วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม“วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 เมษายน ณ โรงแรม Hotel Des Indes กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ซึ่งเป็นกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 ในโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
ทั้งนี้ในงานยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ อาทิเช่น งานจักสาน ย่านลิเภา และงานปักดิ้นเงินดิ้นทอง จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก

สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นหนึ่ง
ในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า รูปแบบการรแต่งกายไทยใน ราชสำนักและในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา“ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทร่วมสมัย
ชุดไทยพระราชนิยม ประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดาชุดไทยอมรินทร์ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรีชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิตอีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจ
ของผู้สวมใส่ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม”เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จ พระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์
ในปีพ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้อง
กับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์
การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี