ปักหมุด Unseen นครศรีธรรมราช ลอดถ้ำข้ามจังหวัด สัมผัสสปาโคลน และยลโฉมโลมาสีชมพู

ปักหมุด Unseen นครศรีธรรมราช ลอดถ้ำข้ามจังหวัด สัมผัสสปาโคลน และยลโฉมโลมาสีชมพู

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.35 น.
Tag :

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเดิมศักราชปี 2569 ด้วยการนำร่องเปิดเส้นทาง "นครศรีธรรมราช" เมืองรองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ภายใต้แคมเปญ "เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง" ทริปนี้จะเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของการไหว้พระทำบุญ ให้กลายเป็นการผจญภัยสู่ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนที่ยังบริสุทธิ์แบบ UNSEEN ตอบโจทย์นักเดินทางทุกสไตล์ให้ได้อิ่มเอมใจตลอด 3 วัน 2 คืน

โดยได้รับเกียรติจาก วนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้ประกอบการและสื่อมวลชน ลงพื้นที่ทดสอบศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวใหม่ มุ่งผลักดันให้ "นครศรีฯ" เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน


ผจญภัยถ้ำน้ำลอด: ประตูสู่ความอลังการสองจังหวัด

จุดเริ่มต้นความตื่นเต้นอยู่ที่ มีนาคาเฟ่ แคมป์ปิ้ง อ.ทุ่งสง คาเฟ่ร่มรื่นที่เป็นมากกว่าที่พักกาย แต่เป็นประตูสู่กิจกรรมท้าทายอะดรีนาลีน ทั้งการขับ ATV ชมป่า หรือทานอาหารมื้อพิเศษริมน้ำตก

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการ "พายคายัคลอดถ้ำ" สำรวจเส้นทางธรรมชาติที่เป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและตรัง ตลอดเส้นทางพายเรือลำน้อย คุณจะได้ดื่มด่ำกับความเงียบสงบและความงามของหินงอกหินย้อย เมื่อเข้าสู่ "ถ้ำน้ำลอด" อุโมงค์หินปูนยาว 400 เมตร แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านเพดานถ้ำลงมาเป็นช่วงๆ สร้างภาพจินตนาการที่สะกดสายตา จนแม้แต่ผู้กำกับฮอลลีวูดยังเคยให้ความสนใจ

Best Time: แนะนำช่วง 11.00 - 12.00 น. ซึ่งลำแสงจะส่องลงมาเป็นประกายงดงามที่สุด โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน

วิหารทรงเทริดมโนราห์: หนึ่งเดียวในโลกที่วัดก้างปลา

เอาใจสายบุญและคนที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมแดนใต้ ณ “วัดก้างปลา” อ.ทุ่งสง จุดเด่นคือ "วิหารทรงเทริดมโนราห์" UNSEEN หนึ่งเดียวในใลก มีหลังคาจำลองรูปชฎามโนราห์ทั้งสี่ทิศ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 700 ปี ที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา นับเป็นสถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งแดนใต้ถูกหลอมรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว

สายมูไม่ควรพลาดการขอพร "แม่แก่" เทพผู้คุ้มครองเหล่าศิลปิน และ "หลวงพ่อแก่" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองทุ่งสงเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงการขอโชคลาภจาก "ตาพรานบุญ" ตัวละครเอกที่ชาวใต้ให้ความเคารพนับถือ ณ หน้าวิหารที่มีรูปปั้นมโนราห์ร่ายรำ 12 ท่าอันวิจิตร

บวรนคร: ย้อนรอยประวัติศาสตร์ผ่านโบราณคดีครัวเรือน

สัมผัสกลิ่นอายอดีต ณ ตึกยาวบวรนคร อาคารเก่าแก่กว่า 120 ปี ที่เคยทำหน้าที่มาแล้วหลากบทบาท ตั้งแต่โรงพยาบาล โรงเตี๊ยม โรงเรียน ไปจนถึงโรงยาฝิ่น ปัจจุบันถูกดูแลโดยตระกูลพงษ์พานิช นพ.บัญชา พงษ์พานิช ที่นี่คุณจะได้สวมบทนักสืบประวัติศาสตร์ผ่าน "โบราณคดีครัวเรือน" ชมข้าวของเครื่องใช้ล้ำค่าและนิทรรศการที่บอกเล่าวิถีชีวิตชาวเมืองคอนในอดีต

บวรนคร เป็นตึก 2 ชั้น ด้านล่างเป็นแกลเลอรี่สำหรับจัดนิทรรศการ มีโซนห้องสมุด และจุดจำหน่ายของที่ระลึก ส่วนชั้นที่ 2 เป็นห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีต รวมถึงของสะสมล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปโบราณ รูปปั้น รูปหล่อ ฯลฯ ก่อนกลับอย่าลืมแวะจิบชากาแฟ ที่ Cafe De Kigor ซิกเนเจอร์ของที่นี่คือเมนูช็อกโกแลตจากนครฯ กระซิบว่าขนมไทยที่จัดไว้ให้ทานคู่กับเครื่องดื่มอร่อยมาก เป็นอีกหนึ่งอันซีนที่เชื่อว่าคนที่ได้มาเยือนต้องประทับใจแน่นอน

สปาโคลนธรรมชาติ: วิถีบริสุทธิ์ ณ บ้านแหลมโฮมสเตย์

วันที่สองเราเดินทางสู่ อ.ท่าศาลา สัมผัสไออุ่นจากชาวประมงที่ บ้านแหลมโฮมสเตย์ ทันทีที่มาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก บังทักษิณ หมินหมัน ผู้นำชุมชนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรวบรวมชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา บริหารจัดการโดยคนในชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

กิจกรรมซิกเนเจอร์คือการนั่งเรือหางยาวออกไปทำ "สปาโคลนกลางทะเล" ท่ามกลางป่าชายเลน โคลนที่นี่ละเอียดและบริสุทธิ์ผ่านการตรวจรับรองจากแล็บมหาวืยาลัยทุก 2 ปี นอกจากนี้ยังนำเอาโคลนบริสุทธิ์นี้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น สบู่, โคลนมาส์กหน้า และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ กระเป๋าสานใบลาน บอดี้โลชั่นจากใบโกงกาง ผ้ามัดย้อมจากใบโกงกาง รวมถึงนำใบโกงกางมาปรุงเป็นอาหารให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิม มาที่นี่คุณจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดๆ ที่หาได้ตามฤดูกาล และ “ข้าวหมักโคลน” สูตรเฉพาะของชุมชน ที่หุงด้วยดีปลาหมึก และชวนชิมขนมท้องถิ่นอย่าง “ปาดา” ทำด้วยแป้งผสมกล้วยไส้มะพร้าวผสมเครื่องแกง ทอดเหลืองกรอบ

สปาโคลนเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมาก เพราะได้นั่งเรือออกไปทำสปากลางทะเล ท่ามกลางธรรมชาติ ช่วงที่น้ำลงเราสามารถลงไปทะเลโคลนได้เลย ช่วงไหนน้ำขึ้น ชาวบ้านใจดีลงไปดำน้ำควักโคลนสดๆ มาให้เราพอกตัวจนหนำใจ ความรู้สึกตอนสัมผัสโคลนเนื้อละเอียดจากท้องทะเลเป็นความผ่อนคลายที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง

ตามหาโลมาสีชมพู และความมหัศจรรย์ของเขาหินพับผ้า

ปิดท้ายความประทับใจที่อ่าวขนอม เริ่มต้นด้วยการสักการะหลวงปู่ทวด ณ เกาะนุ้ยนอก ชม "บ่อน้ำจืดกลางทะเล" ในตำนาน ก่อนจะล่องเรือชม "เขาหินพับผ้า" ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยานับล้านปีที่มีชั้นหินซ้อนกันคล้ายขนมชั้น จนได้รับฉายาว่า Pancake Rock เมืองไทย ไฮไลต์คือโขดหินรูปหัวใจ และเวทีพุ่มพวง ที่เป็นลานหินคล้ายเวที ควรเช็คระดับน้ำก่อนไป เพราะหากน้ำขึ้นสูง นอกจากจะไม่สามารถนำเรือเข้าไปจอดได้แล้ว ยังมองไม่เห็นชั้นหินที่สวยงามและชายหาดด้วย

มาถึงไฮไลต์ของทริปนี้ที่ทุกคนรอคอย คือการตามหา "โลมาสีชมพู" หรือโลมาหลังโหนก สัตว์ทะเลน่ารักที่มักออกมาทักทายนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม - ธันวาคม การมาดูโลมาสีชมดูต้องอาศัยดวงนิดๆ เรียกว่าถ้าดวงดีก็จะได้เห็นโลมาสีชมพูแบบจัดเต็ม แต่โชคร้ายก็อาจจะเห็นแค่ครีบหลัง หรือไม่เห็นเลยก็ได้ แต่ด้วยความน่ารักของน้อง ทำให้ทุกคนพร้อมจะเสี่ยง เพื่อให้ได้เห็นความน่ารักของโลมาสีชมพู เพราะน้องเป็นสัตว์ที่ฉลาดและร่าเริง โดยเฉพาะโลมาที่อ่าวขนอมเค้าจะคุ้นกับคนเรือ และไม่ค่อยกลัวที่จะว่ายน้ำเข้ามาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพกันแบบใกล้ชิด

วนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวทิ้งท้ายว่า นครศรีธรรมราชคือเมือง "สองธรรม" คือ ธรรมะและธรรมชาติ การเปิดเส้นทาง Unseen ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเที่ยวชม แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจของนักเดินทางเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรอยยิ้มให้กับชุมชนเมืองรองแห่งนี้อย่างแท้จริง พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกคนลองมาเที่ยวเมืองรองที่นครศรีธรรมราช เพื่อเปิดมุมมองกับเส้นทางใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top