วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
อัลแบร์โต นูเญซ เฟฆู ผู้นำพรรคสังคมนิยมของสเปน ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎร ได้มากพอเพื่อที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้สเปนยังคงไม่ได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ผลการลงมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสเปนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปรากฏว่า อัลแบร์โต นูเญซ เฟฆู ผู้นำพรรคประชาชน หรือพีพี ที่มีแนวนโยบายสังคมนิยม ซึ่งได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จในการขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอื่นๆ ให้สนับสนุนตัวเขาในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ หลังจากได้เสียงสนับสนุน 172 เสียง ขณะที่เสียงคัดค้านและไม่ลงคะแนนอยู่ที่ 178 เสียง
.jpg)
ทั้งนี้ พรรคประชาชนของเฟฆูชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 137 ที่นั่งเมื่อรวมกับพรรควอกซ์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ซึ่งได้ 33 ที่นั่ง รวมถึงพรรคเล็กอีก 2 พรรค ก็ไม่เพียงพอที่จะเป็นเสียงข้างมากในสภา สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องการเสียงมากกว่า 176 ที่นั่งจากที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 350 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแรงงานสังคมนิยมสเปนของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ได้มา 121 ที่นั่ง แม้จะไม่มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล แต่เขาก็ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาได้จนถึงตอนนี้ และอาจนั่งยาวไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม จนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านวาระการดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป
นั่นทำให้สถานการณ์การเมืองในสเปน ยังคงเผชิญภาวะความไม่แน่นอนต่อไป เพราะแม้ซานเชซจะดูเหมือนอยู่ในสถานะดีกว่าที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่ก็ไม่แน่ว่าจะได้เสียงโหวตพอหรือไม่ เพราะเมื่อรวมเอาเสียงพันธมิตรฝ่ายซ้ายของเขาทั้งหมดก็ยังมีเพียง 171 เสียง จากสภา 350 เสียง เท่ากับว่าถ้าจะตั้งรัฐบาลเขาจำเป็นต้องดึงสส. จากพรรคฆุนต์ส(Junts) พรรคแบ่งแยกดินแดนกาตาลุญญ่ามาโหวตให้ แต่พรรคฆุนต์ส ที่คาร์เลส ปุยก์เดอมงต์ อดีตประธานาธิบดีของแคว้นกาตาลัญเป็นแกนนำ และตอนนี้ลี้ภัยอยู่ในเบลเยียม ตั้งเงื่อนไขว่าจะสนับสนุนซานเชซแลกกับการนิรโทษกรรมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติให้เอกราชกาตาลุญญ่า และรัฐบาลมาดริดต้องยินยอมให้มีการลงประชามติตัดสินใจกำหนดชะตาชีวิตตนเองครั้งใหม่ของชาวกาตาลัญแต่พรรคสังคมนิยมกล่าวว่า ข้อเรียกร้องทั้งสองเป็นไปไม่ได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญ
.jpg)
อกุสติน รูอิส โรเบลโด อาจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยเกรนาดา กล่าวว่า สถานการณ์นี้ผลักให้สมเด็จพระราชาธิบดี ฟิลิเปที่ 6 กษัตริย์แห่งสเปน ตกที่นั่งลำบาก เพราะในท้ายที่สุด พระองค์ต้องทำหน้าที่คนกลางผู้ชี้ขาดในประเทศที่แตกแยกทุกขณะ เขามองว่า หากพระองค์เลือกเฟฆูต่อไป ฝ่ายซ้ายจะกล่าวหาว่าพระองค์เห็นใจฝ่ายอนุรักษ์ และปล่อยให้สภาเสียเวลาเสนอชื่อคนที่ไม่มีวันชนะโหวต แต่ถ้าพระองค์หันมาเสนอชื่อซานเชซบ้าง ฝ่ายขวาจะกล่าวหาว่าพระองค์ไม่มีกระดูกสันหลัง เอนเอียงเข้าหาฝ่ายซ้ายและพวกแบ่งแยกดินแดนที่ต้องการทำลายประเทศ กลายเป็นว่า ไม่ว่าทำอะไรก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น
ขณะเดียวกัน ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สเปนเปลี่ยนผ่านจากระบบสองพรรค มาสู่ระบบรัฐสภาที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นและเปราะบางมากขึ้นด้วย เห็นได้ชัดคือ กษัตริย์ ฆวน คาร์ลอสที่ 1 เคยได้รับการปรึกษาหารือเพื่อตั้งรัฐบาลแค่ 10 ครั้งตลอดรัชสมัย 38 ปีแต่กษัตริย์ฟิลิเปที่ 6 ทำมาแล้ว 9 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2014 ครั้งหลังสุดในปี 2016 หลังพระองค์ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 1 ปีครึ่ง สเปนมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่และพรรคประชาชนได้รับเสียงข้างมาก แต่ มารีอาโน ราฮอย หัวหน้าพรรคในขณะนั้น เล่นเกมการเมืองด้วยการปฏิเสธที่จะเป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาลเป็นพรรคแรก ทำให้พระองค์ต้องตัดสินพระทัยเสนอชื่อของ ซานเชซเลขาธิการพรรคแรงงานสังคมนิยมที่ได้คะแนนน้อยกว่าแทน ทั้งที่พระองค์และทุกคนรู้ว่าซานเชซไม่มีทางชนะโหวตในสภา แต่ก็แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงพยายามปรับบทบาทสถาบันกษัตริย์ให้กลับคืนสู่การเป็นสถาบันภายใต้รัฐธรรมนูญให้มากที่สุด การปรึกษาผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ทรงทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญให้มีประสิทธิภาพที่สุด เป็นรูปธรรมหนึ่งที่สะท้อนความพยายามปรับบทบาทสถาบันกษัตริย์ของพระองค์
.jpg)
บทบาทของกษัตริย์สเปนในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญ อาจดูเหมือนง่าย เสนอชื่อบุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งมากที่สุดก็จบ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้นตามรัฐธรรมนูญสเปนถือว่าเป็น “หน้าที่”ของกษัตริย์ ไม่ใช่ “อำนาจ” ในการจัดตั้งรัฐบาล หน้าที่คือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยอำนาจในการจัดตั้งยังเป็นของรัฐสภาที่สมาชิกมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะฉะนั้น กษัตริย์จะต้องทรงใช้วิจารณญาณในการเลือกบุคคลให้รัฐสภาลงมติให้รอบคอบที่สุด เพื่อให้ตัวเลือกของพระองค์ได้รับการยอมรับจากรัฐสภา หากตัวเลือกที่พระองค์เสนอสู่รัฐสภาไม่ได้รับโหวตจากสภาให้เป็นนายกฯ พระองค์อาจถูกมองว่าล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่
ล่าสุด มีรายงาน (จากตอนที่กำลังปั่นต้นฉบับอยู่นี้) ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิเปที่ 6 ทรงขอร้องให้ซานเชซจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย แม้บรรดาคนดังฝ่ายอนุรักษ์นิยม เช่น คาร์เมน โลมา นามักเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาเรียกร้องให้กษัตริย์ไม่เอาซานเชซ และไม่เสนอให้เขาตั้งรัฐบาลเพราะต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากนักโทษหนีคดีอย่างปุยก์เดอมงต์ ผู้ก่อการร้าย ETA และคนอื่นๆ ที่ดำรงอยู่ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น คือการทำลายล้างประเทศและรัฐธรรมนูญสเปน
หลังจากนี้ ซานเชซคงต้องเป็นฝ่ายปวดหัวบ้าง เพราะจะต้องคิดหาทางว่าจะทำอย่างไร จึงจะดึงพรรคอื่นๆมาร่วมรัฐบาลได้ โดยเฉพาะพรรคฆุนต์สที่หวังเรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติเพื่อรับรองการแบ่งแยกดินแดนในแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชานเชซเคยบอกว่าจะไม่ทำเด็ดขาด
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป มีแนวโน้มว่าสถานการณ์การเมืองในสเปนที่เจอทางตันกำลังนำไปสู่การเลือกตั้งอีกครั้งในอนาคต เพราะซานเชซจะมีเวลาในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น
ถ้าซานเชซยังไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้เหมือนที่เฟฆูประสบมาแล้ว สเปนก็จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกหน ในวันที่ 14 มกราคมปีหน้า
โดย ดาโน โทนาลี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี