วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
CIB รวบแก๊งมิจฉาชีพ สร้างเพจปลอมอ้างชื่อสถาบันการเงินดัง หลอกให้กู้สินเชื่อออนไลน์ โอนค่าธรรมเนียม เหยื่อสูญเงิน 1.2 แสนบาท
22 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายควรฯ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ที่ 195/2568 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสถานีรถไฟดอนเมือง แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานครฯ
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นปี 2568 ผู้แจ้งได้ใช้แอปพลิเคชัน Facebook และได้พบเพจ ซึ่งมีลักษณะคล้ายสถาบันการเงิน และมีการโฆษณาให้บริการสินเชื่อทำให้ผู้แจ้งเกิดความสนใจ และต้องการกู้เงินจำนวน 30,000 บาท จึงได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าว ก่อนจะถูกแนะนำให้พูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE ต่อมาได้มีบุคคลซึ่งใช้ชื่อว่า “ต้น” แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อของบริษัทดังกล่าว ผู้แจ้งหลงเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริง จึงได้ดำเนินการขอกู้เงินตามขั้นตอนที่ได้รับคำแนะนำ บุคคลดังกล่าวได้ให้ผู้แจ้ง โอนเงินเป็นค่าดำเนินการต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนในการอนุมัติสินเชื่อ เช่น ค่ามัดจำ ค่าปลดล็อกระบบ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ หากไม่ดำเนินการจะไม่สามารถเบิกเงินกู้ได้ ผู้แจ้งจึงได้ทยอยโอนเงินไปตามที่ร้องขอรวมจำนวน 9 ครั้ง จนเป็นเงินทั้งสิ้น 127,665 บาท
ภายหลังจากโอนเงินครบตามที่ถูกเรียกร้อง ผู้แจ้งกลับไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลงอีกทั้งเมื่อพยายามติดต่อกลับไปยังบุคคลดังกล่าว กลับไม่สามารถติดต่อได้ และถูกตัดช่องทางการสื่อสาร จึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงิน ทำให้ได้รับความเสียหายดังกล่าว และประสงค์จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายควรฯ กำลังเดินทางมาจากภูมิลำเนา เพื่อเข้ามายังกรุงเทพมหานครฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายควรฯ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ.จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ เมื่อช่วงต้นปี 2568 ได้เข้ามาทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่แถวย่านมีนบุรี ได้มีเพื่อนที่ร่วมงานอายุประมาณ 40 กว่าปี ชักชวนรับจ้างเปิดบัญชี โดยจะมีแท็กซี่พาไปที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ไปกับเพื่อนอีกคน ต่อมาจะมีรถเก๋งมารับเพื่อผ่านด่านเดินทางเข้าปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้มีชายพาไปพักยังห้องเช่าที่ได้เตรียมไว้ และได้พาไปสแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชี 3 บัญชี ได้เงินค่าจ้าง 12,000 บาท โดยอยู่ประมาณ 3 - 4 วัน จึงได้ให้กลับมายังประเทศไทย เบื้องต้นขอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี