วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“งดงามเกินจินตนาการ” คงเป็นคำบรรยายที่ไม่เพียงพอสำหรับการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ ชุดพิเศษเรื่องรามเกียรติ์ ตอน “รวมพลอาสาจงรักพระจักรี” ที่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงรวมพลนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงจากรุ่นครูถึงรุ่นศิษย์ร่วมแสดงครั้งแรก จัดแสดงขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา เมื่อวันเสาร์ที่ 27-วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าชมอย่างเนืองแน่น ศาลาเฉลิมกรุงซึ่งเป็นโรงมหรสพพระราชทานโดยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างโรงมหรสพหลวงแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ให้ความบันเทิงแก่ประชาชนชาวไทย ชาวต่างประเทศที่มาเยือนประเทศไทย ซึ่งในวันนี้ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการอนุรักษ์โรงมหรสพหลวงแห่งนี้ไว้ เป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดงโขนและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด ศิลปวัฒนธรรมของชาติไว้ให้คงอยู่สืบไปในวาระพิเศษนี้ศาลาเฉลิมกรุงจึงได้ร่วมเฉลิมฉลองในปีมหามงคล ด้วยการแสดงโขนตอน “รวมพลอาสาจงรักพระจักรี” เป็นการรวมตัวของศิลปินผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่รุ่นครูถึงรุ่นศิษย์ครั้งแรก ในบทบาทต่างๆ ถ่ายทอดความงดงามของกระบวนท่ารำที่หาชมได้ยากยิ่ง เพื่อร่วมดำเนินการตามรอยพระยุคลบาทในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ศิลปวัฒนธรรมของชาติ
เปิดด้วยการแสดงเบิกโรงชุดทศเทวาอาศิรวาท เป็นการอัญเชิญเทพทั้ง 10 มาร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ผ่านการรำถวายพระพรที่วิจิตรงดงามยิ่ง โดยนาฏศิลปินจากรุ่นครูถึงรุ่นศิษย์ นำโดยนาฏศิลปินอาวุโส ได้แก่ ครูไพฑูรย์ เข้มแข็ง (ศิลปินแห่งชาติ) ในบทบาท พระอิศวร, ครูศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ในบทบาทพระนารายณ์, ครูวีระชัย มีบ่อทรัพย์ ในบทบาท พระพรหม พร้อมด้วยนักแสดงรุ่นศิษย์ซึ่งเป็นนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงพระปัญจสิงขร รับบทโดย จิรพัทธ์ พานพุด,พระปรคนธรรพ์ รับบทโดย พิพัฒน์ รจนากร,พระคเณศ รับบทโดย กฤษกร สืบสายพรหม,พระอินทร์ รับบทโดย ธนพล สุขสมรูป, พระวิษณุกรรม รับบทโดย ราชัน ดาวทอง,พระอาทิตย์ รับบทโดย ปัณธร จันทร์นิ่ม และพระจันทร์ รับบทโดย ปัณณทัต ธนินพิมล รวมพลนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงถ่ายทอดทุกศาสตร์ของความงดงามทางศิลปวัฒนธรรมและรวมองค์ประกอบของทุกส่วนของนาฏศิลป์ “โขน” ได้อย่างลงตัวแสดงโดยนาฏศิลปินชั้นครู ธีรเดช กลิ่นจันทร์,ฤทธิเทพ เถาว์หิรัญ มารับบทพระรามสมเจตน์ ภู่นา และ พงษ์ศักดิ์ บุญล้น รับบทพระลักษมณ์ ร่วมด้วย โขนพระรุ่นศิษย์จากรุ่น สู่รุ่น ซึ่งล้วนเป็นนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงมาร่วมถ่ายทอดกระบวนท่ารำได้อย่างงดงามยิ่ง ด้านครูโขนลิง นำโดย ครูวิโรจน์ อยู่สวัสดิ์ รับบทหนุมาน พร้อมด้วยลูกศิษย์ร่วมแสดง ได้แก่ ภัทรกฤษณ์ พุ่มพิพัฒน์, กิตติ จาตุประยูร, พรเลิศ พิพัฒน์ รุ่งเรือง และครูผู้รับบทสุครีพ ได้แก่ กิตติพงษ์ ไตรพงศ์-จุลทรัพย์ ดวงพัตรา ส่วนฤๅษีแดงรับบทโดย ครูจรัญ พูลลาภ และครูฝ่ายยักษ์รับบททศกัณฐ์ โดย วัชรวัน ธนะพัฒน์ และบัญชา สุริเจย์ ร่วมด้วยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงกว่า 100 ชีวิต มาร่วมแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญนี้ กำกับการแสดงโดย ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) บรรเลงโดย วงโรหิตาจล ควบคุมวงโดย สุรพงศ์ โรหิตาจล จับตอนตั้งแต่นนทุกถูกเทวดานางฟ้ากลั่นแกล้ง จึงทูลขอพรพระอิศวรให้ประทานนิ้วเพชรแก่ตนเมื่อได้นิ้วเพชรนนทุกจึงใช้สังหารเหล่าเทวดานางฟ้า พระนารายณ์จึงแปลงเป็นสาวงามมาลวงเพื่อปราบนนทุก นนทุกลงไปเกิดเป็นทศกัณฐ์ ส่วนพระนารายณ์อวตารมาเป็นพระราม พระพายให้กำเนิดวานรนามว่าหนุมาน เพื่อคอยเป็นข้าทหารของพระราม ทศกัณฐ์ลอบลักตัวนางสีดา มเหสีของพระรามไปไว้ที่กรุงลงกา พระรามเที่ยวตามหาจนมาพบหนุมานที่รออาสาช่วยพระรามในการรบ พิเภกแนะนำให้ทศกัณฐ์ส่งนางสีดาคืนให้แก่พระราม ทศกัณฐ์โกรธจึงขับไล่พิเภกออกจากเมือง เรื่องราวเข้มข้นสนุกสนานและสื่อให้เห็นความจงรักภักดีของหนุมานและเหล่าข้าทหารที่มีต่อพระราม ช่วยพระรามรบกับทศกัณฐ์ จนพระรามได้รับชัยชนะคืนกลับมาครองเมืองอโยธยา
นับเป็นความโชคดีในวันนี้ที่ได้มีโอกาสได้ชื่นชมความวิจิตรงดงาม ของกระบวนท่ารำจากครูโขนและนักแสดงทุกท่านที่มาร่วมแสดง ซึ่งแทบจะหาโอกาสในการชมได้อย่างยากยิ่ง นับเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของ “คนโขน” ที่นักแสดงโขนทุกคนล้วนเคยผ่านการแสดงบนเวที“โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง” จากรุ่นสู่รุ่นจากครูสู่ศิษย์ ถ่ายทอดกระบวนท่ารำ กระบวนการแสดงต่างๆ อย่างประณีตวิจิตรบรรจง กอปรกับการรังสรรค์ สร้างสรรค์ผลงาน ด้วยเทคนิค แสง สี เสียง ฉากที่สอดประสานสอดคล้องไหลลื่นกัน จนเวลาสองชั่วโมงครึ่งของการแสดง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยรอยยิ้ม และเสียงปรบมือของผู้ชมทุกท่านที่เข้ารับชมอย่างเนืองแน่น แสดงให้เห็นแล้วว่า “โขน” จะยังคงอยู่คู่แผ่นดินนี้สืบไป ตราบจนกว่าจะสิ้นเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากหัวใจ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี