วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
ภาวะชักต่อเนื่อง (Status epilepticus)

ภาวะชักต่อเนื่อง (Status epilepticus)

วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : ภาวะชักต่อเนื่อง Statusepilepticus
  •  

ภาวะชักต่อเนื่อง เป็นภาวะฉุกเฉินและวิกฤตทางระบบประสาทที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหลอดเลือดสมอง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาล่าช้า จะทำให้อัตราการเสียชีวิตในผู้ใหญ่สูงถึงร้อยละ 30 ซึ่งภาวะชักต่อเนื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เพียงแค่ผู้ป่วยโรคลมชักเท่านั้น การวินิจฉัยและรับการรักษาด้วยยากันชักอย่างเร่งด่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากหากปล่อยให้ชักเป็นระยะเวลานาน จะควบคุมการชักได้ยากขึ้น และนำไปสู่ความพิการทางสมองและร่างกายตามมาในที่สุด

ภาวะชักต่อเนื่อง คืออะไร


ภาวะชักต่อเนื่อง หมายถึง ภาวะชักต่อเนื่องนานเกินกว่า 5 นาที หรือมีอาการชักตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป โดยไม่พบการฟื้นคืนสติในช่วงระหว่างการชักแต่ละครั้ง ภาวะนี้พบได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

1.ภาวะชักต่อเนื่องที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อชัดเจน

2.ภาวะชักต่อเนื่องที่ไม่มีอาการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ (NonconvulsiveStatus epilepticus)

ทำไมจึงเกิดภาวะชักต่อเนื่อง

โดยปกติ อาการชักทั่วไปมักจะหยุดได้เอง ในเวลาไม่เกิน 2-3นาที เนื่องจากสมองจะมีกระบวนการหยุดชักด้วยตัวเอง ตรงกันข้ามกับในผู้ป่วยที่ภาวะชักต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการหยุดชักในสมองนี้ล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วยเกิดการชักต่อเนื่อง และมักไม่ตอบสนองต่อยาหยุดชักและยากันชัก

อาการแสดงของภาวะชักต่อเนื่อง

ผู้ป่วยส่วนมากประมาณร้อยละ 40 ถึง 70 จะมีอาการเกร็ง และ/หรือ กระตุกของกล้ามเนื้อในร่างกายทั่วทั้งตัวหรือบางส่วนอย่างชัดเจน ขณะชักผู้ป่วยมักสูญเสียการรับรู้ หรือมีภาวะสับสน หากอาการชักยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการรักษา อาการเกร็งกระตุกมักเกิดน้อยลงและสั้นลงเรื่อยๆ จนผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะชักต่อเนื่องที่ไม่มีอาการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ (Nonconvulsive Status epilepticus) ซึ่งภาวะชักยังดำเนินอยู่อันเห็นได้จากการตรวจพบคลื่นชักต่อเนื่องในการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (electroencephalography, EEG) แต่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการเกร็งกระตุกภายนอกให้เห็น

ผลกระทบสู่ร่างกายและสมอง

ภาวะชักต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเป็นวงกว้าง โดยในช่วงแรก จะเป็นการตอบสนองแบบชดเชยเพื่อเพิ่มเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง รวมถึงกล้ามเนื้อแต่เมื่อการชักดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มากกว่า 30 นาที กระบวนการชดเชยนี้จะเริ่มล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะอวัยวะในร่างกายล้มเหลวหลายระบบ เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ ความดันโลหิตลดต่ำลง การหายใจถูกกด ภาวะปอดบวมน้ำ เลือดเป็นกรด กล้ามเนื้อสลายตัวอย่างรุนแรง ภาวะไตล้มเหลว เป็นต้น ในขณะที่เซลล์สมองจะถูกทำลาย และตายลงอย่างถาวร รวมถึงแรงดันในโพรงกะโหลกสูงและสมองบวมน้ำ อันนำไปสู่ภาวะสมองตายและเสียชีวิตได้ในที่สุด

สาเหตุของภาวะชักต่อเนื่อง

ในผู้ป่วยโรคลมชักเดิม มักเกิดจากการขาดยากันชัก หรือการรับประทานยากันชักไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นโรคลมชักมาก่อน สาเหตุมักมาจากการบาดเจ็บเฉียบพลันของสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง ภาวะติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง รวมถึงการบาดเจ็บเฉียบพลันนอกสมองอื่นๆ เช่น ภาวะขาดเหล้า การได้รับยาหรือสารพิษเกินขนาด หรือ ภาวะผิดปกติอื่นๆ เช่น ภาวะน้ำตาลต่ำ ภาวะโซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียมในเลือดผิดปกติ ภาวะไตหรือตับวาย เป็นต้น

การรักษาภาวะชักต่อเนื่อง

ประกอบด้วยการให้ยาเพื่อหยุดชักและการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของภาวะชักต่อเนื่องควบคู่กันไป โดยในขั้นตอนแรก หากผู้ป่วยมีอาการชักควรประเมินสัญญาณชีพ จัดท่าที่ถูกต้องเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง และรีบให้ยาหยุดชักตัวแรกในกลุ่ม Benzodiazepineเช่น ไดอะซีแพม ลอราซีแพม หรือ ไมดาโซแลมซึ่งยากลุ่มนี้มีรูปแบบการให้ยาที่หลากหลายทั้งแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ กระพุ้งแก้ม จมูกหลอดเลือดดำ หรือสวนทางทวารหนัก ทำให้สะดวกและง่ายต่อการให้ยาตั้งแต่ช่วงก่อนมาถึงโรงพยาบาล นำมาสู่ประสิทธิภาพในการหยุดชักที่ดีขึ้นลดความเสี่ยงในการชักนานและดื้อยา ขั้นตอนต่อไป หากภาวะชักยังดำเนินต่อจะเป็นการให้ยากันชักแบบฉีดทางหลอดเลือดดำ และหากผู้ป่วยยังคงชักหลังจากขั้นตอนที่สอง แสดงว่าผู้ป่วยเริ่มดื้อต่อการรักษา จำเป็นจะต้องใส่ท่อหลอดลมคอเพื่อหายใจ ให้ยาเสริมในกลุ่มระงับความรู้สึก (Anesthetic agents) และรับรักษาดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยอภิบาลหนัก (ICU)

ส่วนการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อรักษาต้นเหตุโดยตรงของภาวะชักต่อเนื่อง อันได้แก่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไป เช่น ระดับน้ำตาล เกลือแร่ การทำงานของไตระดับยากันชัก การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง และการเจาะน้ำไขสันหลัง เมื่อมีข้อบ่งชี้

พ.ต.หญิง พญ.กัญญ์วรา ชัยเบญจพล

อายุรแพทย์โรคระบบประสาท โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ค้านพักโทษ‘ทักษิณ’ คปท.บุกยธ.ให้ทบทวน

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทหาร-ตร.ผนึกกำลัง บุกยึดตู้เนตสระแก้ว ตัดวงจรโกงข้ามชาติ

เตือน22จังหวัด ฝุ่นพิษสูงเกินค่า เมืองกรุง31พื้นที่ แนวโน้มเพิ่มอีก

โออาร์แจ้งเลิกขายE85 เริ่ม1ก.พ.เหตุความต้องการลด

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved