โซไซตี้ : วว. ขับเคลื่อนนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  เพื่อพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โซไซตี้ : วว. ขับเคลื่อนนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ร่วมงานแถลงข่าวเปิดงานท่องเที่ยว I Love Flower ซีซั่น 5

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกิจการที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยบริบทของกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวผู้เดินทางไปท่องเที่ยวได้แก่ การได้เรียนรู้ด้านภาษา เรียนรู้วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เรียนรู้โลกปัจจุบัน เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะทำและพบกับสิ่งใหม่ๆ ได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม เรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเอง เรียนรู้ความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งได้รู้จักตัวเองมากขึ้นหรือได้คิดนอกกรอบ เป็นต้น รวมทั้งก่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์ในพื้นที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้การท่องเที่ยวมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางไปยังสถานที่หรือประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทย ใน 7 เดือนของปี 2566 (มกราคม-กรกฎาคม 2566) ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติรวมกัน 1,084,575 ล้านบาทในจำนวนนี้เป็นรายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 638,161 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึง 30 กรกฎาคม 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 15,322,175 คน เพิ่มขึ้น 384% เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนของปี 2565 สำหรับ 5 อันดับแรกของประเทศต้นทางที่เดินทางมาประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย 2,439,710 คนจีน 1,839,660 คน เกาหลีใต้ 907,463 คน อินเดีย 885,772 คน และรัสเซีย 854,946 คนจากข้อมูลดังกล่าว ในฐานะที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีวิสัยทัศน์มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชนผ่านระบบนิเวศนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน จึงได้ริเริ่ม โครงการนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ คือ เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และงานวิจัย, เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ท้องถิ่น และเพื่อพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวอย่างมีอัตลักษณ์


ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิตผู้ว่าการ วว.

โครงการนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน มุ่งเป้าหมาย 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม นำนวัตกรรม เทคโนโลยีและงานวิจัย มาใช้ในการขับเคลื่อน เช่น การใช้กล้าพันธุ์ปลอดโรค การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การฆ่าเชื้อก่อโรคในดินด้วยการอบไอน้ำ และการใช้ชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืช,ด้านสังคมมุ่งใช้ความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนที่มีอยู่เดิมมาต่อยอด เช่น การพัฒนาของที่ระลึกจากดอกไม้ชุมชน การพัฒนาเครื่องดื่มจากดอกไม้ชุมชนโดยมีผู้สูงอายุในชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน, ด้านเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ท้องถิ่น เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ฝวช.) มุ่งพัฒนาไม้ดอกเพื่อการท่องเที่ยวด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จากประสบการณ์ความสำเร็จในการดำเนินงานด้านไม้ดอกในพื้นที่จากการนำเทคโนโลยีการผลิตต้นกล้าปลอดโรคด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน การผลิตไม้ดอกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP รวมทั้งการถ่ายทอดผลงานวิจัยเบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ของ วว. และ วช. ให้แก่กลุ่มเกษตรของไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยะลา อุบลราชธานี อุดรธานีและนครราชสีมา ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องในการนำต้นแบบจาก “I Love FlowerFarm” ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยั่งยืนจังหวัดเชียงใหม่ที่มุ่งยกระดับไม้ตัดดอกภายในประเทศ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ผสมผสานการท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืนของคนในชุมชนและเป็นชุมชนอุดมสุข รวมทั้งการสร้างแรงบันดาลใจและสำนึกรักในวิถีชีวิตชุมชน พัฒนาการบริหารจัดการชุมชนอย่างเป็นระบบและมีธรรมาภิบาล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี สร้างเครือข่ายกับภาครัฐและเอกชนเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดย วว. และ วช. นำมาเป็น (Soft Power) ในการพัฒนาการท่องเที่ยว สร้างระบบนิเวศทางการเกษตรที่เข้มแข็งและยั่งยืนในชุมชน สร้างเศรษฐกิจ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี

ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ และทีมวิจัย ณ I Love Flower Farm

วว. จะนำต้นแบบดังกล่าวขยายผลในพื้นที่เครือข่ายวิจัยในจังหวัดอุบลราชธานี ยะลา นครราชสีมา และพื้นที่อื่นๆ ของไทยเพื่อหนุนนโยบายของรัฐบาลและ ศุภมาส อิศรภักดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการนำ Soft Power ผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของไทย โดยมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นกลไกการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. กล่าวว่า การขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมในโครงการนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ครอบคลุมการส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอการ SMEs ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ได้แก่ การส่งเสริมการใช้เบญจมาศพันธุ์ใหม่/กล้าพันธุ์ปลอดโรค การส่งเสริมการผลิตไม้ดอกภายใต้ระบบเกษตรปลอดภัย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น การหาจุลินทรีย์ในการควบคุมโรคการหาคุณค่าทางโภชนาการ การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การส่งเสริมการผลิตเบญจมาศนอกฤดู การยืดอายุไม้ตัดดอกเพื่อการขนส่งระยะไกลเพื่อให้ได้คุณภาพ (วิทยาการก่อน-หลังการเก็บเกี่ยว) การส่งเสริมการผลิตไม้ดอกชนิดใหม่ๆ ในพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวและตัดดอก การพัฒนาของที่ระลึกจากอัตลักษณ์ชุมชน การส่งเสริมการผลิตผักน้ำแบบปลอดภัย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การตรวจลักษณะทางพันธุกรรมในพื้นที่ การพัฒนาระบบการให้ธาตุอาหาร การแก้ไขปัญหาความขุ่นของน้ำที่ส่งผลต่อการผลิต และการส่งเสริมการใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมโรค เป็นต้น

การดำเนินโครงการจะขับเคลื่อนด้วย “โมเดล 5 Love” ได้แก่ LOVE ECONOMIC EMPOWERMENT พัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มีคุณภาพมากขึ้นในหลายภาคส่วน เช่น สวนเกษตรที่พัก ร้านอาหาร องค์กรส่วนภาครัฐและเอกชน ในหน่วยงานที่จัดกิจกรรมเสริมส่งเสริม และพัฒนาการท่องเที่ยว ได้แก่ กีฬา ดนตรี การแสดง ศิลปะ ฯลฯ, LOVE CULTURE เพื่อส่งเสริมภาคประชาคมในพื้นที่ ให้ก่อเกิดวิถีชุมชนและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยมีภาคการท่องเที่ยวสวนเกษตร ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นต้นแบบ, LOVE ACTIVITIES เพิ่มกิจกรรมในการดึงเวลานักท่องเที่ยงให้มีเวลาอยู่ในพื้นที่มากขึ้น เพื่อเพิ่มเวลาในการใช้จ่ายในภาคส่วนอื่นๆ สร้างเสริมรายได้มากขึ้น ตามเวลาที่นักท่องเที่ยวใช้ในพื้นที่ เช่น การเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพมือถืออย่างง่ายจากช่างภาพมืออาชีพ งานศิลปะดอกไม้ LOVE INSPIRATION เพื่อส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมภาคประชาคมและสามารถสร้างเป็นแรงบันดาลใจและแรงขับเคลื่อนสู่อาชีพที่ยั่งยืนต่อไป LOVE ENVIRONMENT เพื่ออนุรักษ์และสร้างเสริมวิถีชุมชนของประชาคมดั้งเดิมสืบเนื่องต่อไป ยั่งยืนไม่ให้สูญหาย ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ชุมชน (จิมส์ ทอมสัน โมเดล)

วว. และ วช. มุ่งมั่นให้ โครงการนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นโมเดลขับเคลื่อนการดำเนินงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs ของไทย...เข้มแข็ง มีมาตรฐาน มีความมั่นคง มั่งคั่ง ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

 

เบญจมาศ วังน้ำเขียว
เบญจมาศ วังน้ำเขียว
วว.ลงพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา
วว.ลงพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top