วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
นับเป็นมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดได้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงกาล่า พรีเซนเทชัน และนิทรรศการแสดงผลงานของห้องเสื้อพิจิตรา ภายใต้แนวคิด “The Golden Metamorphosis” จัดโดย บริษัท แอตเตอลิเยร์ พิจิตรา จำกัด เพื่อถวายพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูหัตถกรรมผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล และในวาระสำคัญแห่งการครบรอบ 45 ปี ของแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงระดับตำนานของไทย
ในการนี้ นางพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตเตอลิเยร์ พิจิตรา จำกัด และ นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเดอะมอลล์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้
.jpg)
บรรยากาศภายในนิทรรศการมีการจำลองมุมต่างๆ ภายในบ้าน และห้องทำงานของพิจิตรา ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จากประเทศต่างๆ ที่เก็บสะสมมาเป็นเวลานานหลายสิบปี ที่ทั้งสวยงาม และแปลกตา ทั้งยังมีเอกลักษณ์โดดเด่น พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเริ่มตั้งแต่ยุคบุกเบิกของ อาจารย์ลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งสถาบันสอนตัดเสื้อระพี สู่ยุคทองของ พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ผสมผสานความสง่างามแบบปารีสเข้ากับจิตวิญญาณแห่งศิลปะตะวันออก จนถึงการส่งไม้ต่อสู่ทายาทรุ่นที่สาม ฑาทิม รักษะจิตร ผู้สืบสานตำนานไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการคือการอัญเชิญ ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 3 องค์ ที่ออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้อพิจิตรา ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง และเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์แฟชั่นไทย ประกอบด้วย ฉลองพระองค์ชุดกลางคืน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีดำแต่งแขนด้วยผ้าชาวเขาเผ่าเย้า, ฉลองพระองค์ชุดกลางวันตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ลายโคมห้าซึ่งออกแบบและตัดเย็บ โดยพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ และฉลองพระองค์ชุดกลางวัน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ ปักฉลุเป็นลายลูกไม้สานเชื่อมเป็นตะแกรง องค์ในตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ ออกแบบและตัดเย็บโดยอาจารย์ลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์ โรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี
รวมถึงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงในโอกาสสำคัญต่างๆ ซึ่งได้อัญเชิญมาจัดแสดง 3 องค์ ประกอบด้วย ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานสีน้ำเงิน เมื่อครั้งโดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา แห่งอังกฤษ ณ มหาวิหารเวสต์มินเตอร์, ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรีสีส้ม เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับ พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และนางลินดา เฮอร์ลีย์ ภริยา และ ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ สีน้ำตาล เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน จัดถวาย ณ พระราชวังเดเชนโชลิง กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งฉลองพระองค์ทั้ง 3 องค์ ออกแบบและตัดเย็บโดย พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์พิจิตรา
พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ กล่าวถึงแก่นสำคัญคอลเลกชันที่เป็นเสมือนบทสรุปการเดินทางตลอด 45ปี และเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตว่า “ดิฉันและแบรนด์ ATELIER PICHITA ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงฟื้นฟูและเผยแพร่ผ้าไทยจนเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล การที่ได้มีโอกาสถวายงานตัดเย็บฉลองพระองค์จากผ้าไทยที่ทรงพระราชทาน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกผ้าไหมศิลปาชีพ ถือเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการทำงานของดิฉันและแบรนด์ ATELIER PICHITA มาโดยตลอด”
ผลงานในคอลเลกชันนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอันงดงาม สร้างเรื่องเล่าผ่านภาพของ “ดักแด้ที่กำลังคลี่ตัวออกสู่ชีวิตใหม่” การเกิดใหม่นี้เปรียบเสมือนความฝันอันแสนงดงาม การเดินทางเหนือจริงที่ทั้งให้เกียรติต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และเปิดรับอนาคตที่เปี่ยมด้วยความงามและนวัตกรรม
“คอลเลกชันนี้คือบทสรุปแห่งการเดินทาง 45 ปีของเรา และเป็นก้าวที่กล้าหาญสู่อนาคต นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่คือการเกิดใหม่ของตำนาน การผสานกันอย่างวิจิตรระหว่างศิลปะและแฟชั่น ที่ทั้งให้เกียรติอดีตและเปิดเส้นทางใหม่ที่สว่างไสวกว่าที่เคย
.jpg)
ขณะที่นิทรรศการ ‘45th Year Anniversary Exhibition’ เป็นการเปิดคลังสมบัติทางวัฒนธรรม จัดแสดงผลงานเก่าเก็บหาชมยาก เพื่อเจาะลึกเบื้องหลังเทคนิคอันเป็นหัวใจของแบรนด์ ตั้งแต่การทอผ้าไหมไทยด้วยเทคนิคพิเศษ รวมถึงสมุดสเก็ตช์ภาพที่วาดไว้ตั้งแต่อดีต และอุปกรณ์การตัดเย็บต่าง ๆ ไปจนถึงเรื่องราวความร่วมมือกับช่างฝีมือท้องถิ่นที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่เปรียบดั่ง ‘ศิลปะสวมใส่ได้’ หรือ WearableArt
หัวใจของ ATELIER PICHITA คือช่างฝีมือของเราและผ้าไหมไทย ทุกฝีเข็มคือเรื่องราวและจิตวิญญาณที่เราบรรจงใส่ลงไปในแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ซึ่งเราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า WearableArt ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือความจริงที่จับต้องได้ คือมรดกทางวัฒนธรรมที่เราอยากให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส" พิจิตรา กล่าว
.jpg)
ภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ “PICHITA” ซึ่งรวบรวมภาพผลงานการทำงานและชุดที่เคยถ่ายลงในนิตยสารทุกเล่มทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บรรจุในหนังสือความหนา 380 หน้า จัดพิมพ์จำนวนจำกัดเพียง 1,000 เล่ม จำหน่ายในราคา 3,500 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทย พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาศิลปะในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และจะมีการมอบหนังสือส่วนหนึ่งให้แก่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ หนังสือ “PICHITA” จะจัดจำหน่ายโดยพรีออเดอร์ ผ่านเว็บไซต์และ LINE Official สำหรับนิทรรศการ “45th Year Anniversary Exhibition” เปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสัมผัสเรื่องราวตลอด 45 ปี และสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในสายอาชีพช่างเสื้อไทย โดยสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้- 29 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น 1 เอ็มไลฟ์สไตล์ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Instagram ในชื่อ atelier_pichita และ Line@ ในชื่อ @Atelier_Pichita
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี