Logo วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
ถอดรหัสโมเดลประจวบฯ พลิกป่าสู่เมือง พลิกมูลช้างสู่ทองคำ เมื่อการอนุรักษ์สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ถอดรหัสโมเดลประจวบฯ พลิกป่าสู่เมือง พลิกมูลช้างสู่ทองคำ เมื่อการอนุรักษ์สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
Tag : พลิกมูลช้างสู่ทองคำ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์นำเที่ยวค่อยๆ ดับลงเบื้องหน้าทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพโขลงช้างป่ากำลังหากินอย่างสงบ โดยมีฝูงกระทิงเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกล คือภาพที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจนยากจะลืมเลือน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เบื้องหลังภาพอันงดงามนี้ คือผลลัพธ์ของความพยายามพลิก "สมรภูมิความขัดแย้ง" ระหว่างคนกับช้างในอดีต ให้กลายเป็น "ต้นแบบ" ของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ที่ซึ่งการอนุรักษ์ไม่ได้เป็นเพียงภาระ แต่คือหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นี่คือบทสรุปที่เป็นรูปธรรมของ “โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ” ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO และ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP) โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) ที่ได้เลือกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอันประเมินค่ามิได้ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างแท้จริง


นีฟ คอลิเออร์-สมิธ และ ดร. ธนิต ชังถาวร

 

เปลี่ยนกระบวนทัศน์: จาก "ภาระ" สู่ "การลงทุนที่ชาญฉลาด"

แนวคิดดั้งเดิมมักมองว่าการอนุรักษ์เป็นเรื่องของต้นทุนและข้อจำกัดที่ชุมชนต้องแบกรับ แต่โครงการนี้ได้เข้ามาทลายกำแพงความคิดนั้นลงอย่างสิ้นเชิง

ดร. ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO ได้ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า "หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการเปลี่ยนมุมมองว่าการอนุรักษ์คือต้นทุน ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เราเชื่อว่าเมื่อชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงจากการดูแลรักษาธรรมชาติ พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้พิทักษ์ทรัพยากรที่ดีที่สุด โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่แข็งแกร่งในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาระบบนิเวศให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นหลัง"

โมเดลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่คือการลงลึกไปในพื้นที่ ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อค้นหาศักยภาพและแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน จนเกิดเป็นนวัตกรรมและรูปแบบการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในสองพื้นที่หลัก คืออุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

 

กรณีศึกษาที่ 1: กุยบุรี - จากสมรภูมิสู่ซาฟารีเมืองไทย

ในอดีต พื้นที่รอบอุทยานแห่งชาติกุยบุรีคือพื้นที่แห่งความขัดแย้ง ช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมสร้างความเสียหาย นำไปสู่ความสูญเสียทั้งของคนและสัตว์ป่า โครงการได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ผ่านการจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชน Kuiburi Ecotourism Club” ที่เปลี่ยนชาวบ้านให้กลายเป็นผู้ประกอบการนำเที่ยวเชิงนิเวศระดับพรีเมียม กิจกรรม "นั่งรถซาฟารีชมช้างป่าและกระทิง" ไม่เพียงสร้างรายได้ที่กระจายสู่สมาชิกอย่างเป็นธรรม แต่ยังสร้างกฎระเบียบที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมสัตว์ป่าอย่างเคารพในธรรมชาติ

แต่ความมหัศจรรย์ของกุยบุรีไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ชุมชนยังได้ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมที่น่าทึ่งจากภูมิปัญญาท้องถิ่น:กระดาษมูลช้าง: วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกระดาษจากใบสับปะรดและขี้ช้างป่ากุยบุรี ได้เปลี่ยน "มูลช้าง" ที่ดูไร้ค่า ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษสาที่มีเอกลักษณ์สวยงาม เป็นของที่ระลึกที่บอกเล่าเรื่องราวของการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ผึ้งพิทักษ์ไพร: วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรงและผึ้งโพรงไทย ได้นำองค์ความรู้มาใช้แก้ปัญหาช้างบุกรุกพื้นที่เกษตร โดยใช้ "ผึ้ง" และ "ชันโรง" เป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงลดความเสียหาย แต่ยังสร้างอาชีพเสริมจากการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งคุณภาพสูง เป็นการตอกย้ำว่าธรรมชาติสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้

 

กรณีศึกษาที่ 2: เขาสามร้อยยอด - ปลุกหัวใจแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด คือที่ตั้งของ "ทุ่งสามร้อยยอด" พื้นที่ชุ่มน้ำอันเป็นหัวใจของความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการได้เข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนเห็นคุณค่าของระบบนิเวศแห่งนี้ จนเกิดเป็น “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชุมชนบ้านหน้าทุ่งสามร้อยยอด” ที่เปลี่ยนความงามของทิวทัศน์ให้กลายเป็นกิจกรรม "ล่องเรือถ่อ" อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับพื้นที่

สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่า คือการสร้างผู้สืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ ผ่าน “วิสาหกิจชุมชนเด็กรักษ์ทุ่งเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” กลุ่มเยาวชนที่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อย บอกเล่าเรื่องราวของพืชพรรณและสัตว์นานาชนิดในบ้านเกิดของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือผลลัพธ์ระยะยาวที่สำคัญที่สุด คือการสร้างผู้พิทักษ์รุ่นต่อไปที่เข้าใจและหวงแหนมรดกทางธรรมชาติของตนเอง

 

บทพิสูจน์ความสำเร็จ ณ "BioMart Hua Hin 2025"

เพื่อเป็นการรวบรวมและเฉลิมฉลองความสำเร็จทั้งหมดนี้ BEDO และ UNDP ได้จัดงาน “BioMart Hua Hin 2025” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าชีวภาพและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขึ้น ระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า Market Village Hua Hin ซึ่งงานดังกล่าวเปรียบเสมือนบทสรุปที่มีชีวิตของโครงการ

ภายในงานได้รวบรวมผู้ประกอบการจากชุมชนต้นแบบกว่า 40 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมาจัดแสดงและจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารท้องถิ่น สินค้าหัตถกรรมจากเส้นใยธรรมชาติ สมุนไพรแปรรูป กาแฟจากไร่ ไปจนถึงกระดาษมูลช้างและน้ำผึ้งชันโรง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และการนำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยตรงจากผู้ประกอบการในพื้นที่

 

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า "การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย UNDP ทำงานร่วมกับประเทศไทยเพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนในภาคส่วนนี้จะควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ประสบการณ์จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่นๆ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก ให้เห็นแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกันได้"

โมเดลความสำเร็จของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของการท่องเที่ยว แต่คือบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันเปลี่ยน "ทุนทางธรรมชาติ" ให้กลายเป็น "โอกาสทางเศรษฐกิจ" ที่ไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และนี่คือพิมพ์เขียวสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนานโยบายการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบและยั่งยืนของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved