วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก HemifacialSpasm HFS
  •  

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial spasm : HFS) เป็นโรคของเส้นประสาทสมองที่ส่งผลให้เกิดการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าโดยไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของใบหน้าเท่านั้น การกระตุกในลักษณะนี้มีตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรงโดยมักเริ่มต้นที่เปลือกตา ซึ่งเป็นจุดที่พบได้บ่อยที่สุด และอาจลามไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณส่วนล่างของใบหน้าได้

ภาวะใบหน้ากระตุกครึ่งซีก โดยปกติมักมีสาเหตุจากการระคายเคืองของเส้นประสาทบนใบหน้า และบ่อยครั้งก็เกิดจากหลอดเลือดที่กดทับเส้นประสาทใกล้กับจุดเชื่อมต่อกับสมอง แต่ในบางกลุ่มก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จากบทความสุขภาพ โรงพยาบาล พญาไทโดย นพ.เสริมเกียรติ หล่อลักษณ์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ความรู้ว่า


โรค HFS หรือใบหน้ากระตุกครึ่งซีก สามารถเกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักได้รับการวินิจฉัยพบในหมู่วัยกลางคนและผู้สูงอายุมากที่สุด ทั้งยังพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย แม้ว่าในทางการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค คือ การมีหลอดเลือดกดทับเส้นประสาทบนใบหน้า หรือมีการบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้ามาก่อน รวมถึงการมีเนื้องอกกดทับเส้นประสาทเป็นต้น

อาการเด่นๆ คือการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าซีกหนึ่งโดยไม่สามารถควบคุมได้ มักเป็นๆ หายๆ ซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นตามการลุกลาม ดังนี้

- เริ่มต้นจากรอบๆ เปลือกตา และอาจทำให้กะพริบตาหรือปิดเปลือกตาได้โดยไม่ตั้งใจ

- เมื่อเป็นมากขึ้น อาการกระตุกจะลามไปยังแก้ม ปาก และในบางครั้งลามไปกระตุกที่กราม

- ความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามเวลาที่มีอาการ

- อาการจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือความวิตกกังวล

- อาการมักไม่ปรากฏขณะนอนหลับ

การวินิจฉัยโรค HFS ส่วนใหญ่เป็นการวินิจฉัยทางคลินิก โดยอิงจากลักษณะการกระตุกของใบหน้าที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการศึกษาอาการโดยดูจากภาพ เช่น การใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการถ่ายภาพเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้าของหลอดเลือด (MRA) อาจนำมาใช้เพื่อระบุถึงการกดทับหลอดเลือดของเส้นประสาทใบหน้า หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น เนื้องอกของระบบประสาท

สำหรับการรักษาโรค HFS ทางเลือกในการรักษาโรค HFS มักมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ แต่ก็มีวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยหยุดอาการกระตุกได้อย่างถาวร ดังนี้

การใช้ยา อาจเป็นยาต้านชัก เช่น คาร์บามาเซพีน โดยอาจให้ผลบรรเทาอาการชั่วคราวสำหรับบางรายแต่มักจะได้ผลไม่ดีนัก และอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้

การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน(Botox) ถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและได้ผลดี การฉีด Botoxเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบสามารถช่วยลดหรือขจัดการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การรักษาจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอาจเกิดอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หน้าเบี้ยวหรือปิดตาไม่สนิทได้ หากทำโดยบุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญ และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุก 3 เดือน เนื่องจากสาร Botox จะหมดฤทธิ์

การผ่าตัดแยกหลอดเลือดจากเส้นประสาท (Microvascular decompression - MVD) ในกรณีที่มีหลอดเลือดกดทับเส้นประสาทใบหน้า การผ่าตัด MVD สามารถลดการกดเส้นประสาทได้ โดยการย้ายหลอดเลือดที่ก่อปัญหาออก วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จสูงในการลดและหยุดการกระตุกได้ถาวร ความเสี่ยงจากการผ่าตัดจะมีไม่มาก เนื่องจากจะไม่มีการผ่าตัดเข้าเนื้อสมอง โดยการผ่าตัดจะใช้กล้องกำลังขยายสูง(Microscope) เพื่อช่วยในการแยกหลอดเลือดออกจากเส้นประสาทได้อย่างแม่นยำ มีแผลผ่าตัดเล็กและใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่นาน

แม้ว่า HFS จะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากความไม่สะดวก ความอับอายในสังคม หรือทำให้ติดขัดต่อการทำกิจวัตรประจำวันบางอย่าง ทั้งนี้ โอกาสในการหายของผู้ที่มีอาการ HFS จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การฉีดโบทูลินัมท็อกซินสามารถหยุดการกระตุกได้ผลดีชั่วคราว แต่ก็ต้องทำซ้ำบ่อยๆ ส่วนการผ่าตัด MVD ก็มีประสิทธิภาพในการให้การรักษาให้หายขาดได้ ขึ้นอยู่กับภาวะ สาเหตุ และความรุนแรงของโรค

อย่างไรก็ตาม HFS ยังเป็นภาวะที่ต้องการการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีอาการจากโรค HFS จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยาหรือศัลยกรรมประสาท เพื่อหาทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

วาเลนไทน์สุรินทร์คึกคัก! ดอกทานตะวันมาแรง-ความหมายโดนใจ

ศาลปค.รับคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง! ทนายธนูยื่น 4 ข้อเสนอ ร้องระงับรับรองผล-ล้างไพ่ใหม่

แนวร่วมมธ.ฯ นัดมวลชน 15 ก.พ. ตั้งเวทีปราศรัยเฉ่ง กกต.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ

อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวอยุธยา เลือกภท.แลนด์สไลด์ยกจังหวัด อสม. ตระโกนบอกรัก นายกฯ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved