'มิโด' (MIDO) เผยโฉมเรือนเวลาสุดคลาสสิก 'คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์'

'มิโด' (MIDO) เผยโฉมเรือนเวลาสุดคลาสสิก 'คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์'

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.52 น.
Tag :

เมื่อความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลาถูกนำมาตีความใหม่อีกครั้ง “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิสที่สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านเรือนเวลามาอย่างยาวนาน ได้เผยโฉมนาฬิการุ่นล่าสุดจากคอลเลกชั่นอันเป็นตำนานที่สืบทอดมรดกมากว่า 60 ปี อย่าง คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของดีไซน์ไอคอนิกที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ และกลไกคุณภาพระดับสวิส คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) เรือนนี้จึงเปรียบเสมือนเรือนเวลาที่สามารถก้าวไปพร้อมกับทุกจังหวะของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานที่ต้องการความสุภาพสง่างาม หรือช่วงเวลาพิเศษที่ต้องการสะท้อนรสนิยมอย่างมีสไตล์ 

มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน 


ตระกูลคอมมานเดอร์ (Commander) นับเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1959 และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักสะสมนาฬิกาและผู้หลงใหลในงานดีไซน์เหนือกาลเวลา สำหรับ คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) รุ่นใหม่นี้ มิโด (MIDO) ได้หยิบยกเสน่ห์ของความคลาสสิกมาผสานเข้ากับรายละเอียดที่ทันสมัย สร้างสรรค์เป็นเรือนเวลาที่ทั้งสง่างามและใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกช่วงเวลาของชีวิต

โดยเรือนเวลารุ่นนี้โดดเด่นด้วยตัวเรือนทรงกลมขนาด 40 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นรูปทรงที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ตัวเรือนผลิตจากสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ ขัดแต่งสลับด้านอย่างประณีต สะท้อนประกายหรูหราอย่างมีระดับ จับคู่กับสายสแตนเลสสตีลแบบ 3-Link ดีไซน์ใหม่ที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนได้อย่างกลมกลืน พร้อมมอบสัมผัสที่ยืดหยุ่นและสวมใส่สบายตลอดวัน อีกหนึ่งในองค์ประกอบที่สะกดทุกสายตาคือหน้าปัดสีเขียวเข้มแบบขัดเงาซันเรย์ ซึ่งเผยมิติความงดงามเมื่อกระทบกับแสงในแต่ละมุมมอง ขอบหน้าปัดด้านนอกถูกออกแบบให้ยกสูงขึ้นและตกแต่งด้วยสเกลแบ่งช่วงวินาทีอย่างละเอียด ช่วยเพิ่มความลึกของโครงสร้างและความชัดเจนในการอ่านเวลา หลักชั่วโมงทรงแท่งสีโรสโกลด์ถูกขัดเงาอย่างประณีต พร้อมเคลือบแลคเกอร์สีดำบริเวณกึ่งกลางและสารเรืองแสงซูเปอร์มิโนวา (Super-luminova®) สีขาวที่ปลายหลักชั่วโมง เพื่อให้สามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาพแสงน้อย

สำหรับชุดเข็มชั่วโมงและนาทีแบบทรงแท่งตรง (Baton-Style) ถูกขัดแต่งด้วยเทคนิค Diamond-Cut และเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์มิโนวา (Super-luminova®) สีขาวเช่นเดียวกัน ช่วยเพิ่มความคมชัดในการบอกเวลา ขณะที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาโดดเด่นด้วยช่องแสดงวันและวันที่ (Day and Date) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่น คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) สะท้อนฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน

อีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเสริมความสง่างามให้กับเรือนเวลารุ่นนี้คือกระจกหน้าปัดแบบ Sapphire Glassbox ที่โค้งรับกับตัวเรือนอย่างงดงาม พร้อมเคลือบสารป้องกันการสะท้อนแสงทั้งสองด้าน เพื่อมอบมุมมองที่คมชัดต่อทุกรายละเอียดบนหน้าปัด ขณะที่ฝาหลังแบบใสยังเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมความงดงามของกลไกภายในที่กำลังทำงานอย่างแม่นยำ โดยหัวใจสำคัญของ คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) คือกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 80 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก ทำให้การบอกเวลามีความเสถียรและแม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้งฝาหลังแบบใส ผู้สวมใส่ยังสามารถมองเห็นโรเตอร์ขึ้นลานที่ตกแต่งด้วยลวดลาย Geneva stripes อันงดงาม ซึ่งสะท้อนถึงความพิถีพิถันในงานฝีมือแบบสวิสที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์เรือนเวลาทุกเรือนของ มิโด (MIDO)

การกลับมาของ คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนถึงมรดกแห่งการออกแบบที่อยู่เหนือกาลเวลาของคอลเลกชั่นคอมมานเดอร์ (Commander) เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ผสานความงาม ฟังก์ชั่น และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุลในแบบฉบับของมิโด (MIDO) เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ มิโด (MIDO) ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาคลาสสิกที่สวมใส่ได้ในทุกโอกาส โดยควรพิจารณาจากองค์ประกอบสำคัญอย่างดีไซน์ที่เรียบหรูเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ทั้งในวันทำงานและช่วงเวลาพิเศษ อย่างการเลือกหน้าปัดโทนสีเข้มที่ตัดกับตัวเรือนสีโทนอุ่นอย่างโรสโกลด์ สามารถช่วยสร้างมิติให้กับเรือนเวลาและเพิ่มความโดดเด่นให้กับข้อมือได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันการเลือกนาฬิกาที่มีหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาที่ออกแบบมาให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีฟังก์ชั่นแสดงวันและวันที่ ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ไม่ควรมองข้ามคือตัวเรือนที่มีดีไซน์เรียบหรูและสมดุล ซึ่งสามารถสวมใส่ได้ทั้งในวันทำงานหรือโอกาสพิเศษ เมื่อผสานเข้ากับกลไกอัตโนมัติที่มีความเที่ยงตรง เรือนเวลาคลาสสิกจึงสามารถอยู่คู่กับผู้สวมใส่ได้ในหลากหลายสถานการณ์ พร้อมสะท้อนสไตล์ที่เรียบหรูและเหนือกาลเวลา

 พบกับเรือนเวลาจากแบรนด์ มิโด (MIDO) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ มิโด (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-146-8406

#MIDOWatches #Commander #Datoday

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top