วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ที่ส่อเค้ายืดเยื้อหลังผ่านพ้นเข้าสู่เดือนที่สองแล้วนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮูประกาศเมื่อวันก่อนว่า อิสราเอลจะเข้าควบคุมด้านความมั่นคงทั้งหมดในฉนวนกาซา หลังสิ้นสุดสงคราม และกองกำลังของอิสราเอลจะอยู่ในกาซาอย่างไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด
แล้วแนวทางที่อิสราเองจะใช้ในการปกครองกาซา จะเป็นรูปแบบไหนได้บ้าง?มีการวิเคราะห์ของบรรดาผู้สันทัดกรณีหลายรูปแบบ สามารถนำมารวบรวมไว้ให้เห็นภาพกว้างๆ ได้ดังนี้
การยึดครองโดยตรง (outright occupation)
ย้อนกลับไปเมื่อสงครามตะวันออกกลางในปี 1967 อิสราเอลได้ยึดครองกาซา, เวสต์แบงก์ และเยรูซาเลมซึ่งเป็นดินแดนที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการสร้างเป็นรัฐของพวกเขาในอนาคต ..อิสราเอลได้ผนวกเยรูซาเลมตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเก่า และเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางศาสนา 3 ศาสนาและพิจารณาจะให้ทั้งเมืองเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล (แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้รับการรับรองจากประชาคมระหว่างประเทศ)
ในช่วงเวลานั้น กองทัพอิสราเอลได้ปกครองเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซานานหลายสิบปี และปฏิเสธที่จะให้สิทธิพื้นฐานต่อชาวปาเลสไตน์หลายล้านคนทหารได้ประจำการตามจุดตรวจ และจู่โจมเป้าหมายของกองกำลัง และชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านกฎของอิสราเอล นอกจากนี้ อิสราเอลยังตั้งนิคมในทั้ง 3 พื้นที่ โดยที่ชาวปาเลสไตน์และประชาคมโลกส่วนใหญ่มองว่าการตั้งนิคมเหล่านี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
หลังจากที่กองทัพอิสราเอลปกครองพื้นที่ทั้ง 3 โดยตรงยาวนานกว่า 2 ทศวรรษชาวปาเลสไตน์ก็ลุกฮือ หรือที่เรียกว่าอินทิฟาดา (intifada) ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 อีกทั้งกลุ่มฮามาสก็เริ่มก่อตั้งขึ้นและเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมกับปีกติดอาวุธ ที่กลายมาเป็นความท้าทายขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ หรือ PLO ในช่วงเวลานั้น
.jpg)
ใช้โมเดล ‘เวสต์แบงก์’
สนธิสัญญาออสโล (Oslo Accords) หรือข้อตกลงสันติภาพที่เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 ที่ทำให้เกิดองค์การบริหารปาเลสไตน์ หรือ PAขึ้นมาเพื่อปกครองเขตเวสต์แบงก์ และกาซา ด้วยเป้าหมายเพื่อให้เป็นรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ เคียงข้างอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ความพยายามสร้างสันติภาพโดยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯหลายคนประสบความล้มเหลว และ PA ก็สูญเสียอำนาจในการครอบครองกาซา ให้กับฮามาส ในปี 2007 ทำให้ PA เหลือพื้นที่ปกครองเพียงราว 40% ในเขตเวสต์แบงก์ (ซึ่งถูกแบ่งเป็น 3 พื้นที่ ตามสนธิสัญญาออสโล) ซึ่งมีอำนาจหลักในการบริหาร ที่แม้ว่าจะมีกองกำลังตำรวจของตัวเอง ..แต่โดยภาพรวมแล้ว อิสราเอลควบคุมด้านความมั่นคงของพื้นที่เวสต์แบงก์ทั้งหมด
ในขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มุดอับบาส ของปาเลสไตน์ ก็ไม่ได้รับความนิยมเพียงพอ เนื่องจากกองกำลังของเขาได้ให้ความร่วมมือกับอิสราเอลในด้านความมั่นคง ทำให้ความหวังที่จะเป็นรัฐของชาวปาเลสไตน์แทบจะหมดสิ้นลงไป อีกทั้งมองว่า PA เป็นเหมือนผู้รับเหมาของอิสราเอล อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ปัจจุบัน อิสราเอลมีทหารหลายหมื่นนายประจำการทั่วเวสต์แบงก์ เพื่อความมั่นคงของผู้ตั้งนิคมชาวยิวกว่า 500,000 คน ในพื้นที่ และยังมีการจู่โจมและการจับกุมในช่วงกลางคืนอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดการปะทะกับกองกำลังในเวสต์แบงก์ อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี่ บลิงเคน เสนอแนะให้PA หวนคืนสู่กาซาหลังสิ้นสุดสงคราม แต่ก็จะยิ่งทำให้ความไม่นิยมในตัวอับบาสทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่ชาวปาเลสไตน์ นอกจากจะมีแนวโน้มอย่างเป็นรูปธรรมในการทำให้เกิดรัฐปาเลสไตน์ขึ้น
.jpg)
ใช้โมเดล ‘ฉนวนกาซา’
โมเดลนี้ คือการให้ชาวปาเลสไตน์สายกลางขึ้นมาควบคุมด้านความมั่นคงภายในฉนวนกาซา โดยอิสราเอลเพียงเข้ามาแทรกแซงได้เมื่อเห็นว่าจำเป็นเท่านั้น แต่นั่นก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกันเพราะย้อนไปเมื่อปี 2005 ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิด “อินทิฟาดา” ที่รุนแรงกว่าครั้งแรก อิสราเอลได้ถอนกำลังทหารและผู้ตั้งนิคมกว่า 8,000 คน ออกไปจากกาซา และ PA เข้ามาบริหารพื้นที่แทน โดยที่อิสราเอลยังคงควบคุมน่านฟ้า ชายฝั่ง และทางข้ามแดนทั้งหมด เปิดไว้เพียง 1 จุดเท่านั้น ปีต่อมา ฮามาสได้ชนะการเลือกตั้ง และทำให้ PA สิ้นอำนาจในการบริหารฉนวนกาซา นำมาสู่การบอยคอตต์ และเกิดวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก
หลังจากนั้น อิสราเอลและอียิปต์ได้ปิดล้อมฉนวนกาซา โดยจำกัดการค้าและการเดินทางอย่างหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสราเอลย้ำว่าเป็นความพยายามควบคุมกลุ่มฮามาส แต่ชาวปาเลสไตน์และนักสิทธิมนุษยชนมองว่า เป็นการลงโทษแบบภาพรวม เนื่องจากกระทบอย่างหนักต่อประชาชนกว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งกลุ่มฮามาส ไม่เคยยอมรับการมีอยู่ของอิสราเอลและมุ่งมั่นจะทำลายล้างด้วยการต่อสู้ด้วยอาวุธ
ตลอด 16 ปีมานี้ ทั้งอิสราเอลและฮามาสได้ปะทะกันอย่างหนักหลายครั้ง ซึ่งอิสราเอลได้ผ่อนคลายการควบคุม เพื่อแลกกับการที่ฮามาสหยุดการโจมตีด้วยจรวด และควบคุมกลุ่มติดอาวุธที่หัวรุนแรงมากขึ้น
ใช้โมเดล ‘เลบานอน’
อิสราเอลบุกทางตอนใต้ของเลบานอน ต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ ในปี 1978 และอีกครั้งในปี 1982 นำไปสู่การยึดครองภาคใต้ของเลบานอนนาน 18 ปี และต่อมาสะสมกองกำลังในการสนับสนุน คือ กองทัพภาคใต้เลบานอน (South Lebanon Army - SLA) ซึ่งได้รับการฝึกและติดอาวุธจากอิสราเอล
.jpg)
หลังการบุกปี 1982 กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนจึงก่อตั้งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันกองกำลังอิสราเอลออกจากประเทศ โดยฮิซบอลเลาะห์ได้โจมตีทั้งกองทัพภาคใต้เลบานอน และกองกำลังอิสราเอล นำมาสู่การถอนกำลังอย่างเต็มรูปแบบในปี 2000 นั่นทำให้กองกำลังภาคใต้เลบานอนล่มสลายลง และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เรืองอำนาจขึ้นมาแทน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นกองกำลังที่ทรงพลังที่สุดในเลบานอนโดยมีจรวดและขีปนาวุธราว 150,000 ลูกถือเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งสำหรับอิสราเอล
หนทางอื่น?
อย่างไรก็ตาม บรรดาแกนนำอิสราเอลยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแผนการในกาซาหลังสงคราม หลายคนบอกว่า ไม่ได้ต้องการกลับไปยึดครองกาซาอีกครั้ง เพียงแต่ต้องการให้กองกำลังมีเสรีภาพในการปฏิบัติการในกาซาเป็นระยะเวลายาวนานอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากที่สิ้นสุดสงคราม โดยไม่มีกำหนดชัดเจนว่ายาวนานเพียงใด
เจ้าหน้าที่อิสราเอลบางคน ระบุว่า กำลังหารือเรื่องการตั้งบัฟเฟอร์โซน หรือเขตกันชน เพื่อให้ชาวปาเลสไตน์อยู่ห่างจากพรมแดน ขณะที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ PA กลับมาบริหารกาซาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เบนนี แกนต์ซ สมาชิกครม.ชุดสงครามของอิสราเอล ระบุว่า การเตรียมการใดๆ ในอนาคตสำหรับฉนวนกาซา ต้องขึ้นอยู่กับความสงบในแนวรบด้านเหนือของอิสราเอล และเขตเวสต์แบงก์ด้วย
โดย ดาโน โทนาลี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี