Logo วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
543.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
LIFE&HEALTH : รู้เท่าทันการใช้ฮอร์โมน ทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือน

LIFE&HEALTH : รู้เท่าทันการใช้ฮอร์โมน ทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือน

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : ใช้ฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือน
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ที่อายุมากกว่า 45 ปีแล้ว พบอาการ เช่น ปวดศีรษะปวดกล้ามเนื้อ และความรู้สึกร้อนบริเวณใบหน้าและลำตัว (hot flashes) ผิวหนังอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น แห้ง ซีด หรือมีรอยเส้น เป็นต้น อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

ข้อมูลจาก รศ.ดร.วิลาสินี หิรัญพานิช ซาโตะ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า Menopause
มีรากศัพท์มาจาก “men” (month) และ “pausis”(cessation) หมายถึง การขาดหายไปของเลือดประจำเดือนติดต่อกันนาน 12 เดือน ภาวะหมดประจำเดือนเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายในที่เกิดตามธรรมชาติตามอายุที่มากขึ้นทำให้เกิดความเสื่อมของรังไข่ในการผลิตฮอร์โมนเพศหญิงลดลง ซึ่งพบในหญิงอายุเฉลี่ยประมาณ 48-52 ปี และ ปัจจัยภายนอก เช่น การผ่าตัดเอารังไข่ออก การใช้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิดที่อาจทำลายรังไข่ซึ่งทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงชนิดเอสโตรเจน เป็นต้น ปัจจุบันทั่วโลกพบว่าผู้หญิงมากกว่า
ร้อยละ 45 หรือประมาณ 1.5 ล้านคนประสบปัญหาอาการอันเนื่องมาจากภาวะหมดประจำเดือนที่กระทบคุณภาพชีวิตเฉลี่ยราว 2-5 ปี โดยบางรายอาการสามารถหายได้เองแต่บางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการใช้ยา


ภาวะหมดประจำเดือนส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

ภาวะหมดประจำเดือนมีลักษณะเฉพาะเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของวัยหมดประจำเดือน ก่อให้เกิดอาการแสดงหลายอย่าง เช่น อาการที่ทางการแพทย์มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า “vasomotor symptoms (VMS)” ได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ (hot flush) โดยเฉพาะบริเวณลำตัวส่วนบน เช่น ใบหน้า ลำคอ และหน้าอกมักเกิดช่วงกลางคืนนานประมาณ 1-5 นาที ร่วมกับอาการอื่น เช่น เหงื่อออก หนาวสั่นลำตัวเย็นชื้น วิตกกังวล หรือใจสั่นได้ อาการเหล่านี้อาจรบกวนการนอนหลับได้ และส่งผลถึงการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ เช่น ช่องคลอดแห้ง ติดเชื้อและคันในช่องคลอด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และกระดูก เป็นต้น นอกจากนั้นผลสืบเนื่องระยะยาวจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนในหญิงหมดประจำเดือน ได้แก่ ความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ที่ทำให้กระดูกเปราะหักง่าย แม้เพียงอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย นอกจากนั้นอาจเกิดโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

ยาชนิดใดใช้รักษาอาการที่เกิดในหญิงวัยหมดประจำเดือน

การรักษาสามารถแบ่งเป็นการรักษาโดยการไม่ใช้ยา เช่น การทำจิตบำบัด และการรักษาแบบใช้ยา ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

l การใช้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน (hormone replacement therapy : HRT) ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้เฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรงและไม่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนเท่านั้น

l กลุ่มยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น clonidine, fluoxetine, tamoxifen,raloxifene, tibolone และ androgen เป็นต้น

ผลของฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนในการรักษาอาการที่เกิดจากภาวะหมดประจำเดือน

ฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือนจัดว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการรักษาอาการซึ่งเป็นผลจากภาวะหมดประจำเดือน เช่น อาการร้อนวูบวาบโดยเฉพาะเวลากลางคืนอารมณ์แปรปรวน ปัญหาช่องคลอดแห้ง เป็นต้น โดยแพทย์จะพิจารณาใช้ฮอร์โมนชนิดรวมประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ในผู้ที่มีมดลูก และใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเฉพาะในผู้ที่ผ่าตัดมดลูกออกไปแล้ว การใช้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบแล้ว ยังมีช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนอันเนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่จะมีทำให้แคลเซียมถูกดูดซึมได้ลดลงอีกด้วย เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนมีหลายรูปแบบ เช่น เม็ดรับประทานที่ต้องรับประทานทุกวัน แผ่นแปะผิวหนัง เจลหรือครีมใช้ทาเฉพาะที่ช่วยบรรเทาอาการช่องคลอดแห้งและคัน เป็นต้น แพทย์จะเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนจำเป็นสำหรับใคร

ในผู้ที่มีอาการแสดงเล็กน้อยและมีสุขภาพกายและใจแข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิ ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน และไม่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนเพราะร่างกายจะค่อยๆปรับตัวและอาการแสดงต่างๆ จะทุเลาลงไปได้เอง บุคคลที่ควรใช้ยาได้แก่หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการแสดงรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่เนื่องจากยากลุ่มนี้มีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยเคยเป็นหรือประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งชนิดที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น มะเร็งมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งเต้านมรวมทั้งผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โรคตับอักเสบรุนแรง มีภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด

สิ่งที่สำคัญคือฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน มีทั้งประโยชน์และอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ ผู้ป่วยไม่ควรหาซื้อฮอร์โมนทดแทนมาใช้เอง ต้องให้แพทย์ตรวจร่างกายและวินิจฉัยเลือกชนิดของฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละรายเท่านั้น

ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนในหญิงวัยหมดประจำเดือนก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างไร

อาการที่พบส่วนใหญ่ได้แก่ คลื่นไส้คัดตึงเต้านม น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะไมเกรน ปวดหลัง เป็นต้น โดยกรณีใช้ฮอร์โมนแบบแปะผิวหนังอาจพบการระคายเคืองได้ นอกจากนั้นอาการไม่พึงประสงค์ที่ต้องระวังซึ่งสัมพันธ์กับการใช้ฮอร์โมนเพศหญิงที่แม้มีโอกาสเกิดได้น้อยแต่หากเกิดขึ้นแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายมาก ได้แก่ ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน และการเกิดมะเร็งเต้านม เป็นต้น

วิธีปฏิบัติตนขณะที่ได้รับการรักษาโดยฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน

ขณะใช้ยาควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญระหว่างรับประทานยาต้องมีการตรวจสุขภาพอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อติดตามผลการรักษาและเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากยาร่วมด้วย

มีวิธีการอื่นในการรักษาอาการแสดงจากภาวะหมดประจำเดือนหรือไม่

นอกจากการใช้ยาชนิดที่ไม่ใช่ฮอร์โมนเพศหญิงแล้ว สามารถรักษาอาการได้โดยไม่ใช้ยา โดยทำการปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มสุรา พักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกสมาธิทำจิตใจให้แจ่มใส ควบคุมและเลือกชนิดการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารไขมันสูง การสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ เพื่อให้ได้รับวิตามิน ดี อย่างน้อย 800-1,000 U ต่อวัน ควรรับประทานแคลเซียม ในปริมาณ 1,000-1,200 มก. และการพยายามไม่ให้หกล้มเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกหัก เป็นต้น

ผู้สนใจเรื่องการใช้ยาและสุขภาพ สามารถหาข้อมูลได้ เพิ่มเติมได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service.php

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อิตาลีรับไม้ต่อไทย โซเชียลแฉเป็น ลูกเจ้าหน้าที่ ใช้งบประกันสังคมเที่ยว

ถนอม สวนกลับ อภิสิทธิ์ หลังติงปมลดค่าการกลั่นน้อย เหน็บ ถ้าทำได้อย่าง เอกนัฏ จะยอมกลับไปเลือกอีกครั้ง

พบศพอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย เสียชีวิตปริศนาคาห้องนอน ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิด

สธ. แจงแอปฯ หมอพร้อม ทำงานปกติ ปมข้อมูลการรักษาไม่ตรง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved