วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในยุคที่ร่างกายต้องเผชิญกับความเครียด การพักผ่อนที่ไม่สม่ำเสมอ และพฤติกรรมการกินที่เร่งรีบ คำว่า “วิตามินรวม” หรือ Multivitamins จึงกลายเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดยอดนิยมที่หลายคนค้นหา เพื่อเสริมการดูแลสุขภาพให้ครบถ้วนในแต่ละวัน
หลายคนอาจสงสัยว่า วิตามินรวมจำเป็นจริงหรือไม่ ? คำตอบคือ แม้ร่างกายจะสามารถรับวิตามินและแร่ธาตุจากอาหารได้ตามธรรมชาติ แต่ในชีวิตจริง การได้รับสารอาหารครบทุกชนิดในปริมาณที่เหมาะสมอาจไม่ใช่เรื่องง่าย จึงทำให้วิตามินรวมกลายเป็น “ตัวช่วยเสริม” ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในชีวิตประจำวัน
Multivitamins คืออะไร และช่วยดูแลร่างกายอย่างไร?
วิตามินรวม (Multivitamins) คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวมวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดไว้ในหนึ่งหน่วยบริโภค โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานตามปกติของร่างกายในหลายระบบพร้อมกัน
ประโยชน์ของวิตามินรวมที่มักถูกกล่าวถึง
• ช่วยเสริมการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
• ช่วยดูแลกระบวนการเผาผลาญพลังงาน
• ช่วยดูแลผิว ผม และเล็บให้ดูสุขภาพดี
• ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง
• ช่วยในการทำงานตามปกติของกล้ามเนื้อและกระดูก
• เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบครบจบในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของวิตามินรวมไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนวิตามินเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบของสารอาหาร กระบวนการแตกตัว และการออกแบบสูตรที่เอื้อต่อการดูดซึมของร่างกาย
วิตามินรวม เหมาะกับใคร และควรรับประทานอย่างไร ?
วิตามินรวมเหมาะสำหรับ :
• ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ
• ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่
• ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
• ผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินและแร่ธาตุอย่างสม่ำเสมอ
โดยทั่วไป แนะนำให้รับประทานพร้อมหรือหลังอาหาร เพื่อความเหมาะสมในการดูแลสุขภาพในระยะยาว
เทคโนโลยีวิตามินรวมแบบ Multi-Phase คืออะไร ? ทำไมสำคัญต่อการดูดซึม
การพัฒนาวิตามินรวมยุคใหม่ ไม่ได้เน้นเพียงจำนวนชนิดของวิตามิน แต่เน้น “การออกแบบโครงสร้างสารอาหาร” ให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของแต่ละกลุ่มวิตามินที่ละลายน้ำ และวิตามินที่ละลายในไขมัน มีคุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างกันโดยธรรมชาติ ดังนั้นแนวคิด Multi-Phase Nutrient Design จึงถูกนำมาใช้ เพื่อแยกโครงสร้างสารสำคัญในรูปแบบ Pellet ภายในแคปซูลเดียว
การออกแบบลักษณะนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารอาหาร (Ingredient Interaction) สนับสนุนความสมดุลของสูตร และช่วยคงคุณภาพของสารสำคัญในระยะยาว
ซึ่งนี่คือพื้นฐานของวิตามินรวมที่เน้น “คุณภาพของการออกแบบ” มากกว่าปริมาณบนฉลาก
วิตามินรวมที่ดี ควรมีความสม่ำเสมอในทุกแคปซูล
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของวิตามินรวม คือ “ความสม่ำเสมอของปริมาณสารอาหาร” การควบคุมขนาดและความหนาแน่นของ Pellet มีบทบาทสำคัญต่อ:
• การกระจายตัวของสารอาหารภายในแคปซูล
• ความสม่ำเสมอของสารสำคัญในแต่ละหน่วยบริโภค
• การแตกตัวที่เหมาะสมเมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร
คุณภาพที่สม่ำเสมอในทุกแคปซูล จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาวิตามินรวมอย่างใส่ใจรายละเอียด
วิตามินรวมที่มีน้ำมันพืช ช่วยเรื่องอะไร ?
วิตามินกลุ่ม A, D3 และ E เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการกระจายตัว การผสานน้ำมันพืช เช่น Rice Germ Oil, Avocado Oil, Grapeseed Oil และ Sesame Oil ทำหน้าที่เป็น Lipid Carrier หรือ Oil Matrix Support เพื่อสนับสนุนความเหมาะสมของการนำส่งวิตามินที่ละลายในไขมันภายในแคปซูลเดียว นี่คือเหตุผลที่การออกแบบสูตรวิตามินรวมบางประเภทให้ความสำคัญกับ Oil Matrix เพื่อความสมดุลของสารอาหาร
เสถียรภาพของวิตามินรวม สำคัญแค่ไหน ?
วิตามินบางชนิด เช่น Vitamin B และ Vitamin C มีความไวต่อความชื้นและอุณหภูมิ การขึ้นรูปสารสำคัญเป็น Pellet ช่วยลดพื้นที่สัมผัสความชื้น และสนับสนุนเสถียรภาพของสูตรในระหว่างการเก็บรักษา
สำหรับวิตามินรวมที่ต้องรับประทานต่อเนื่องทุกวัน เสถียรภาพของสูตร (Stability Profile) ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม
รูปแบบของวิตามินรวม มีผลต่อการดูดซึมหรือไม่?
ปัจจุบัน วิตามินรวมมีหลายรูปแบบ เช่น เม็ด แคปซูล ผง หรือแบบน้ำ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีข้อดีแตกต่างกัน
แนวคิดของวิตามินในรูปแบบ Pellet-based System คือการแยกสารสำคัญออกเป็นเม็ดเล็ก ๆ เพื่อควบคุมการแตกตัวและสนับสนุนกระบวนการดูดซึมให้เหมาะสมมากขึ้น
iCAP Technology แนวคิดการออกแบบวิตามินรวมเพื่อความสมดุลของสารอาหาร
iCAP Technology เป็นนวัตกรรมการผลิตที่นำระบบ Pellet-based System มาใช้ โดยสารสำคัญถูกขึ้นรูปเป็นเม็ดเล็กที่มีความสม่ำเสมอ ช่วยให้สารอาหารกระจายตัวอย่างเหมาะสมภายในแคปซูล
แนวคิดสำคัญของ iCAP Technology คือการควบคุมคุณภาพของสารสำคัญในทุกแคปซูล สนับสนุนการแตกตัวที่เหมาะสม เอื้อต่อกระบวนการดูดซึม และช่วยคงคุณภาพของสารอาหารตลอดอายุการเก็บรักษา
MULTIVIAMINS PLUS iCAP โดย INZENT
การรวมวิตามินและน้ำมันพืชในแคปซูลเดียว MULTIVITAMINS PLUS iCAP เป็นวิตามินรวมรูปแบบแคปซูลที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพแบบครบถ้วนในหนึ่งแคปซูลต่อวัน
จุดเด่นของสูตรอยู่ที่การผสานวิตามินที่ละลายน้ำ เช่น Vitamin C และกลุ่มวิตามิน B
วิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น Vitamin A, D3 และ E พร้อมน้ำมันจากพืชธรรมชาติ ได้แก่ Rice Germ Oil, Avocado Oil, Grapeseed Oil และ Sesame Oil
ด้วยแนวคิด Multi-Phase Nutrient Design และ iCAP Technology จึงช่วยสะท้อนการพัฒนาวิตามินรวมที่ให้ความสำคัญกับสมดุลของสารอาหาร ความสม่ำเสมอ และคุณภาพของสูตรในระยะยาว
แนะนำให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล พร้อมน้ำ สามารถรับประทานพร้อมหรือหลังอาหาร เพื่อความเหมาะสมในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
วิตามินรวมที่ดี เริ่มจากการออกแบบที่เข้าใจร่างกาย
การเลือกวิตามินรวม ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินหลากหลายชนิด แต่ควรพิจารณาถึงรูปแบบ เทคโนโลยีการผลิต และความเหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน MULTIVITAMINS PLUS iCAP โดย INZENT จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของวิตามินรวม ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสารอาหาร ความสมดุล และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลร่างกายเป็นเรื่องง่าย และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในทุกวัน
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ Line : @INZENT2022 โทร : 090-721-7210
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี