วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
ปัจจุบันสถานการณ์ “เด็กพิเศษ” หรือ บุคคลผู้มีความต้องการพิเศษ (บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ พฤติกรรม หรือการเรียนรู้ ) ซึ่งจากข้อมูลปี 2568 โดยยูนิเซฟพบว่าเด็กออทิสติกและสมาธิสั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในไทยและระดับโลก และเป็นกลุ่มใหญ่ที่ต้องการการศึกษาพิเศษเพื่อให้การฟื้นฟูเยียวยาตลอดจนโอกาสทางอาชีพ ให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุขในรูปแบบของ “จากบ้านสู่สังคมที่เท่าเทียม”
อาจารย์หมอฉัตรชัย หรือ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้ได้รับรางวัลผู้นำเทรนด์แห่งปีระดับนานาชาติ “ผู้นำเทรนด์อนาคตด้านสังคม” เพื่อการดูแลบุคคลที่มีความต้องการพิเศษแบบบูรณาการ เพราะมีความตั้งใจที่จะพัฒนาศักยภาพ เพิ่มทักษะการเรียนรู้และขีดความสามารถพิเศษของ “เด็กพิเศษ” ให้เห็นผลได้จริง เพื่อให้พวกเขาช่วยเหลือตนเองได้โดยการริเริ่มเปิด หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและการดูแล เพื่อการดูแลเด็กพิเศษแบบบูรณาการ
.jpg)
“ผมอยากทำให้หลักสูตรประกาศนียบัตรการศึกษาพิเศษและการดูแลเกิดผลได้จริงโดยใช้แบบบูรณาการศาสตร์วิชาชีพเข้ามาด้วยกัน คือเราผลิตผู้ที่จะไปดูแลเด็กพิเศษโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่เป็น ครู ผู้บริหาร บุคลากรทางวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด พยาบาล รวมไปถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นเด็กพิเศษ เขาก็มาเรียนหลักสูตรนี้เพื่อจะไปดูแลเด็กของเขา เราเปิดมาเป็นรุ่นที่ 7 แล้วปีนี้ ที่จบไปแล้วมี 281 คน ถ้านับรุ่นนี้ด้วยก็มีทั้งหมด 371 คน ซึ่งผมอยากเห็นว่าเราลูกศิษย์หลักสูตรนี้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เขาเหล่านั้นจะไปช่วยกันฟื้นฟู เยียวยา เพิ่มศักยภาพให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษได้อีกทางหนึ่ง เป็นการลดภาระสังคม นี่เป็นความตั้งใจของผมคืออยากให้เป็นหลักสูตรที่คนนำไปใช้ได้จริงๆ ดูแลเด็กพิเศษนั้นได้จริงๆ ตัวหลักสูตรก็จะเป็นนวัตกรรม คือการใช้ศาสตร์หลายศาสตร์มาบูรณาการ โดยใช้เรื่องการศึกษาบูรณาการจากการที่เรามีเครือข่ายวิชาชีพต่างๆ มาร่วมกันสอนให้ความรู้ ใช้ศิลปะบำบัดและดนตรีบำบัดเข้ามาช่วย มีนักจิตวิทยามาช่วย
ล่าสุดผมเองก็ไปนิเทศผู้เรียนหลักสูตรนี้ที่ภูเก็ต ก็ไปช่วยเขาขยายโอกาสเพิ่มช่องทางการสร้างเสริมรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของเด็กพิเศษมีรายได้เข้ามูลนิธิหลักหลายพันบาท หรืออย่างการที่เรานำหลักสูตรนี้ไปบูรณาการองค์ความรู้เรื่องการดูแลเด็กพิเศษให้กับครูของโรงเรียนโดยรอบ มศว ประสานมิตร รวม 6 โรงเรียนในลักษณะของการทำงานเชิงรุกคือเราเข้าไปช่วยคัดกรองให้โรงเรียน / ครู รู้ว่านี่คือเด็กพิเศษไม่ใช่เด็กโง่หรือเด็กมีพฤติกรรมกร้าวร้าว คัดกรองเพื่อรู้ให้ไว จะได้เยียวยาได้เร็ว เขาก็จะดีขึ้นเร็ว พบได้ประมาณพันกว่าคนแต่เราช่วยไม่ได้หมด ผมเลยทำโมเดล ‘พ่อ แม่ หมอ ครู’ สำหรับคลินิกวันเสาร์อาทิตย์ที่ชั้น 6 บัณฑิตวิทยาลัย มศว ทำลักษณะของคลินิกสุขภาวะเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาแก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติสุข
คลินิกที่นี่เป็นการบริการวิชาการสู่สังคม ให้พ่อแม่มีส่วนร่วมด้วย เช่น อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ พูดไม่ชัด จะมีเทคนิคการสอนอย่างไร เราจะสอนให้แล้วครูต้องกลับไปปฏิบัติหลังจากนั้นผมก็ไปดู คอร์สหนึ่งก็ 10 ครั้งต่อเด็ก 1 คน หรืออย่างการที่เราช่วยหาตลาดให้ผลงานของเด็กพิเศษได้จำหน่ายหรือปล่อยของที่ตอนนี้เรานำร่องตลาดนัด มศว เพราะในหลักสูตรนี้มีวิชาฝึกอาชีพ ซึ่งเมื่อเราพัฒนาเพิ่มทักษะเด็กมาได้ในระดับหนึ่งเขาจะสามารถพึ่งตนเอง มีรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระได้ แต่ไม่ใช่ให้คนซื้่อ ซื้อเพราะสงสารเขา เราจะส่งเสริมเขา ช่วยแม้กระทั่งการขายของออนไลน์ที่มีเรื่องเล่าของสินค้าด้วย จนเขาได้รับออร์เดอร์อย่างเคสของเด็กดาวน์ซินโดรมที่ได้งานผลิตสายประเป๋าให้กับแบรนด์ Good Goods ซึ่งร้านนี้มีหลายสาขาของเซ็นทรัล เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น รายได้กลับคืนสู่ชุมชน อย่างน้อยเราได้มีส่วนช่วยส่งเสริมหรือค้นหาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเขาได้นำออกมาแล้วช่วยให้เขามีรายได้พึ่งตนเองได้ ขยายโอกาสให้เขา ไม่เป็นภาระแก่สังคม
.jpg)
เรายังเป็นผู้นำเรื่องเด็กพิเศษอย่างเห็นผลได้จากการมีหลักสูตรนี้และในทางปฏิบัติด้วยจริง ผมอยากให้เข้าใจตรงกันว่าเด็กพิเศษมีศักยภาพ เช่น เด็กออสทิสติกที่เขาจะมี Talent ที่เข้าข่ายความอัจฉริยะหรือ Genius เพียงแต่เราต้องหาให้เจอและสนับสนุนส่งเสริมเขา หรืออย่างเด็กดาวน์ซินโดรมที่เคยมาร่วมงานวันสถาปนาของบัณฑิตวิทยาลัยมาโชว์ตีขิมแบบไม่มีโน้ต นั่นก็เป็นความสามารถพิเศษ”
จากความมุ่งมั่นตั้งใจของอาจารย์หมอฉัตรชัยในวันนั้นและพลังของเครือข่ายสหวิชาชีพลูกศิษย์ลูกหาตลอดจนครูผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็กพิเศษ ส่งผลให้การทำงานเพื่อช่วยเหลือเด็กพิเศษผลิดอกออกผลสู่รางวัลทรงคุณค่าความสำเร็จและความภูมิใจ รางวัล “ผู้นำเทรนด์อนาคตด้านสังคม” The Leader Award Leader for Social 2026 เพื่อการดูแลบุคคลที่มีความต้องการพิเศษแบบบูรณาการ จากเวที Future Trends Awards 2026’
“รางวัลนี้เป็นของทุกคนและลูกศิษย์ที่มาช่วยและจบไปทำงาน ช่วยให้คำปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครอง ปูพรมออกไปจนเห็นผล ช่วยคัดกรองเด็กพิเศษเพื่อช่วยลดภาระสังคมและนโยบายของมหาวิทยาลัยว่าเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ รางวัลนี้เป็นตัวสะท้อนว่าในสังคมเรามีพื้นที่ให้กับเด็กพิเศษและเขาได้รับการยอมรับในสังคมอย่างเท่าเทียม” อาจารย์หมอฉัตรชัย กล่าวในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี