แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเผยศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอม ทางเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเผยศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอม ทางเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag :

พรรษมน พิริยะเมธา, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, แม้นวาด นาครทรรพ

“กลิ่นส่งผลต่อความทรงจำของเรามากที่สุด” เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับความทรงจำระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับการจดจำประสบการณ์ต่างๆ ผ่านความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการสร้างเป็นเรื่องราวผสมกับความทรงจำของกลิ่นที่ได้สัมผัส หลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมกลิ่นถึงกระตุ้นความทรงจำเราได้ดี นั่นเพราะว่าสมองกลีบหน้าของเรานั้นเชื่อมต่อตรงเข้ากับประสาทการรับกลิ่น ทำให้ทุกครั้งที่ได้กลิ่นเรามักจะนึกถึงความทรงจำนั้นได้ดีกว่าการมองเห็นหรือได้ยินอยู่เสมอ นอกจากนี้ กลิ่นหอมยังส่งผลต่อการเรียนรู้ที่ทำให้สมองเกิดการพัฒนา หากได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ สมองก็พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวได้ดีขึ้น ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับสังคม สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างได้ดี “ธัญ” (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แนะนำ “ศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอม ทางเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง” โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยมาร่วม อาทิ อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, พรรษมน พิริยะเมธา และแม้นวาด นาครทรรพ


พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แนะนำศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอม ทางเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองว่า “กลิ่นและความทรงจำมีความเชื่อมโยงต่อกัน โดยกลิ่นจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนความทรงจำ หรือฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) และสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic system) ทำให้เกิดการจดจำสิ่งที่เห็นกับกลิ่นที่ได้สัมผัส เมื่อเราได้กลิ่นนั้นอีกครั้งก็จะทำให้เราย้อนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ซึ่งประกอบด้วยภาพ ความรู้สึกและเสียงในตอนนั้นได้

เพียงไม่กี่วินาทีที่จมูกได้รับกลิ่น กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ที่อยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก โดยประสาทรับกลิ่นเป็นประสาทสัมผัสที่ส่งผลตรงต่อสมองส่วนความจำ (Hippocampus) สามารถกระตุ้นความทรงจำที่มีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์ รวมถึงกระตุ้นความสามารถในการใช้ทักษะด้านภาษา

การสูดดมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติยังส่งผลต่อสมองส่วนรู้คิด (Cognition) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระบบความจำ (Memory) เกี่ยวกับการจดจำคำศัพท์หรือสิ่งของในระยะสั้น (Verbal Learning) และสมองส่วนอารมณ์นี้มีผลต่อสมองส่วนคอร์เทกซ์กลีบหน้าผากส่วนหน้า (Prefrontal cortex) ซึ่งเป็นสมองส่วนสำคัญที่ทำงานเกี่ยวกับความคิดขั้นสูง การวางแผน การตัดสินใจ รวมถึงการเรียนรู้ นอกจากนี้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับของคลื่นสมอง (Brain Wave) ได้เช่นกัน อาทิ

กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) และกลิ่นไม้จันทน์หอม (Sandalwood) ช่วยเพิ่มคลื่นอัลฟา (Alpha waves) ทำให้เกิดความสงบและผ่อนคลาย ส่งผลให้สมองมีความสามารถในการรับรู้ข้อมูลและจดจำได้ดี

กลิ่นมะลิ (Jasmine) กลิ่นโรสแมรี (Rosemary) จะเพิ่มระดับคลื่นเบต้า (Beta waves)ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว การเรียนรู้และจดจำ รวมถึงการใช้ความคิดที่มีความซับซ้อน

กลิ่นดอกส้ม (Orange blossom) หรือเนโรลี (Neroli), กลิ่นกุหลาบ (Rose) เพิ่มระดับคลื่นเดลต้า (Delta waves) ช่วยให้นอนหลับลึก หลับสนิท เมื่อร่างกายหลับสนิทก็ส่งผลให้ระบบความจำดีขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันก็มีตัวอย่างงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2023 โดยนิตยสารฟรอนเทียร์ (Frontiers in Nouroscience) เกี่ยวกับผลการวิจัยของนักประสาทวิทยาของศูนย์ประสาทวิทยาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ เกี่ยวกับผลของการสูดดมน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ เพื่อบำบัดความจำและระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการรับกลิ่นในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-85 ปี จำนวน 43 คน โดยแต่ละคนจะได้สูดดมน้ำมันหอมระเหยในช่วงกลางคืนก่อนนอนทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง และจะมีการเปลี่ยนกลิ่นให้แตกต่างในแต่ละวัน จากนั้นก็วัดผลด้วยวิธี Functional MRI (fMRI) และผลการทดสอบทางจิตวิทยา เป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าสามารถกระตุ้นความสามารถในการรับรู้ ความจำ และความคิดเพิ่มขึ้นถึง 226% เมื่อเทียบกลับกลุ่มที่ได้สูดดมน้ำมันหอมระเหยเพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ การใช้กลิ่นหอมบำบัด(Aromatherapy) ด้วยน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจากพืชยังได้ถูกนำใช้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะนอนหลับยาก โดยการสูดดมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) เป็นเวลา 5 นาทีก่อนนอนทุกวัน จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายและหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การบำบัดด้วยกลิ่นยังถูกใช้ในการช่วยฟื้นฟูความทรงจำในระยะสั้น และได้รับความนิยมนำมาใช้เพื่อบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสมอง อาทิ โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคทางจิตอีกด้วย”

สำหรับ “ธัญ” (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ที่นำมาแนะนำ ประกอบด้วย น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Pure essential oil) น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100% แต่งเติมความหอมหลากหลายรูปแบบ มีให้เลือก 6 กลิ่นด้วยกัน,ก้านไม้หอม (Aroma diffuser), เครื่องกระจายกลิ่นหอม (Electric aroma diffuser)  เครื่องกระจายกลิ่นหอมทำงานด้วยกลไกการกระจายความหอมแบบ Ultrasonic Water - Oxygenโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงถึง 2.5 ล้านรอบ/วินาที ทำให้น้ำแตกตัวเป็นไอเย็นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 5 ไมครอน นำพาน้ำมันหอมระเหยขึ้นสู่อากาศ กลิ่นหอมจึงกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว และ เครื่องกระจายกลิ่นหอมภายในรถ (Car aroma diffuser) รังสรรค์บรรยากาศความหอมภายในรถยนต์ด้วย Car Aroma Diffuser ได้ง่ายๆ เพียงหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่คุณชื่นชอบ และนำเครื่องกระจายกลิ่นหอมภายในรถไปเสียบกับตำแหน่งช่องแอร์ในรถยนต์

สัมผัสประสบการณ์ความหอม ได้แล้ววันนี้ที่ ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน “ธัญ” (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์
พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์
พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์, แม้นวาด นาครทรรพ
พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์, แม้นวาด นาครทรรพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top