คุยกัน 7 วันหน : เลี้ยงลูกด้วยซูชิ เด็กๆ อิ่มท้อง พ่อแม่อมทุกข์

คุยกัน 7 วันหน : เลี้ยงลูกด้วยซูชิ เด็กๆ อิ่มท้อง พ่อแม่อมทุกข์

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ในบ้านเราพากันแชร์บทความจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (The Wall Street Journal) ซึ่งลงไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่มีชื่อว่า Parents are going broke from their kids’ sushi obsession (https://www.wsj.com/lifestyle/parenting-food-diet-kids-sushi-8ff64063) เนื้อหาว่าด้วยกระแสนิยมในปัจจุบันของพ่อแม่ผู้ปกครองในสหรัฐฯ ที่พาลูกๆ เข้าร้านอาหารซูชิสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องของความสะดวกสบาย หรือตามใจลูกหลานที่ร้องขออยากกิน จนทำให้ตอนนี้ ซูชิกลายมาเป็นอาหารโปรดอันดับหนึ่งของเด็กยุคใหม่ เข้ามาแทนที่พิซซ่า เบอร์เกอร์ หรือไก่ทอด ในงานปาร์ตี้วันเกิดและมื้อเย็นปกติ

แต่ข้อเท็จจริงคือ คือซูชิและเมนูอาหารญี่ปุ่น มักมีราคาแพงกว่าอาหารมื้อปกติที่อเมริกันชนเคยบริโภคกันหลายเท่า อีกทั้งเมื่อเด็กๆ กินกันบ่อยๆ ก็ถูกปากถูกจนใจ จนลืมและมองข้ามเมนูอาหารเดิมๆ อย่างพิซซ่าหรือเบอร์เกอร์ ไม่พอใจกับอาหารราคาประหยัดแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลับเรียกร้องซูชิเกรดพรีเมียม หรือ "โอมากาเสะ" ในทุกๆ ครั้งที่ออกไปรับประทานอาหารพร้อมกับครอบครัว ซึ่งแน่นอว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ขัดใจลูกไม่ได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อมื้อพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว กระทบต่อฐานะทางการเงินของหลายครอบครัวอย่างไม่น่าเชื่อ


ในบทความยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่จัดงานวันเกิดให้ลูกสาววัย 10 ขวบ โดยเลือกเข้าร้านซูชิแทนพิซซ่า ปรากฏว่าค่าอาหารพุ่งไปถึง 600 ดอลลาร์ (ประมาณ 21,000 บาท) สำหรับเด็กเพียงไม่กี่คน มากกว่าการสั่งพิซซ่าถึง 5-6 เท่า บางครอบครัวเปรียบเปรยลูกๆ ว่าเหมือน "คนป่า" (Savages) เพราะแทบจะทันทีที่ถาดซูชิวางลง เด็กๆ จะรุมกินอย่างรวดเร็วเหมือนแร้งลง หรือฝูงปลาปิรันยา สามารถกินแซลมอนและทูน่าดิบหมดเกลี้ยงในพริบตา จนพ่อแม่แทบไม่ได้คีบสักชิ้นเดียว แถมต้องจ่ายค่าอาหารจนกระเป๋าฉีก

เด็กสมัยนี้ไม่ได้หยุดแค่แคลิฟอร์เนียโรลพื้นฐาน แต่ลามไปถึงเมนูระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็น Sashimi Platter เด็กๆ ชอบสั่งปลาล้วนไม่มีข้าว โดยเฉพาะ Salmon และ Hamachi ซึ่งมีราคาสูงและไม่อิ่มท้อง ทำให้ต้องสั่งหลายจาน เช่นเดียวกับ Spicy Tuna Roll เมนูเริ่มต้นสำหรับเด็กที่เริ่มทานรสจัดได้ และกลายเป็นเมนูประจำที่สั่งกันทุกครั้ง ตามด้วยไข่ปลาแซลมอน (Ikura) ความสนุกเวลาไข่ปลาแตกในปากทำให้เป็นเมนูโปรด แต่ราคาต่อคำนั้นสูงจนพ่อแม่ต้องกุมขมับ ส่วนปลาไหลย่าง (Unagi) ก็อร่อยด้วยรสชาติหวานนำและซอสเข้มข้น ทำให้เด็กๆ ติดใจได้ง่ายกว่าปลาดิบธรรมดา

ปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมาจากสื่อสังคมออนไลน์ ที่ทำให้การกินซูชิดูคูลดูเท่ แสดงถึงรสนิยมที่เหนือกว่าในหมู่เด็กและวัยรุ่น สำหรับเด็ก Gen Alpha การรู้จักชื่อปลาอย่าง Hamachi หรือ Unagi กลายเป็นเครื่องหมายแสดงความมีฐานะและมีการศึกษาในโรงเรียน ไม่ต่างจากการมีรองเท้าผ้าใบราคาแพง และเนื่องจากซูชิถูกมองว่าเป็นอาหารที่สะอาด มีระเบียบ และมีระดับ การที่วัยรุ่นสั่ง Crispy rice tuna squares ราคา 30 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,000 กว่าบาท) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความหิว แต่เป็นเรื่องของการแสดงออกทางตัวตนบนโซเชียลมีเดียด้วย

ขณะที่ตัวของพ่อแม่เอง แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของหลายครอบครัว (รวมถึงครอบครัวผู้เขียนต้นฉบับ) ล้วนอยากให้ลูกได้กินของดีๆ เวลาออกไปกินข้าวนอกบ้านช่วงสุดสัปดาห์ อีกทั้งอาจอยากให้ลูกเป็นคนกินง่าย ไม่งอแงโยเย หรืออยากให้เด็กๆ ดูดีมีรสนิยม จึงเป็นฝ่ายเริ่มให้เด็กๆ กินอาหารเหล่านี้ พวกเด็กๆ ไม่ได้ร้องขออยากกินเองแต่ต้น แต่กลับกลายเป็นว่า สิ่งนี้กำลังทำให้พ่อแม่หลายคนในหลายครอบครัวเสียใจ เพราะกลับกลายเป็นว่า ทำให้เด็กๆ กลายเป็นคน ‘ลิ้นสูง’ (Refined Palates) ไม่สามารถกลับไปสั่งอาหารราคาถูกให้ลูกกินได้อีกแล้ว

ไม่เพียงแต่ปัญหาการเงินเท่านั้น ในบทความนี้ ยังพูดถึงนักโภชนาการและแพทย์ได้เตือนพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกกินซูชิจนเหมือนบุฟเฟต์ ว่าอาจส่งผลต่อสุขภาพหลายอย่างตามมา ปลาที่เด็กๆ ชอบอย่าง Tuna มีสะสมสารปรอทสูง หากเด็กกินบ่อยเกินไปอาจส่งผลต่อการพัฒนาของระบบประสาทและสมองที่กำลังเติบโต ส่วนโชยุและซอสราด เช่น Spicy Mayo หรือ Eel Sauce เด็กๆ มักจะจุ่มซูชิลงในซีอิ๊วเข้มข้น ซึ่งส่งผลเสียต่อไตและเพิ่มความดันโลหิตได้ ขณะที่แม้ซูชิเกรดพรีเมียมจะปลอดภัยระดับหนึ่ง แต่ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ การกินปลาดิบปริมาณมากเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิ นอกจากนี้ หลายคนยังลืมไปว่า ข้าวในซูชิมีการผสมน้ำตาลและน้ำส้มสายชูปริมาณมากเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ถือเป็นพลังงานส่วนเกินที่เด็กไม่จำเป็นต้องได้รับมากขนาดนั้น

กลยุทธรับมือ ‘วิกฤตซูชิ’ ในครอบครัว

เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ให้ล้มละลายจากค่าอาหาร ในบทความนี้นำเสนอเทคนิคหลากหลายที่พ่อแมหลายครอบครัวนำมาใช้เป็น "จิตวิทยาอาหาร" รับมือเด็กๆ สั่งเมนูอาหารในร้านซูชิแบบเป็นพายุ เริ่มจากสั่งเมนูเรียกน้ำย่อยที่มีแป้งเยอะๆ เช่น ข้าวผัด เกี๊ยวซ่า หรือถั่วแระญี่ปุ่น มาดักหน้าให้เด็กๆ อิ่มท้องก่อนที่จานปลาพรีเมียมจะมาถึง ตามด้วยการบังคับหรือจูงใจให้สั่งเมนูจำพวก Special Rolls เช่น แคลิฟอร์เนียโรล หรือคัดเลอร์โรล ที่มีข้าวและซอสเยอะๆ แทนการสั่งซาชิมิ หรือนิกิริ ซึ่งเป็นเนื้อปลาเพียวๆ และมีราคาสูงกว่ามาก

นอกจากนี้ ยังอาจสั่งเมนูแบบถาดรวม (Platter) ซึ่งมักจะได้ราคาต่อคำที่ถูกกว่าการสั่งแยกทีละอย่าง หรือสั่งแบบกรวยสาหร่าย เพราะปริมาณข้าวและสาหร่ายจะทำให้เด็กอิ่มเร็วกว่าการคีบกินเป็นคำๆ ขณะที่พ่อแม่หลายครอบครัว ยอมรับว่าให้ลูกกินขนมหรืออาหารรองท้องจากบ้านไปก่อน เพื่อให้ความหิวลดลงเมื่อถึงร้าน

ปรากฏการณ์ ‘ซูชิฟีเวอร์’

ไม่เพียงแต่ร้านอาหารระดับหรูเท่านั้น อเมริกาและอีกหลายประเทศแถบตะวันตกกำลังเกิดปรากฎการณ์ ‘ซูชิฟีเวอร์’ ตั้งแต่ปี 2025 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต ผลสำรวจเมื่อเดือน พ.ย. 2025 พบว่ายอดขายในซูเปอร์มาร์เก็ตถึงพุ่งสูงถึง 2,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซูชิในซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งมียอดขายแซงหน้าไก่หมุน (Rotisserie Chicken) ซึ่งเคยเป็นแชมป์อาหารสำเร็จรูปมาอย่างยาวนานไปแล้ว

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองว่าซูชิเป็นอาหารที่ต้องไปกินที่ร้านหรูๆ เท่านั้น แต่มันกลายเป็นอาหารมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่สะดวกและดูดี (Healthy & Trendy) ในราคาที่จับต้องได้มากกว่าการเข้าร้านอาหารเต็มรูปแบบ อีกทั้งในปี 2025 และปีนี้ คอนเทนต์ประเภท Sushi Mukbang หรือการรีวิวซูชิในซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดยังคงเป็นไวรัลในหมู่ Gen Z และ Gen Alpha ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายปลีกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาโลกแตกเรื่องซูชิ อาจไม่ใช่ปัญหาหนักอกสำหรับหลายครอบครัว หากมีการพุดคุยตกลงกันก่อนออกจากบ้าน เช่น กินกันเดือนละ 1 ครั้ง หรือปรับตัวเปลี่ยนแปลงร้านอาหารและเมนูที่หลากหลาย และบอกให้เด็กๆ เข้าใจถึงสถานการณ์เงินในบ้าน ว่าบางครั้ง อาจไม่สามารถกินซูชิกันได้ทุกมื้อที่ออกไปรับประทานอาหารร่วมกัน

เพราะสำหรับเด็กๆ (ส่วนใหญ่) แล้ว การได้กินอาหารร่วมกันพร้อมหน้าถือเป็นความสุขที่หาได้ง่ายๆ ไม่ว่าเมนูมื้อนั้นจะเป็นซูชิ หรือพิซซ่ากับไก่ทอดบ้านๆ ก็ตาม

โดย ดาโน โทนาลี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top