วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
วันที่ 18 มกราคม เป็นวันกองทัพไทย โดยถือเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ชัยชนะในครั้งนั้นทำให้แผ่นดินอยุธยามีอิสรภาพกลับคืนมา
อาทิตย์นี้ขอตามรอยไปตามหาภูมิบ้านภูมิเมืองที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสมรภูมิรบที่รู้จักกันในนามตำบลตระพังตรุ และหนองสาหร่าย ด้วยพบหลักฐานทางโบราณคดีที่ทำให้สรุปได้ว่า พื้นที่อำเภอพนมทวน คือ สมรภูมิสงครามยุทธหัตถีในวีรกรรมดังกล่าว การสำรวจในชั้นหลังได้พบว่า “ลำน้ำทวน” เป็นลำน้ำสำคัญที่มีมนุษย์อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ลำน้ำทวนเป็นสายน้ำที่แยกจากแม่น้ำแม่กลองตรงบริเวณเขื่อนวชิรา-ลงกรณ์ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ด้วยเหตุที่ท่าม่วงเป็นต้นลำน้ำทวนอยู่สูงกว่า สายน้ำจึงไหลทวนขึ้นไปทางทิศเหนือแล้วไหลลงจากบนลงล่าง ช่วงท้ายของลำน้ำทวนก็คือ “ลำน้ำจระเข้สามพัน” ในเขตอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน เดิมเรียกว่า บ้านลำน้ำทวน ต่อมาปี พ.ศ.2433 ในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พนมทวน” บริเวณโดยรอบของพนมทวนนั้น พบโบราณสถานในสมัยอยุธยาอยู่หลายแห่งทั้งวัดและหนองสาหร่ายหรือตระพังตรุหรือบ่อน้ำ สอดคล้องกับชื่อตำบลตระพังตรุที่ปรากฏในพงศาวดาร
.jpg)
สำหรับหลักฐานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทำให้เชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสมรภูมิแห่งสงครามยุทธหัตถี พื้นที่ไร่นาของชาวบ้านย่านนี้เต็มไปด้วยโบราณวัตถุสำหรับใช้ในการสู้รบและสงครามใหญ่ พบทั้งเครื่องศาสตราวุธ เครื่องประดับช้างม้าลูกประคำม้า เครื่องประดับช้างศึก และเครื่องประดับม้าศึก ลูกปืนทั้งที่ยิงแล้วและลูกปืนที่ยังไม่ได้ใช้ยิง ซึ่งปัจจุบันได้นำโบราณวัตถุที่พบเหล่านั้นมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ สำหรับเส้นทางทัพนั้นประมาณได้ว่า ทัพพม่าเดินทัพผ่านเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์เมื่อผ่านด่านดังกล่าวแล้ว ก็ข้ามลำน้ำแควน้อยมาที่สามสบ จากนั้นก็เดินเลียบมาทางฝั่งตะวันตกด้วยมีพื้นที่ราบ ส่วนทางฝั่งตะวันออกลำน้ำแควน้อยนั้นอยู่ชิดทิวภูเขา ซึ่งทัพขนาดใหญ่เดินทางไม่สะดวก ทำให้ทัพนั้นต้องจึงข้ามลำน้ำแควน้อยอีกครั้งที่ผาอ้น เพื่อข้ามไปตีเมืองไทรโยค
.jpg)
จากนั้นก็แบ่งกำลังลงมาตามลำน้ำแล้วมาขึ้นบกที่วังใหญ่นำทัพเข้าสมทบกับทัพที่เดินมาทางบกแล้วรวมกันเดินทัพเข้าทางช่องทับศิลา ผ่านมาทางช่องกระทิง จากนั้นก็ข้ามลำน้ำที่ท่าด่านเข้าตีเมืองกาญจนบุรี คือ เมืองกาญจนบุรีเก่าที่ท่าเสา เมื่อตีได้แล้วก็เดินทัพลงมาปากแพรกไปทางทิศตะวันออกมาทางบ้านหนองขาว แล้วมาข้ามลำน้ำทวน มายั้งทัพอยู่ที่ตระพังตรุ และได้ทำการยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งนำทัพเสด็จออกจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันขึ้น 11 ค่ำ เดือนยี่ โดยเดินทางผ่านมาทางสุพรรณบุรี ถึงหนองสาหร่าย ตำบลตระพังตรุที่พนมทวน และตั้งทัพในวันแรม 1 ค่ำ เดือนยี่ พอวันรุ่งขึ้นวันแรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันที่ 18 มกราคมพ.ศ.2135 นั้น สองวีรกษัตริย์จึงทำการยุทธหัตถีกัน สำหรับโบราณสถานสำคัญที่เป็นหลักฐานสำคัญนั้นคือเจดีย์เก่าแก่ที่สร้างในรูปแบบศิลปอยุธยา มีลักษณะคล้ายสถูปเจดีย์ เชื่อว่าเป็นสถูปที่สร้างเพื่อบรรจุพระศพของพระมหาอุปราชาหรืออัฐิแม่ทัพนายกองในการขุดตรวจนั้นได้พบโครงกระดูก 1 โครงภายในเจดีย์เก่าแก่องค์นี้ด้วย ห่างออกไปอีกประมาณ 500 เมตรนั้น มีพระปรางค์และเจดีย์ขนาดเล็กอีก 3 องค์ตั้งเรียงกันอยู่กลางทุ่ง อันเป็นข้อศึกษาว่าการสร้างเจดีย์นั้นตามปกติจะต้องสร้างขึ้นในวัด
.jpg)
แต่ทั้งเจดีย์เก่าและกลุ่มพระปรางค์เจดีย์สามองค์นี้ถูกสร้างไว้โดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งใกล้กัน จึงทำให้เชื่อได้ว่าพระปรางค์และเจดีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสักการะแต่ดวงวิญญาณของเหล่าทหารทั้งหลายที่ล้มตายจากการสู้รบในสงครามครั้งนี้ เรียกว่าเมื่อสิ้นศึกลง ได้รวบรวมศพทหารกล้านั้นเผากันกลางแจ้งพร้อมกับสร้างเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของการสงครามใหญ่ครั้งนั้น ปัจจุบันบริเวณสมรภูมิรบในสงครามยุทธหัตถีแห่งนี้ได้จัดภูมิทัศน์ใหม่หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเจดีย์ยุทธหัตถี ณ อำเภอพนมทวน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2516
ต่อมาได้มีการปรับปรุงสถานที่และสร้างพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นในปี พ.ศ.2542 ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯและกราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงวางศิลาฤกษ์ในพ.ศ.2543 เมื่อสร้างเสร็จแล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อพ.ศ.2547 นับเป็นภูมิสถานการยุทธหัตถีกู้อิสรภาพของแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี