วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
●● ข้าวสาร 10 ปีเคาะขายแล้ว หลังจากที่เป็นข่าวอื้อฉาวมาพักใหญ่ อคส. เปิดให้บริษัท 7 รายเข้ามายื่นซองซื้อข้าวค้างสต๊อกลอตใหญ่ มีบริษัทที่ยื่นเสนอซื้อทั้ง 2 คลังเพียงบริษัทเดียวคือ วีเอทอินเตอร์เทรดดิ้ง จ.กำแพงเพชร ในราคาสูงสุด รวมเงิน 286 ล้านบาท โดยต้องเซ็นสัญญากับ อคส. ภายใน 15 วัน เหตุการณ์นี้เตือนให้คิดถึงเรื่องราวคดีใหญ่ในอดีตที่เพิ่งผ่านไป ครั้งนั้นขบวนการคึกคักมีสีสันกว่านี้มากทั้งปริมาณข้าวสารและจำนวนเงินมโหฬาร จนในที่สุดเกิดคดีความและมีผลให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงรวมถึงผู้บริหารฝ่ายเอกชนเสี่ย “X” ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือทำผิดต้องโทษอาญาสถานหนัก...มีเบื้องหลังที่พับบลิคไม่มีโอกาสล่วงรู้คือ เสี่ยอยู่ในวงการค้าข้าวมากว่าครึ่งศตวรรษจึงมีความคุ้นเคยอย่างดีกับ “เจ้าสัวใหญ่”เมื่อท่านเจ้าสัวใหญ่ทราบความเคลื่อนไหวเรื่องโครงการข้าวดังกล่าว ด้วยความหวังดีและเป็นห่วงจึงให้ “คนสนิท” รุดเข้าพบเสี่ยเพื่อเตือนให้รู้ภัยจะมาถึงแทนที่เสี่ยจะตระหนกตกใจ กลับบอกให้คนสนิทกินซุปหูฉลามขณะยังร้อน พร้อมกับสวนหมัดว่า “ขอบคุณท่านเจ้าสัวและอาจารย์ด้วย, แต่ขอบอกว่าถ้าเรื่อง “5G” อาจารย์อาจเก่ง แต่เรื่องค้าข้าวผมชำนาญกว่าเยอะปล่อยให้ผมดำเนินการเองดีกว่า!”...
●● เหตุการณ์นายทหารยศนายพล สุดกร่างมีข้อพิพาทกับหญิงสาวที่มาเปิดบูธขายสินค้าที่ตลาดดินแดง แล้วเอ่ยอมตะวาจา “รู้มั้ยกูคือใคร” ขู่คู่กรณีภายหลังฝ่ายหญิงรุดแจ้งความที่โรงพัก ตำรวจจึงเชิญตัวมาให้ปากคำทั้งสองฝ่าย กลับเจอทหารใหญ่สวนสำทับอีก “รู้มั้ยผมคือใคร เดี๋ยวจะโทรถึงอธิบดี”... เหตุการณ์นี้ทำให้หวนระลึกถึงอุบัติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เมื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับรองผู้ว่าการมาประชุมมูลนิธิติดถนนราชดำริ บังเอิญมีฟุตปาธขนาดใหญ่ท่านจึงนำรถขึ้นจอดบนฟุตปาธหน้าตึก ออกมาจากประชุมพบจ่าตำรวจจราจรยืนคุมเชิงอยู่แล้ว ท่านไม่สนใจขึ้นรถเตรียมออกสตาร์ท แต่จ่าตำรวจขวางไว้พร้อมสั่งให้รับใบสั่งไว้ ท่านรองฯ คงบันดาลโทสะปฏิเสธใบสั่งพร้อมกล่าวสำทับ “ลื้อรู้มั้ยว่าอั๊วเป็นใคร” เท่านั้นเองจ่าตำรวจพุ่งเข้าใส่ระดมต่อยอุตลุดจนท่านรองฯถึงกับสลบคาพวงมาลัยดูเหมือนเรื่องจบแค่นั้นเมื่อจ่าตำรวจขี่มอ’ไซค์ออกจากที่เกิดเหตุ ท่านรองฯฟื้นมีสติแต่ยังบาดเจ็บใช้วิทยุสื่อสารแจ้งให้ญาตินายทหารรีบมาช่วย ไม่มีใครคาดคิดจ่าตำรวจขี่รถย้อนกลับมาเห็นฟื้นแล้วควักปืนจากซองยิงรัวคู่กรณีจนสิ้นชีวิตแล้วรีบขี่รถหนีไป ปรากฏว่าหน่วยทหารและตำรวจที่ตามสมทบทันจึงไล่ต้อนจ่าตำรวจไปจนมุมในสวนลุมสุดท้ายจบชีวิตตัวเองหนีกฎหมาย เรื่องน่าสลดใจนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่มีการกล่าวประโยคที่สังคมปฏิเสธเช่นนั้น...
●● ชาว สยช. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ-ที่ถูกยุบไปเมื่อ 20 ปีก่อน) ได้ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนข้าราชการ สยช.ที่ล่วงลับไปแล้ว ในวันที่ 25 มิ.ย.ที่โรงพยาบาลสงฆ์ โดยมีเลี้ยงพระเพล ถวายสังฆทานและมอบเงินบริจาคสมทบทุนดูแลรักษาพระภิกษุ-สามเณร ที่ป่วยไข้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงฆ์…ขออนุโมทนาบุญด้วย...
●● ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย เสร็จจากการประชุมที่สำนักงานมูลนิธิฯ ได้มารับทาน “ข้าวแช่ PAfé” และได้ชื่นชมรสชาติข้าวแช่ที่นี่ว่า “อร่อยมาก”…ในช่วงหน้าร้อนนี้ PAfé ได้จัดเทศกาล “ข้าวแช่ PAfé” เมนูคลายร้อน เปิดให้บริการช่วงเวลา 11.00 -16.00 น. สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.097-910576…“PAfé สุขที่ได้แบ่งปัน” เพราะทุกการสนับสนุนที่นี่ หมายถึง การได้ร่วมแบ่งปัน...
●● ยินดีกับ กฤษฎา-อภิญญา ศิลป์วิสุทธิ์ ได้หลานตา-ยายคนที่ 2 เป็นชาย ให้ชื่อว่า คิวจิ ยามาชิตะ หลังจากมี ไดฮะจิ เป็นหลานชายคนโต…เหตุที่หลานมีชื่อ ญี่ปู๊น-ญี่ปุ่น ปานนี้ เพราะมีลูกเขยเป็นชาวอาทิตย์อุทัยนั่นเอง !!...●●
บารอนเนส
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี