วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

โบท็อก
โบท็อก (Botox) คือหัตถการฉีดยาเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว ช่วยลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียว และแก้ปัญหากล้ามเนื้อบางชนิดโดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่หลักการทำงาน เห็นผลกี่วัน อยู่ได้นานไหม ไปจนถึงความปลอดภัยและการเลือกคลินิก

โบท็อก คืออะไร
โบท็อก (Botox) คือชื่อที่คนทั่วไปใช้เรียกยากลุ่ม Botulinum toxin type A ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่ผ่านการทำให้ปลอดภัย ใช้ในทางการแพทย์มายาวนานก่อนนำมาใช้ด้านความงาม
หน้าที่ของโบท็อกคือทำให้กล้ามเนื้อที่ฉีด “คลายตัวชั่วคราว” ไม่ได้ทำให้เส้นประสาทเสียถาวร และไม่ได้สะสมในร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปเส้นประสาทจะสร้างการเชื่อมต่อใหม่ กล้ามเนื้อจึงกลับมาทำงานตามปกติ
เวลาที่เรายิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้ว กล้ามเนื้อจะหดตัวซ้ำ ๆ ทำให้ผิวด้านบนพับ และเมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะไม่เด้งกลับเหมือนเดิม จึงเกิดเป็นริ้วรอยถาวร
โบท็อกจะไปยับยั้งสารสื่อประสาท Acetylcholine บริเวณรอยต่อเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวแรงเหมือนเดิม ผิวด้านบนจึงเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง และยังช่วยป้องกันไม่ให้รอยลึกขึ้นในอนาคต
โบท็อกสามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลายด้าน ทั้งความงามและการแพทย์ ได้แก่
การใช้โบท็อกในความงามไม่ได้มีแค่ลดริ้วรอย แต่ยังใช้ปรับรูปหน้าได้ เพราะรูปหน้าหลายคนเกิดจากกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อกราม หากคลายกล้ามเนื้อ กรามจะเล็กลง หน้าเรียวขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ลดเหงื่อรักแร้หรือฝ่ามือ เพราะต่อมเหงื่อถูกควบคุมโดยเส้นประสาทชนิดเดียวกัน
ทางการแพทย์ใช้โบท็อกมานาน เช่น รักษาไมเกรนเรื้อรัง กล้ามเนื้อกระตุก และอาการกัดฟันตอนนอน เพราะช่วยลดแรงบีบของกล้ามเนื้อ

โบท็อกฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง
ตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกจะเลือกตามชนิดของริ้วรอย เพราะริ้วรอยแต่ละแบบเกิดจากกล้ามเนื้อคนละมัด แพทย์จึงต้องฉีดเฉพาะจุด ไม่ได้ฉีดทั่วหน้า
ตำแหน่งที่นิยมฉีดโบท็อก
นอกจากริ้วรอย ยังใช้ ปรับรูปหน้า ได้ด้วย เช่น
โบท็อกไม่ได้ฉีดทั้งหน้า แต่ฉีดเฉพาะกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดปัญหา จึงต้องอาศัยการประเมินตำแหน่งโดยแพทย์
หลายคนสับสนว่าโบท็อกกับฟิลเลอร์คืออย่างเดียวกัน เพราะเป็นการฉีดเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละกลไก และใช้แก้ปัญหาคนละแบบ หากเลือกผิด มักทำแล้วไม่เห็นผล

สรุป โบท็อกกับฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร ? ความต่างหลักคือ โบท็อก = คลายกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์ = เติมเต็มผิว

ฉีดโบท็อก ยี่ห้อไหนดี
โบท็อกยี่ห้อยอดนิยมที่ใช้ในคลินิกความงามมีหลายตัวครับ ทั้งโบท็อกอเมริกา โบท็อกยุโรป และโบท็อกเกาหลี ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกันดังนี้
หลังฉีดโบท็อกจะไม่เห็นผลทันที เพราะตัวยาต้องใช้เวลาไปจับกับปลายประสาทก่อน กล้ามเนื้อจึงค่อย ๆ คลายตัว ริ้วรอยจะลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
ระยะเวลาเห็นผลโดยทั่วไป
ตำแหน่งบางจุดอาจเร็วหรือช้าต่างกัน เช่น ริ้วรอยหน้าผากมักเห็นผลเร็ว ส่วนกรามจะใช้เวลานานกว่า เพราะเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่
โดยทั่วไป โบท็อกอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน หลังฉีด จากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ โดยตำแหน่งที่ใช้กล้ามเนื้อมากจะหมดฤทธิ์เร็วกว่า และการฉีดต่อเนื่องทุก 5-6 เดือน กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ เล็กลง ทำให้ครั้งถัดไปฤทธิ์อยู่นานขึ้น และใช้ปริมาณยาน้อยลง
ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย เช่น รอยเข็มหรือบวมเล็กน้อย หากเกิดหนังตาตกหรือยิ้มแข็ง มักเกิดจากการกระจายของยา และจะดีขึ้นเองใน 2-8 สัปดาห์ ส่วนอาการรุนแรงพบได้น้อยมากเมื่อฉีดโดยแพทย์
โบท็อกราคาเริ่มต้นที่ 2,500.-/25 ยูนิต อาจแตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก ๆ เช่น จำนวนยูนิตที่ใช้ (Units) โปรโมชันของแต่ละคลินิก และประสบการณ์แพทย์ครับ
โบท็อก ราคา โปรโมชันสุดพิเศษ ที่ V Square Clinic

โบท็อกราคา
หมายเหตุ : ราคาโบท็อกข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชัน แนะนำให้สอบถามกับทางคลินิกอีกครั้งก่อนเข้ารับการบริการ
ผลลัพธ์ของโบท็อกไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้อยาอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ ผู้ฉีดและการประเมินก่อนฉีด มากที่สุด เพราะการฉีดคลาดเพียงนิดเดียว อาจทำให้คิ้วตก หนังตาตก หรือหน้าแข็งได้
โบท็อกเป็นหัตถการลดริ้วรอยที่เห็นผลเร็วใน 7–14 วัน อยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า หรืออยากปรับหน้าเรียว หากฉีดโดยแพทย์และใช้ยามาตรฐาน ถือว่ามีความปลอดภัยสูงและเป็นหนึ่งในวิธีชะลอวัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี