะธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่องทางสดใส แนะนวัตกรและนักลงทุนปรับตัวตามให้ทัน


นายเกอร์นอท ริงลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เปิดเผยว่า จากการเติบโตของธุรกิจการแพทย์ และการลงทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เมสเซ่ดุสเซลดอร์ฟ ในฐานะพันธมิตรที่จัดงานระดับโลกในไทยมากว่า 20 ปี พร้อมที่จะสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจด้วยการจัดงานเมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023 สนับสนุนประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ (Medical Hub) โดยงาน เมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ เป็นมหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 800 ราย จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกมาร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น นวัตกรรมด้านเครื่องมือวินิจฉัย ระบบกำจัดเชื้อ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ ฯลฯ ที่พร้อมจะขยายธุรกิจและความร่วมมือทางการแพทย์ในตลาดอาเซียน ซึ่งงานเมดิคอลแฟร์ไทยแลนด์ ได้จัดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019 และการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้หลังจากเว้นระยะไป 4 ปี ในพื้นที่การจัดงานที่ใหญ่ขึ้น จะมาสร้างความน่าสนใจในวงการธุรกิจอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ งานเมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1) สตาร์ทอัพพาร์ค เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดทางธุรกิจ ผลักดันสตาร์ทอัพให้เติบโตควบคู่กับสุขภาพของประชาชน 2) พาวิลเลี่ยนดูแลสุขภาพชุมชน ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องเทรนด์สุขภาพในอนาคต ทั้งระบบอัจฉริยะและเครื่องมือในดูแลรักษาโรค เวชศาสตร์ผู้สูงวัย การฟื้นฟูสมรรถภาพ ฯลฯ และ 3) พาวิลเลี่ยนอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไฮไลท์พิเศษที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปีนี้นำเสนอนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับด้านวัสดุ ผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจจิ้ง และบริการขั้นสูง จนถึงไมโครโปรเซสเซอร์และนาโนเทคโนโลยี ซึ่งการเติบโตของวงการการเฮลธ์เทคนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการลงทุน และเศรษฐกิจในระดับมหภาค” นายเกอร์นอท กล่าว

ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์นวัตกรรม และสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (IFI) กล่าวว่า IFI ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นสถาบันเฉพาะทางที่ส่งเสริมและสนับสนุนการนำการมองอนาคต (Foresight) มาใช้ในการติดตามแนวโน้มของสังคม เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการพัฒนาสังคมได้อย่างเป็นระบบ และเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนาในระยะยาว สำหรับประเทศไทย ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิต จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตคนไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตยังไม่ครอบคลุม เพราะฉะนั้นต้องสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยยกระดับสุขภาวะของคนไทย ซึ่งปัจจุบันก็มีสตาร์ทอัพไทยจำนวนมากที่มีบริการนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทางด้านสุขภาพจิตหลากหลายรูปแบบ เช่น การทำแอปพลิเคชั่นที่นำเสนอกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตรูปแบบต่างๆ และแชทบอทที่ช่วยเก็บข้อมูลไปวิเคราะห์ความเสี่ยงอาการซึมเศร้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับการอุบัติของโรคใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรที่สวนทางกับทรัพยากรทางธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจัยเหล่านี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆ และมีโอกาสที่ทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสุขภาพ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การพัฒนาประเทศต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน

ด้าน นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ กล่าวว่า งานวิจัยพบว่า ทั่วโลกจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 21.5% ของประชากรทั้งหมด หรือกว่า 2,092 ล้านคน ในปี 2593 โดยประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (มีประชากรอายุ60 ปีขึ้นไปมากกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด) ในปี 2576 และพบว่าผู้สูงอายุจำนวนมากมีกำลังทรัพย์ในการใช้จ่าย โดยมีธุรกิจที่เติบโตได้ดีในสังคมผู้สูงอายุ ได้แก่ ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจเกี่ยวกับความงาม และธุรกิจนำเที่ยวผู้สูงวัย โดยเฉพาะธุรกิจสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ

แม้ว่าตลาดสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุมีแนวโน้มเติบโต แต่ก็ยังไม่พอและไม่ทันกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นมาก อายุยืนยาวขึ้น และอัตราการเสียชีวิตช้าลง ดังนั้น ตลาดต้องปรับตัวโตให้ทัน โดยกลุ่มธุรกิจเฮลธ์เทคสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งรูปแบบ B2B เช่น ระบบจัดการข้อมูลผู้ป่วย จัดสรรบุคลากรและยา ระบบปรึกษาแพทย์ทางไกล แพลตฟอร์มเชื่อมโยงบริการสุขภาพครบวงจร การใช้ AI วิเคราะห์โรคเบื้องต้น และรูปแบบ B2C เช่นแอปพลิเคชั่นข้อมูลสุขภาพ ออกกำลังกายออนไลน์ Virtual class บริการสุขภาพที่บ้าน ดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่บ้าน อุปกรณ์การแพทย์ที่บ้าน

สำหรับงานเมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์2023 ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และระหว่างวันที่16-22 กันยายน 2566 ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงงานให้กว้างขึ้น นอกจากในแวดวงการแพทย์และสุขภาพแล้ว จะขยายไปถึงกลุ่มธุรกิจนำเข้า ส่งออก การศึกษาและวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมอีกด้วย ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพจากหน่วยงานชั้นนำทั่วโลกพร้อมด้วยหัวข้องานประชุมทางการแพทย์ระดับโลก สามารถติดตามการจัดงานเมดิคอลแฟร์ไทยแลนด์ ครั้งที่ 10 ได้ที่ www.medicalfair-thailand.com

ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์
ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์
นพ.ฆนัท ครุธกูล
นพ.ฆนัท ครุธกูล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved