วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ หรือ “ครูพรีมมี่” นักการศึกษา และทายาทเจ้าของโรงเรียนเปล่งประสิทธิ์ ตัดสินใจลงสู่สนามการเมือง มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคม ดูแลผู้สูงวัย สร้างการศึกษาที่เท่าเทียม และด้วยความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ก็คือ การศึกษา

นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ หรือ “ครูพรีมมี่” ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.เขตพญาไท–ดินแดง เบอร์ 13 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญของพรรคในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ดูแลผู้สูงวัย ความมั่นคง และการพัฒนาเมือง พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการผลักดันพื้นที่พญาไท–ดินแดงให้เป็นเขตเศรษฐกิจโปร่งใส มีระบบ และเอื้อต่อการลงทุนอย่างยั่งยืน
หนึ่งในนโยบายหลักที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยดำเนินการมาแล้ว โดยมุ่งแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นกำลังซื้อและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยครูพรีมมี่ระบุว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้รับโอกาสบริหารประเทศ จะมีการเดินหน้าโครงการในเฟสถัดไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวอย่างมั่นคง
ด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทยผลักดันแนวคิด “การศึกษาแบบ Data Driven” เพื่อเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้กับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์แนวโน้มอาชีพและทักษะที่จำเป็น เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ภายใต้แนวคิด “เรียนฟรี เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา รองรับการอัปสกิลและรีสกิลตลอดชีวิต เพื่อลดปัญหาเรียนจบแล้วไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
แนวคิดดังกล่าวยังรวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ อาทิ ระบบการศึกษา ตลาดแรงงาน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้ครู สถานศึกษา และผู้เรียนสามารถวางแผนการเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ สร้างระบบแนะแนวอาชีพที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของแรงงานไทยในระยะยาว
สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ สังคมผู้สูงวัย พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนบนพื้นที่ของรัฐ เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์ดูแลให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมพัฒนาระบบดูแลแบบครบวงจร ครอบคลุมด้านสุขภาพ รายได้ และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี
ในด้านความมั่นคงและการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ครูพรีมมี่เน้นย้ำจุดยืนของพรรคในการ ปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยและระบบเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันไม่สนับสนุนนโยบายกาสิโน และมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

“ทั้งนี้ สำหรับนายทุนที่ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือทุนเทาสามารถทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไทยได้ ซึ่งนายทุนอาจจะไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ดังนั้นเราจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างนายทุนกับภาครัฐให้ทุกอย่างทำถูกต้องตามระบบและถูกกฎหมายได้ เพราะตนเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นทุนเทาแน่นอน”
สำหรับพื้นที่พญาไท–ดินแดง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาดำเนินธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคบริการ โรงแรม และร้านอาหาร ครูพรีมมี่เสนอแนวคิดการจัดตั้ง One Stop Service ภาษาจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถติดต่อราชการได้โดยตรง ลดการพึ่งพาคนกลาง และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในกฎหมายและระเบียบของไทย อันจะช่วยยกระดับพื้นที่ให้เป็น “เศรษฐกิจสีขาว” ที่โปร่งใสและยั่งยืน
ในมิติด้านสาธารณสุข ครูพรีมมี่สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนในพื้นที่ดินแดง ซึ่งมีประชากรจำนวนมากแต่ยังไม่มีโรงพยาบาลประจำเขต ทำให้ประชาชนต้องเดินทางไปรับบริการในพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลต่อความสะดวกและความปลอดภัย โดยมีแนวคิดผลักดันให้เกิดโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ
ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานและต้นทุนชีวิต เช่น การปรับลดค่าไฟฟ้าให้เหลือประมาณ 3 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน รวมถึงการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดมลพิษและสนับสนุนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และนโยบายทหารอาสาเงินเดือน 12,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง 4 ปีเพื่อให้ทหารมีรายได้ที่มั่นคงที่ชัดเจนพร้อมกับพยาบาลอาสาเงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง 4 ปีด้วย
ครูพรีมมี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลักการทำงาน “พูดแล้วทำ” และได้แสดงผลงานเชิงประจักษ์ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การขยายตลาดการค้าระหว่างประเทศ และการดูแลผลประโยชน์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนในพื้นที่พญาไท–ดินแดง และกรุงเทพมหานคร ร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืนในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี