วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขชวนโรงเรียน และผู้ปกครองจัดกิจกรรมฝึกทักษะการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียนทุกวันพร้อมแนะพ่อแม่ ผู้ปกครองควบคุมให้ลูกแปรงฟันให้สะอาด ในกิจกรรม“Bright Smile Together : ยิ้มสวย ไปด้วยกัน” ป้องกันฟันผุ ลดปัญหาเด็กไทยสุขภาพช่องปากแย่
เมื่อเร็วๆนี้ ทันตแพทย์ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุขและผู้ช่วยอธิบดีกรมอนามัยเปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวความร่วมมือ“Bright Smile Together: ยิ้มสวยไปด้วยกัน” ร่วมกับ นายแพทย์สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาประธานคณะกรรมการ Service plan สาขาสุขภาพช่องปากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขดร.ธีร์ภวังคนันท์รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการพล.ต.ต.ชวนนท์ ประเทศรัตน์ ผู้บังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดนและนางสาวกาญจน์สุดา ปานะสุทธะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ โรงแรมทีเค พาเลชแอนด์ คอนเวนชั่นว่าปัจจุบันสุขภาพช่องปากถูกบรรจุเป็นหนึ่งในวาระสุขภาพระดับโลก ตามมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 74 ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2562 มีคนมากถึง 3.58 พันล้านคน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกที่มีปัญหาโรคในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือก สำหรับประเทศไทยปัญหาในช่องปากของเด็กมีหลายประการแต่ปัญหาที่เด่นชัดที่สุดคือโรคฟันผุ ซึ่งฟันผุพบได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือนและผุมากขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1-3 ขวบ จากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากครั้งล่าสุด ปี 2566 พบว่า เด็กอายุ 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลมีปัญหาฟันน้ำนมผุ ร้อยละ 72.1 โดยมีฟันผุเฉลี่ย 4.6 ซี่/คนนอกจากนั้นผลสำรวจครั้งล่าสุดพบเด็กที่ฟันผุมีภาวะโภชนาการผอมและค่อนข้างผอมมากกว่าเด็กที่ไม่มีฟันผุ
ทันตแพทย์ดำรง กล่าวต่อไปว่า การป้องกันการเกิดโรคในช่องปากที่สำคัญที่ทุกคนสามารถทำได้ คือ การแปรงฟัน โดยในกลุ่มเด็กวัยเรียนสามารถดำเนินการผ่านกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียนทุกวัน เพื่อช่วยฝึกทักษะที่ถูกต้องในการดูแลอนามัยช่องปากเรียนรู้ว่าการแปรงฟันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน เมื่อเด็กแปรงฟันเป็นประจำจะเคยชินกับการมีสภาพช่องปากสะอาด พัฒนาให้เป็นสุขนิสัยที่ดีต่อไปจนเป็นผู้ใหญ่จึงแนะนำให้โรงเรียนจัดการฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกต้อง ตามแนวทางกิจกรรม “Bright Smile Together: ยิ้มสวย ไปด้วยกัน” ซึ่งควรจะทำควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ผู้ปกครองกำกับเด็กให้แปรงฟันก่อนนอนทุกวันด้วย รวมทั้งควบคุมการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล เนื่องจากการป้องกันปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบในเด็กจะใช้วิธีการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งมักไม่ได้ผล จะต้องทำควบคู่กันไปทั้งวิธีการทางชุมชนในโรงเรียน และการดูแลโดยครอบครัว
“การแปรงฟันทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยงฟันผุและควรทำผสมผสานไปกับโปรแกรมสุขภาพด้านอื่นๆ ด้วยเพื่อให้เด็กมีฟันดีไม่มีฟันผุมีสุขภาพดี พัฒนาการเหมาะสมตามวัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป”ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุขและผู้ช่วยอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี