วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางสู่นครซานฟรานซิสโก ของสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับสูงกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มเอเปก อันจะนำไปสู่การแสวงหาวิถีทางเดินหน้าสายสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
นครซานฟรานซิสโกเคยเป็นจุดหมายแรกในการเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกของ สี จิ้นผิง เมื่อหลายทศวรรษก่อน โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 1985 สี จิ้นผิงซึ่งเวลานั้นเป็นนายอำเภอเจิ้งติ้ง มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน ได้เดินทางเยือนนครซานฟรานซิสโกและถ่ายรูปกับสะพานโกลเดนเกต การเดินทางเยือนครั้งนั้นช่วยให้ สี จิ้นผิง คนหนุ่มวัย 30 ปีต้นๆ ได้ทำความคุ้นเคยกับสหรัฐฯ และบ่มเพาะมิตรภาพกับประชาชนอเมริกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยสายใยมิตรภาพอันแข็งแกร่งและยืนยงดังกล่าวเป็นดังบ่อน้ำแห่งความมีชีวิตชีวาของสายสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งในยามสุขสมและยามทุกข์ยาก
“สำหรับผม คุณคืออเมริกา”
“ประชาชนชาวจีนและชาวอเมริกันต่างยอดเยี่ยม มิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศไม่เพียงเป็นทรัพย์สมบัติล้ำค่าแต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี” สี จิ้นผิง เขียนในจดหมายที่ส่งถึง ซาราห์ แลนเด ผู้เขียนหนังสือบันทึกความทรงจำ “เพื่อนเก่า :เรื่องราวของ สี จิ้นผิง-ไอโอวา” (‘Old Friends’ :The Xi Jinping-Iowa Story) ในปี 2022
แลนเด ชาวเมืองมัสคาทีนที่ทำงานอยู่องค์กร “รัฐพี่รัฐน้อง” ของรัฐไอโอวา ได้ช่วยประสานงานการเยือนสหรัฐฯ ของ สี จิ้นผิง ในปี 1985 โดย สี จิ้นผิงนำคณะผู้แทนทางการเกษตร จำนวน 5 คน เยี่ยมชมเทคโนโลยีการทำฟาร์มในเมืองมัสคาทีนของรัฐไอโอวา ซึ่งถือเป็นผู้นำการผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองของสหรัฐฯ
.jpg)
“เขายิ้มไม่หยุด ทั้งสงสัยใคร่รู้และตั้งคำถามเกี่ยวกับทุกสิ่ง” แลนเดเล่าย้อนความหลัง พร้อมเสริมว่ากำหนดการเดินทางในเมืองมัสคาทีนของ สี จิ้นผิงประกอบด้วยการเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปข้าวโพด ฟาร์มสุกร และฟาร์มผักให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น และล่องเรือในแม่น้ำมิสซิสซิปปี นอกจากนั้นมีการพักอาศัยอยู่โฮมสเตย์เพื่อทำความเข้าใจวัฒนธรรมที่ต่างกันของอีกฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น โดยโทมัสและเอเลนอร์ ดวอร์ชัก ได้เปิดบ้านรับรองสี จิ้นผิง ซึ่งเข้าพักผ่อนในห้องนอนของแกรี่ ลูกชายของครอบครัวดวอร์ชักผู้จากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัย
ริกกี การ์เรตต์ ประธานและซีอีโอของซิสเตอร์ ซิตีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Sister Cities International) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีฐานอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่ามีการแลกเปลี่ยนอันดีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่นำพาประชาชนมาพบปะเจอกันในวิถีทางที่บางครั้งไม่เกิดขึ้นบนเวทีการเมือง
สี จิ้นผิง และเหล่าเพื่อนเก่าชาวอเมริกันได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งที่รัฐไอโอวาในปี 2012 หลังจากกาลเวลาผันผ่านนานถึง 27 ปี โดยครั้งนั้น สี จิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในฐานะรองประธานาธิบดีจีน และพบปะกับเหล่าเพื่อนเก่าที่บ้านของแลนเดในวันหิมะตกแม้ตารางการทำงานจะแน่นขนัด พวกเขารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นในบ้านของแลนเด และชวนกันย้อนรำลึกความทรงจำอันเต็มเปี่ยมด้วยความปีติยินดี ซึ่งการพบปะพูดคุยนานหนึ่งชั่วโมงครั้งนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
แลนเดเล่าย้อนว่าตอนนั้นมีคนหนึ่งถามสี จิ้นผิง ว่า “ทำไมถึงมาไอโอวา?” ซึ่งสี จิ้นผิง ตอบว่า “พวกคุณเป็นชาวอเมริกันกลุ่มแรกที่ผมได้ติดต่อสื่อสาร สำหรับผม พวกคุณคืออเมริกา”
สี จิ้นผิง ไม่เคยลืมผองเพื่อนชาวอเมริกันและเชื่อว่าประชาชนคือกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐชาติโดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะถอยหลังลงคลอง แต่สี จิ้นผิง ยังคงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเขียนจดหมายถึงชาวอเมริกันและร่วมงานต่างๆ เพื่อช่วยส่งเสริมมิตรภาพ
สายสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นเป็นดั่งกาว
.jpg)
ย้อนกลับสู่ตอนที่จีนเริ่มต้นการปฏิรูปและเปิดประเทศ มีหลายเมือง มณฑล และรัฐของจีนและสหรัฐฯ เริ่มต้นสร้างสายสัมพันธ์ฉันมิตรช่วงราวปี 1979โดยมณฑลเหอเป่ยของจีนและรัฐไอโอวาของสหรัฐฯ ได้ลงนามข้อตกลงความสัมพันธ์รัฐพี่รัฐน้องในปี 1983 นำสู่การเยือนสหรัฐฯ ของสี จิ้นผิง ในปี 1985
หลายปีที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ได้ส่งเสริมสายสัมพันธ์ทวิภาคีในระดับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดย สี จิ้นผิงรำลึกถึงการเดินทางเยือนรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เมื่อหลายทศวรรษก่อน ขณะพบปะหารือกับ เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เมื่อครั้งเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในปี 2012 สี จิ้นผิง ยังพบปะกับ “เพื่อนใหม่” โดยเขาและไบเดน ซึ่งเวลานั้นเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พบปะกับบรรดาผู้ว่าการมณฑลของจีนและรัฐของสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
สายสัมพันธ์ระหว่างเมืองและมณฑลของจีนกับเมืองและรัฐของสหรัฐฯ ได้เติบโตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการจัดตั้งมณฑล/รัฐพี่น้อง และเมืองพี่เมืองน้อง ทั้งหมด 284 คู่ นับตั้งแต่การจัดตั้งคู่แรกในปี 1979 สี จิ้นผิง ชี้ว่าสายสัมพันธ์พิเศษเหล่านี้เป็น “เวทีสำคัญสำหรับส่งเสริมมิตรภาพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและบรรลุความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์”
เดนิส ไซมอน นักวิจัยประจำสถาบันจีน-อเมริกาศึกษา กล่าวว่าหากมองย้อนความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน ในช่วง40 กว่าปีที่ผ่านมา การเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย คลังสมอง องค์กรวัฒนธรรมศิลปะ กลายเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์นี้ กลายเป็นกาวยึดโยงสองประเทศเข้าด้วยกัน แม้เกิดสถานการณ์ความยุ่งยากทางการเมือง
ปี 2021 ขณะความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อยู่ในช่วงตกต่ำ แพทริค เออร์วิน อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมลินคอล์น ซึ่งพา สี จิ้นผิง เยี่ยมชมโรงเรียนในปี 2015 ได้เขียนจดหมายถึงสี จิ้นผิง บอกเล่าเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนระหว่างโรงเรียนมัธยมลินคอล์นและจีนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาที่มีต่อนักเรียนโรงเรียนมัธยมลินคอล์น เออร์วินเผยว่ามันเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิต ทั้งในแง่ของการเดินทาง รวมถึงการสัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และประชาชนชาวจีน โดยนักเรียนของเขาพากันอยากกลับไปจีนและเรียนต่อที่จีน
หวังตง ผู้อำนวยการบริหารสถาบันความร่วมมือและความเข้าใจระดับโลก สังกัดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่เชื่อมั่นในอนาคต ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แสดงวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และความคาดหวังต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศ
“มีความคาดหวังว่าการกลับไปเยือนนครซานฟรานซิสโกครั้งนี้ของสี จิ้นผิง จะเป็นก้าวย่างที่ผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้เดินไปข้างหน้า” หวังกล่าวทิ้งท้าย
โดย ดาโน โทนาลี
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี