542.jpg
นักวิชาการชี้ นายกฯ-ครม. เยือนจีน เปลี่ยนประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ย้ำลงนาม 15 ฉบับ จับมือ 2 ชาติแนบแน่นทุกมิติ

นักวิชาการชี้ นายกฯ-ครม. เยือนจีน เปลี่ยนประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ย้ำลงนาม 15 ฉบับ จับมือ 2 ชาติแนบแน่นทุกมิติ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.19 น.

นักวิชาการชี้ นายกฯ-ครม. เยือนจีน เปลี่ยนประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ย้ำลงนาม 15 ฉบับ จับมือ 2 ชาติแนบแน่นทุกมิติ ดันเศรษฐกิจ-เทคโนโลยี-ความมั่นคงไทย ไม่กังวล ญี่ปุ่น-ตะวันตก หนีห่าง ชี้ไทยเชี่ยวชาญเรื่องบาลานซ์ดุลอำนาจ

23 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่เพียงการพบปะผู้นำระหว่างประเทศตามกำหนดการทางการทูต แต่เป็นการวางตำแหน่งของประเทศไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์โลก


รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเดินหน้าผลักดันความร่วมมือกับจีน จนนำไปสู่การลงนามความร่วมมือระหว่างสองประเทศรวม 15 ฉบับ สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การลงทุน เทคโนโลยี อุตสาหกรรมสมัยใหม่ การศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม ไปจนถึงความมั่นคงทางการเงิน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ

ในด้านความมั่นคง รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า การมีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับจีนช่วยเพิ่มพื้นที่ทางการทูตของไทย โดยเฉพาะในสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา เนื่องจากจีนมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองประเทศ จึงสามารถมีบทบาทสนับสนุนการลดความตึงเครียดและเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการฟอกเงิน บัญชีม้า การหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ จะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างไทยและจีนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับด้านเศรษฐกิจ รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า จีนยังคงเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์แปรรูป ความร่วมมือด้านมาตรฐานและสุขอนามัยจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน และสร้างรายได้ให้ภาคการผลิตของประเทศ

นอกจากนี้ จุดเด่นของการเยือนครั้งนี้คือการผลักดันความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงการลงทุนจากจีนเข้ากับผู้ประกอบการไทย มหาวิทยาลัย และการพัฒนาบุคลากรของประเทศ ก็จะช่วยยกระดับฐานการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

พร้อมกันนี้ ความร่วมมือด้านดาวเทียม อวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ และนิวเคลียร์ฟิวชัน ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อนำมาต่อยอดในด้านการเกษตร การแพทย์ การขนส่ง การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

รศ.ดร.โอฬาร ยังเห็นว่า ความร่วมมือด้านการศึกษาและการวิจัยจะช่วยเตรียมกำลังคนไทยให้สอดรับกับตลาดแรงงานยุคใหม่ ทั้งวิศวกรรมขั้นสูง วิทยาการข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

"การเยือนจีนครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยบนเวทีโลก เพราะประเทศไทยสามารถใช้ความสัมพันธ์กับจีนควบคู่กับการรักษาความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป อินเดีย และอาเซียน เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และความมั่นคง" รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ความสำเร็จของการเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็ต่อเมื่อรัฐบาลสามารถผลักดันข้อตกลงทั้ง 15 ฉบับไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ตรวจสอบได้ ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ การยกระดับรายได้เกษตรกร และการเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

ทั้งนี้ รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ภารกิจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นผลประโยชน์ของประชาชน เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นองค์ความรู้ และเปลี่ยนข้อตกลงระหว่างรัฐให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้ในระยะยาว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top