542.jpg
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ  ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย

ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.22 น.
Tag :

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพความสำเร็จของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน ความสามารถพิเศษ การแข่งขัน หรือพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าวัย ภาพเหล่านี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานที่พ่อแม่จำนวนมากนำมาเปรียบเทียบกับลูกของตนเองโดยไม่รู้ตัว จนทำให้ความรัก ความหวังดี และความตั้งใจที่จะผลักดันลูก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันที่บั่นทอน “ความสุข” และทำให้ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของลูกค่อยๆ ถูกบั่นทอนลงอย่างเงียบๆ จนกลายเป็นบาดแผลในจิตใจที่อาจติดตัวไปตลอดชีวิต

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ปัจจุบันสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กจำนวนมากกำลังถูกลดทอนจากการเป็น “มนุษย์” ที่มีความคิด ความรู้สึก และจังหวะการเติบโตเฉพาะตัว ให้กลายเป็น “คอนเทนต์” หรือเครื่องมือสะท้อนความสำเร็จของผู้ใหญ่บนโลกออนไลน์  พ่อแม่จำนวนไม่น้อยกำลังเผลอนำลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ จนทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ และไม่มีคุณค่ามากพอที่จะได้รับการยอมรับ ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กทุกคนมีจังหวะการเติบโต มีความสามารถ และมีตัวตนที่แตกต่างกัน


แม้ความคาดหวังของพ่อแม่จะไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างรุนแรงคือวิธีการแสดงออกของความคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการบีบบังคับ การตำหนิ การประชดประชัน การตั้งเงื่อนไขในการมอบความรัก หรือการเปรียบเทียบกับผู้อื่น พฤติกรรมเหล่านี้กำลังส่งสารไปยังเด็กว่า “คุณค่าของเขาขึ้นอยู่กับความสำเร็จ” มากกว่าความเป็นตัวตนที่แท้จริง เมื่อเด็กไม่สามารถทำทุกอย่างตามที่พ่อแม่ตั้งมาตรฐานไว้ เขาจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “หนูยังดีไม่พอใช่ไหม” และค่อย ๆ สูญเสียความภาคภูมิใจในตนเอง หรือ Self-Esteem ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพจิต ส่งผลให้เด็กจำนวนมากป่วยด้วยปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่น่ากังวลในปัจจุบันคือ เด็กจำนวนมากกำลังเติบโตภายใต้แรงกดดันที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะแรงกดดันจากการเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ การเร่งพัฒนาการเกินวัย และความคาดหวังจากพ่อแม่ที่สูงเกินกว่าศักยภาพของเด็กจะทำได้ โดยหลายครอบครัวยังคงมีความเชื่อผิด ๆ ว่า “การเปรียบเทียบ” เป็นแรงผลักดันให้ลูกพัฒนาตัวเอง แต่ในความเป็นจริง เด็กที่ถูกเปรียบเทียบจะเกิดความรู้สึกด้อยค่า ขาดความมั่นใจ และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

พญ.ปรานี ให้ข้อมูลต่อว่า เมื่อเด็กถูกเปรียบเทียบบ่อย ๆ จะเกิดความเครียดสะสม ส่งผลให้สมองทำงานผิดปกติ กระทบต่อความจำ สมาธิ การเรียนรู้ และการควบคุมอารมณ์ ในบางรายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและการทำงานของสมองในระยะยาว จนเปรียบได้กับการเกิด “รอยแผลเป็นในสมอง” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต บาดแผลทางใจไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อความรู้สึกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทำงานของสมองโดยตรง เมื่อเด็กต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน หรือความรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเซลล์สมองและระบบประสาท เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ในอนาคต

“โซเชียลมีเดีย” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างค่านิยมผิด ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก เด็กจำนวนมากถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพของ “เด็กที่เก่งและสมบูรณ์แบบ” ที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ พ่อแม่บางคนเสพสื่อจนเกิดความกดดันและความคาดหวัง อยากให้ลูกสมบูรณ์แบบเหมือนภาพที่ตนเห็นบนสื่อออนไลน์ พยายามเร่งพัฒนาการลูกผ่านการเรียนพิเศษหรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ลูกประสบความสำเร็จก่อนวัยอันควร จนเด็กไม่มีเวลาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือใช้ชีวิตตามวัยอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ การโพสต์รูปภาพ คลิปวิดีโอ หรือเรื่องราวของลูกบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ยังอาจสร้างร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) ที่ส่งผลต่อเด็กในอนาคต ทั้งในด้านความเป็นส่วนตัว ความภาคภูมิใจในตนเอง และความรู้สึกมีคุณค่า

พญ.ปรานี กล่าวปิดท้ายว่า เป้าหมายของการเลี้ยงลูกไม่ใช่การสร้างเด็กที่ประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นการสร้างเด็กที่มีความสุข มีความภาคภูมิใจในตนเอง และมีภูมิคุ้มกันทางใจที่แข็งแรง เพราะเด็กที่มี Self-Esteem ที่ดี จะสามารถรับมือกับความผิดหวัง ความล้มเหลว และความท้าทายในชีวิตได้ดีกว่าเด็กที่มีเพียงความสำเร็จ แต่ขาดความสุขในการใช้ชีวิต

สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ต้องยอมรับในตัวตนของลูก ชื่นชมในความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น เปิดพื้นที่ให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น รับฟังความรู้สึกอย่างจริงใจ และทำให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับหัวใจของลูก เพราะความสุขในวัยเด็ก คือรากฐานสำคัญของสุขภาพจิตที่แข็งแรงตลอดชีวิต

“ลูกไม่ใช่คอนเทนต์ ไม่ใช่ถ้วยรางวัล และไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของพ่อแม่ สิ่งที่เด็กต้องการมากที่สุดไม่ใช่ยอดไลก์ ไม่ใช่รางวัล หรือการเป็นที่หนึ่ง แต่คือการได้รับความรัก การยอมรับ และความรู้สึกปลอดภัยจากคนในครอบครัว”

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการคำแนะนำในการดูแลสุขภาพใจของลูก การสื่อสารในครอบครัว หรือการรับมือกับความคาดหวังที่อาจส่งผลต่อเด็ก สามารถปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top