Logo วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
‘พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์’  จับสัญญาณ‘ม็อบ’จากคำเปรย‘สนธิ’  จุดติดหรือไม่?..อยู่ที่พฤติกรรมรัฐบาล

‘พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์’ จับสัญญาณ‘ม็อบ’จากคำเปรย‘สนธิ’ จุดติดหรือไม่?..อยู่ที่พฤติกรรมรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“9 ธ.ค. 2567” เป็นวันที่ต้องจับตามอง เมื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสื่อเครือ ASTV ผู้จัดการ และอดีตแกนนำ “กลุ่มเสื้อเหลือง” พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล ในประเด็น “MOU44” หรือบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและกัมพูชาว่าด้วยการอ้างสิทธิในพื้นที่ไหล่ทวีปที่ทับซ้อนกัน ที่รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศจัดทำขึ้นเมื่อปี 2544 ซึ่งการมีอยู่ของ MOU ฉบับนี้สุ่มเสี่ยงที่ไทยจะเสียอธิปไตยทางทะเลให้กับกัมพูชา

เพราะย้อนไปเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2567 นายสนธิ ได้กล่าวกับสื่อก่อนเปิดงาน “ความจริง มีหนึ่งเดียว เพื่อชาติ ครั้งที่ 4” ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดยในตอนหนึ่งได้ตอบคำถามเรื่อง “ม็อบ” หรือการชุมนุม ว่า ไม่รู้ ต้องวัดไปตามสถานการณ์ อย่าตั้งคำถามว่าจะให้ตนออกถนนหรือเปล่า เพราะไม่รู้ ตนไม่อยากลง แต่ถ้าจำเป็น เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตก็จะทำ ซึ่งตอนนี้เริ่มร้อนแรงแล้ว อาจต้องรอให้เดือดกว่านี้อีกนิดหน่อย และคิดว่าสถานการณ์ขณะนี้สำหรับประชาชนอย่างตนใกล้สุกงอมแล้ว


ซึ่งทันทีที่คำให้สัมภาษณ์ของนายสนธิปรากฏเป็นข่าว บรรดาคนในรัฐบาลก็ออกอาการทันที อาทิ วันที่ 27 พ.ย. 2567 ภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาเตือนนายสนธิ ว่า เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย อย่าให้ผิดกฎหมายก็แล้วกัน หรือที่ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2567 ว่า บริบททางการเมืองและความรู้สึกของประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว เพราะฉะนั้นมาตัดสินด้วยเหตุและด้วยผลกันดีกว่า

“พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” หรือกลุ่มเสื้อเหลือง มีแกนนำหลัก 5 คน คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เริ่มเคลื่อนไหวช่วงปลายปี 2548 โดยขณะนั้นนายสนธิจัดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ที่สวนลุมพินี วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) และพรรคไทยรักไทย มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากจนเกิดการชุมนุมขึ้น ก่อนที่รัฐบาลจะถูกกองทัพทำรัฐประหาร
ในวันที่ 19 ก.ย. 2549

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 23 ธ.ค. 2550 พรรคพลังประชาชน พรรครุ่นที่ 2 ของขั้วการเมืองฝ่ายอดีตนายกฯทักษิณ ชนะการเลือกตั้งได้กลับมาเป็นรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรฯ จึงออกมาชุมนุมอีกครั้ง ในยุคที่ นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะจบลงด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน ในวันที่ 2 ธ.ค. 2551 ซึ่งสืบเนื่องจากกรณี นายยงยุทธ ติยะไพรัช หนึ่งในกรรมการบริหารพรรค ถูกศาลฎีกาตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2551

รวมถึงในวันที่ 29 พ.ย. 2567 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ ก็กล่าวว่า เราต้องรักษาความสงบในประเทศให้ได้มากที่สุด เพราะหากเราจะไปประเทศไหนแล้วมีม็อบเราอาจไม่อยากไป ซึ่งประเด็นนี้จะกระทบกับการท่องเที่ยวและประเทศอย่างแน่นอน เป็นต้น และแม้จะมีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567 ซึ่งนายสนธิชี้แจงว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ยังไม่มีการลงถนน เป็นแต่เพียงการไปยื่นหนังสือร้องเรียนและกล่าวหารัฐบาล ในประเด็น MOU44 เท่านั้น

“เป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ ไม่ได้ลงถนน เราไปยื่นเรื่องร้องเรียนและกล่าวหารัฐบาลชุดนี้ คือเรื่อง MOU2544 เราจะให้เขารู้ว่า การที่เขาเคยให้สัมภาษณ์และพูดเรื่อง MOU2544 เขาแสดงเจตนารมณ์ส่อไปในทางที่จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียอธิปไตยรอบเกาะกูด” (คำให้สัมภาษณ์ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ในรายงานข่าว “สนธิ แจงไม่ได้ลงถนนประท้วง MOU44” สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 วันที่ 3 ธ.ค. 2567)

รายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในตอนที่เผยแพร่วันที่ 27 พ.ย. 2567 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โฟนอินให้สัมภาษณ์ในประเด็นกระแสข่าวเรื่องนายสนธิอาจปลุกม็อบลงถนน ว่า ต้องดูองค์ประกอบ 3 เรื่อง ซึ่งหากทั้ง 3 เรื่องนี้สอดคล้องกันก็มีแนวโน้มที่นายสนธิจะลงถนน

คือ 1.นายสนธิต้องเห็นว่ารัฐบาลกำลังพาประเทศไปสู่ความล่มจม เตือนแล้วแต่รัฐบาลไม่ฟัง 2.นายสนธิต้องดูว่าศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนายสนธิยังมีอยู่เช่นเดิมหรือไม่ ซึ่งตนก็วิเคราะห์จากการจัดรายการของนายสนธิ ที่ก็มีประชาชนติดตามเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงในช่องทางออนไลน์ ส่วนอุดมการณ์ของประชาชนที่ติดตามรายการจะสอดคล้องกับนายสนธิหรือไม่ ก็ดูได้ว่าสอดคล้องกัน

และ 3.กลุ่มคนที่สนับสนุนนายสนธิและพร้อมจะลงถนนไปกับนายสนธิมีมาก-น้อยเพียงใด ข้อนี้ตนดูจากการจัดรายการของนายสนธิที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีการเปลี่ยนสถานที่มาใช้หอประชุมใหญ่ ก็บอกได้ว่ามีพร้อมประมาณ 1 หมื่นคน แน่นอนที่เป็นแฟนคลับของนายสนธิและพร้อมลงถนน ส่วนเมื่อลงถนนแล้วปฏิกิริยาของประชาชนจะเป็นอย่างไร ตนคิดว่าคงจะมีคนออกมาสมทบมากขึ้น ทั้งจากพรรคการเมืองกลุ่มอนุรักษ์และกลุ่มพลังต่างๆ จากความไม่พอใจต่อรัฐบาล

แต่อีกด้านหนึ่ง “การลงถนนของนายสนธิจะได้รับการสนับสนุนมาก-น้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของรัฐบาลด้วย” หากรัฐบาลพฤติกรรมดีม็อบนายสนธิก็จุดไม่ติด ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ แต่หากไม่ดีก็จะเป็นอย่างที่เห็น ซึ่งหลายคนอาจบอกว่ายุคนี้จะมีใครมาลงถนน ประชาชนก็ห่างเหินการลงถนนไปมาก แต่ตนมองอีกแบบหนึ่งว่าประชาชนอาจชอบ ประกอบกับขณะนี้ประชาชนไม่มีทางออกในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล การที่นายสนธิลงถนนจึงเป็นความหวังอย่างหนึ่ง

“มันมีเงื่อนไข ผมยกตัวอย่าง 2 เรื่อง 1.เรื่อง MOU44 รัฐบาลยังยืนยันว่าเกาะกูดเป็นของประเทศไทย แต่รัฐบาลไม่พูดถึงเรื่องอาณาเขตทางทะเลของเกาะกูด ไม่เคยพูดถึงเลยว่ามีอาณาเขตเท่าไร ซึ่งอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทยเป็นไปตามหลักกฎหมายสากล แต่ของกัมพูชาเป็นการแสดงหลักเขตที่เขียนขึ้นมาเอง ดังนั้น อันนี้ถ้าเผื่อพูดกันไปแล้วประเทศไทยเราก็เสียเปรียบ ต้องพูดกันก่อน แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้ จะแบ่งคนละ 50% อย่างเดียว” พล.ท.นันทเดช กล่าว

พล.ท.นันทเดช กล่าวต่อไปว่า MOU44 อาจเป็นเงื่อนไขหลักที่นำไปสู่การชุมนุมประท้วงได้ เพราะประชาชนเห็นว่าเกาะของไทยมีอาณาเขตแน่นอนแต่กัมพูชากลับมาเขียนลากเส้นต่างๆ ได้ ส่วนที่รัฐบาลบอกว่า MOU44 เลิกไม่ได้จริงๆ แล้ว MOU เป็นแค่คำมั่น แล้วก็เห็นเลิกกันมาได้ทุกเรื่อง อย่างเรื่องการจัดหาเรือดำน้ำ ก็ต้องไปดูสาเหตุเบื้องหลังว่าเหตุใด MOU44 รัฐบาลบอกว่าเลิกไม่ได้

โดยหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2544 หรือในปีที่มีการจัดทำ MOU ฉบับนี้ขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ได้ให้เงินกู้พิเศษแก่กัมพูชา ก่อสร้างถนนความยาว 150 กิโลเมตร และหลังจากนั้นอีก 6 วัน นายกฯ ทักษิณ และคณะก็เดินทางไปกัมพูชาเพื่อลงนาม MOU44 ในวันที่ 18 มิ.ย. 2544 และออกแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ 2 ประเทศในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นการรับรอง MOU44 ดังนั้นหากไม่เลิก MOU44 โดยอ้างแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวก็ถือว่ามั่ว

เพราะตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่รัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ใช้อยู่ขณะนั้น ระบุว่า การเจรจาใดๆ ของรัฐบาลเกี่ยวกับอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่การเจรจาในเวลานั้นรัฐบาลไม่ได้นำมาบอกกับรัฐสภา MOU44 จึงถือเป็นโมฆะไปโดยปริยาย กับเรื่องหนึ่งที่อาจนำไปสู่การลงถนนได้คือ 2.ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม คือเรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจ กับอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เปิดช่องให้แล้ว

ดังนั้นหากมีการดำเนินการอย่างจริงจังเกิดขึ้น อย่างกรมราชทัณฑ์ที่อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ไปอยู่เวร ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นมาให้ข้อมูล เช่นเดียวกับแพทย์หรือพยาบาลที่กรมราชทัณฑ์กล่าวอ้างก็สามารถสืบย้อนหลังไปได้ทั้งหมด หากทำกันจริงๆ นายทักษิณก็อาจต้องกลับไปติดคุก เริ่มกระบวนการกันใหม่ ซึ่ง 2 เรื่องนี้เป็นประเด็นหลัก แต่จริงๆ ยังมีอีกหลายประเด็น หากนายสนธินำม็อบลงถนนก็น่าจะขุดขึ้นมาได้ รวมถึงเรื่องใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

ส่วนคำถามว่าสถานการณ์ ณ เวลานี้ สุกงอมพอให้เกิดการลงถนนแล้วหรือยัง ตนคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ประมาณหลังจากเดือนก.พ. 2568 เพราะตอนนี้เป็นช่วงที่ประชาชนกำลังใช้เวลาเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ซึ่งประชาชนจะสนใจการเมืองน้อยลง ในขณะที่รัฐบาลก็พยายามเคลื่อนไหวในช่วงนี้ให้มาก เช่น อาจแจกเงินเพื่อปิดปากประชาชน ดังนั้น นายสนธิน่าจะเริ่มเคลื่อนไหวช่วงปลายเดือนม.ค. 2568

ส่วนกรณีที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี(น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) และอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ “กลุ่มเสื้อแดง” ออกมาบอกว่าการเคลื่อนไหวของนายสนธิเป็นการรวมตัวของกลุ่มอนุรักษ์นิยมและไม่ให้ราคา ตนมองว่านายณัฐวุฒิก็ต้องพูดแบบนั้นเพราะอยู่ฝ่ายรัฐบาล แต่ในข้อเท็จจริงคือรัฐบาลปากบอกไม่กลัวแต่จะขาสั่นหากนายสนธิสามารถเคลื่อนไหวได้ตามจังหวะจริงๆ

“ผมว่าประชาชนเราห่างเหินการชุมนุมแบบนี้ไปนาน ผมคิดว่าความกระตือรือร้นของคนก็น่าจะมีมากพอสมควรในการออกมาร่วมกับคุณสนธิ ประกอบกับเงื่อนไขมันอำนวยหลายอย่าง ผมไม่เข้าใจรัฐบาล MOU44 ไม่ยอมถอยได้อย่างไร เป็นไปได้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยกับเรื่องม็อบบนถนนมันเป็นปกติของทุกประเทศ ฝรั่งเศสเขายังมี 7-8 วัน แต่ม็อบประเทศไทยเรามันต่างกับประเทศอื่น ไม่ชุมนุมเช้าแล้วเย็นเลิก เราชุมนุมทั้งวันทั้งคืน” พล.ท.นันทเดช ระบุ

พล.ท.นันทเดช ยังกล่าวอีกว่า ส่วนคำถามว่าเมื่อมีม็อบแล้วจะกดดันรัฐบาลได้หรือไม่ หรือจะต้องไปลงท้ายด้วยรัฐประหารกันอีกครั้งหนึ่ง ตนมองว่าการจัดการกับม็อบจะใช้วิธีรุนแรงแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว เพราะยิ่งใช้ความรุนแรงก็จะมีประชาชนออกมาร่วมกับม็อบมากขึ้น เพราะเงื่อนไขที่นำมาเคลื่อนไหวเป็นเงื่อนไขของชาติ ทั้งเรื่อง MOU44 และเรื่องที่นายทักษิณไม่ต้องติดคุก เรื่องเหล่านี้คนส่วนใหญ่รับไม่ได้

ส่วนที่กังวลว่าการจัดม็อบอาจนำไปสู่การชุมนุมด้วยความรุนแรง อย่างที่เคยเกิดกับกลุ่มเสื้อแดงซึ่งมีภาพของคนชุดดำเข้ามาใช้อาวุธก่อความรุนแรงด้วย ตนมองว่าม็อบเสื้อเหลืองจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เว้นแต่นายทักษิณจะจัดม็อบมาชน ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันจะทำแบบนั้นก็ไม่ง่าย ขณะที่เรื่องวันวนกรณีมีม็อบแล้วมีรัฐประหาร ก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เพราะรัฐบาลสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง โดยเฉพาะการทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบกัมพูชา แต่โดยสรุปคือม็อบจะเกิดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล!!!

หมายเหตุ : สามารถรับชมรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ดำเนินรายการโดย บุญระดม จิตรดอน ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00-12.00 น. โดยประมาณ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

สรรพสามิตเอาจริง! บุกค้นเรือประมงคลองใหญ่-ยึดดีเซลหนีภาษี 3,800 ลิตร

บิ๊กโจ๊ก ส่งทนายฟ้อง บิ๊กเต่า หมิ่นประมาททำร้ายลูกน้อง ศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้

ไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ! นายกฯ ลั่นปล่อยไฟใต้ค้างคาไม่ได้ ย้ำมาเพื่อพัฒนา

รอ ปชน. เคาะ! โสภณ ยังไม่ส่งชื่อ เท้ง นั่งผู้นำฝ่ายค้าน

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved