Logo วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
543.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก HemifacialSpasm HFS
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial spasm : HFS) เป็นโรคของเส้นประสาทสมองที่ส่งผลให้เกิดการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าโดยไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของใบหน้าเท่านั้น การกระตุกในลักษณะนี้มีตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรงโดยมักเริ่มต้นที่เปลือกตา ซึ่งเป็นจุดที่พบได้บ่อยที่สุด และอาจลามไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณส่วนล่างของใบหน้าได้

ภาวะใบหน้ากระตุกครึ่งซีก โดยปกติมักมีสาเหตุจากการระคายเคืองของเส้นประสาทบนใบหน้า และบ่อยครั้งก็เกิดจากหลอดเลือดที่กดทับเส้นประสาทใกล้กับจุดเชื่อมต่อกับสมอง แต่ในบางกลุ่มก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จากบทความสุขภาพ โรงพยาบาล พญาไทโดย นพ.เสริมเกียรติ หล่อลักษณ์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ความรู้ว่า


โรค HFS หรือใบหน้ากระตุกครึ่งซีก สามารถเกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักได้รับการวินิจฉัยพบในหมู่วัยกลางคนและผู้สูงอายุมากที่สุด ทั้งยังพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย แม้ว่าในทางการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค คือ การมีหลอดเลือดกดทับเส้นประสาทบนใบหน้า หรือมีการบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้ามาก่อน รวมถึงการมีเนื้องอกกดทับเส้นประสาทเป็นต้น

อาการเด่นๆ คือการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าซีกหนึ่งโดยไม่สามารถควบคุมได้ มักเป็นๆ หายๆ ซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นตามการลุกลาม ดังนี้

- เริ่มต้นจากรอบๆ เปลือกตา และอาจทำให้กะพริบตาหรือปิดเปลือกตาได้โดยไม่ตั้งใจ

- เมื่อเป็นมากขึ้น อาการกระตุกจะลามไปยังแก้ม ปาก และในบางครั้งลามไปกระตุกที่กราม

- ความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามเวลาที่มีอาการ

- อาการจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือความวิตกกังวล

- อาการมักไม่ปรากฏขณะนอนหลับ

การวินิจฉัยโรค HFS ส่วนใหญ่เป็นการวินิจฉัยทางคลินิก โดยอิงจากลักษณะการกระตุกของใบหน้าที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการศึกษาอาการโดยดูจากภาพ เช่น การใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการถ่ายภาพเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้าของหลอดเลือด (MRA) อาจนำมาใช้เพื่อระบุถึงการกดทับหลอดเลือดของเส้นประสาทใบหน้า หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น เนื้องอกของระบบประสาท

สำหรับการรักษาโรค HFS ทางเลือกในการรักษาโรค HFS มักมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ แต่ก็มีวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยหยุดอาการกระตุกได้อย่างถาวร ดังนี้

การใช้ยา อาจเป็นยาต้านชัก เช่น คาร์บามาเซพีน โดยอาจให้ผลบรรเทาอาการชั่วคราวสำหรับบางรายแต่มักจะได้ผลไม่ดีนัก และอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้

การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน(Botox) ถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและได้ผลดี การฉีด Botoxเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบสามารถช่วยลดหรือขจัดการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การรักษาจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอาจเกิดอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หน้าเบี้ยวหรือปิดตาไม่สนิทได้ หากทำโดยบุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญ และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุก 3 เดือน เนื่องจากสาร Botox จะหมดฤทธิ์

การผ่าตัดแยกหลอดเลือดจากเส้นประสาท (Microvascular decompression - MVD) ในกรณีที่มีหลอดเลือดกดทับเส้นประสาทใบหน้า การผ่าตัด MVD สามารถลดการกดเส้นประสาทได้ โดยการย้ายหลอดเลือดที่ก่อปัญหาออก วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จสูงในการลดและหยุดการกระตุกได้ถาวร ความเสี่ยงจากการผ่าตัดจะมีไม่มาก เนื่องจากจะไม่มีการผ่าตัดเข้าเนื้อสมอง โดยการผ่าตัดจะใช้กล้องกำลังขยายสูง(Microscope) เพื่อช่วยในการแยกหลอดเลือดออกจากเส้นประสาทได้อย่างแม่นยำ มีแผลผ่าตัดเล็กและใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่นาน

แม้ว่า HFS จะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากความไม่สะดวก ความอับอายในสังคม หรือทำให้ติดขัดต่อการทำกิจวัตรประจำวันบางอย่าง ทั้งนี้ โอกาสในการหายของผู้ที่มีอาการ HFS จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การฉีดโบทูลินัมท็อกซินสามารถหยุดการกระตุกได้ผลดีชั่วคราว แต่ก็ต้องทำซ้ำบ่อยๆ ส่วนการผ่าตัด MVD ก็มีประสิทธิภาพในการให้การรักษาให้หายขาดได้ ขึ้นอยู่กับภาวะ สาเหตุ และความรุนแรงของโรค

อย่างไรก็ตาม HFS ยังเป็นภาวะที่ต้องการการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีอาการจากโรค HFS จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยาหรือศัลยกรรมประสาท เพื่อหาทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

สั่งลงโทษคนขับแล้ว!! ขสมก. แจง ปมรถเมล์สาย 204 จอดคร่อมราง ขณะรถไฟกำลังขับผ่าน

สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด

เปลี่ยนตัว รมว.กห. ดีมั้ย! น้าทิวา โพสต์แรง ปมสั่งเบรกคำว่าไล่ล่าโจรใต้

สาวอัดคลิปโอด รปภ. โรงแรมดังกั้นถนนให้รถออก ทำจราจรอัมพาต 90 นาที

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved