นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานและมอบรางวัลความเป็นเลิศโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อเชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่ขับเคลื่อนโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ และพัฒนาระบบการให้บริการห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด บุคลากรโรงพยาบาล และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี
นายกิตติกร กล่าวว่า ที่มาของงานในวันนี้มาจากปัญหาปัจจุบันที่ผู้ป่วยและญาติต้องเสียเวลาในการรอคอยจากการรับบริการที่โรงพยาบาลทั้งหมดเฉลี่ย 3-5 ชั่วโมงต่อราย โดยใช้เวลารอคอยเพื่อใช้บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ประมาณ 1-3 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าร้อยละ 50 ของเวลารอคอยทั้งหมด ดังนั้นการจัดระบบเพื่อลดเวลารอคอยการให้บริการ จึงมีความสำคัญที่ต้องจะลดความแออัดในโรงพยาบาลได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้กำหนดนโยบายลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ เมื่อปี พ.ศ. 2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความแออัดในกลุ่มเป้าหมายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโมเดลให้ผู้ป่วยไปใช้บริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์อนามัย ศูนย์สุขภาพ ดำเนินการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ที่โรงพยาบาลแม่ข่าย หลังจากนั้นก็มาฟังผลพบแพทย์
นายกิตติกร กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข ขอมีนโยบายสนับสนุนการให้บริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล “นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัด ลดระยะเวลาการรอคอย และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เน้นเพิ่มศักยภาพการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เขตสุขภาพ ทั้งนี้ปัจจุบันมีจังหวัดที่ขับเคลื่อนการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 63 64 จังหวัด โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 120 240 แห่งทั่วประเทศ และมีหน่วยบริการปฐมภูมิที่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวนมากกว่า 2,000 2,370 แห่ง
นายแพทย์พิเชฐ กล่าวเติมเพิ่มว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สนับสนุนโครงการลดความแออัดของกระทรวงสาธารณสุข โดยร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดระบบกระจายจุดเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจที่ได้มาตรฐาน นอกโรงพยาบาล ผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลภาครัฐจะเกิดความพึงพอใจในการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และผู้ให้บริการมีความสุข ส่งเสริมการให้บริการของหน่วยบริการภาครัฐได้มาตรฐานในระดับสากลต่อไปในอนาคต จึงได้จัดพิธีมอบรางวัลความเป็นเลิศโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ โดยมี 4 รางวัล ได้แก่ (1) รางวัลโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยไปใช้บริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาลมากที่สุด ระดับประเทศ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลบ้านโป่ง โรงพยาบาลโพธารามโรงพยาบาลสวรรคโลก และโรงพยาบาลบ้านฉาง (2) รางวัลโรงพยาบาลที่มีเครือข่ายหน่วยเจาะเลือดมากที่สุด ระดับประเทศ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลกำแพงเพชร โรงพยาบาลบ้านหมี่ โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย และโรงพยาบาลวัฒนานคร (3) รางวัลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่มีการขับเคลื่อนประสบผลสำเร็จ ระดับประเทศ จำนวน 18 แห่ง และ (4) รางวัลเขตสุขภาพที่มีการขับเคลื่อนประสบผลสำเร็จ ระดับประเทศ จำนวน 5 เขต
“ทั้งนี้โรงพยาบาลที่สนใจเข้าร่วมโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 02951 0000 ต่อ 99961 หรือที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่งทั่วประเทศ” นายแพทย์พิเชฐ กล่าว
-(016)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี